Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55468)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีต้องห้าม ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยคลาดเคลื่อนจากพยานหลักฐานในสำนวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนกระทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ร่วมกับนายบุญปั๋นเทพธานี ผู้เสียหายที่ 1 มิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นางนงลักษณ์ ประกอบบุญ ผู้เสียหายที่ 2ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(4),268 วรรคสอง ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม จำคุก 3 ปี โจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่า ศาลได้ลงโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1356/2534 ของศาลนี้แล้ว นับโทษต่อไม่ได้ ยกคำขอส่วนนี้ ตั๋วแลกเงินเอกสารหมาย จ.1 เป็นทรัพย์ที่ใช้ ในการกระทำความผิด ให้ริบ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน แต่ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 2177/2535 ของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน คลาดเคลื่อนนั้น แท้จริงฎีกาดังกล่าวเป็นการโต้แย้งดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง และที่ฎีกาว่าโจทก์ร่วมและผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้เสียหายหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่าจำเลย ปลอมลายมือชื่อของผู้เสียหายที่ 1 ลงในตั๋วแลกเงินของกลาง ที่จำเลยฎีกาว่าข้อเท็จจริงยังสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ลงลายมือ ชื่อปลอมหรือไม่ โจทก์ร่วมและผู้เสียหายที่ 1 จึงมิใช่ ผู้เสียหาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ส่วนที่ในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาอ้างว่าการสอบสวนชอบด้วย กฎหมายหรือไม่นั้น ปรากฏว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่าไว้ ในฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงชอบแล้ว ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 29/2538พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางนงลักษณ์ ประกอบบุญโจทก์นางสาวสารภี วงค์เรืองหรือวงศ์เรืองจำเลยนางสาวสารภี วงศ์เรืองหรือวงค์เรือง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 225ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีต้องห้าม ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยคลาดเคลื่อนจากพยานหลักฐานในสำนวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนกระทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ร่วมกับนายบุญปั๋นเทพธานี ผู้เสียหายที่ 1 มิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นางนงลักษณ์ ประกอบบุญ ผู้เสียหายที่ 2ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(4),268 วรรคสอง ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม จำคุก 3 ปี โจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่า ศาลได้ลงโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1356/2534 ของศาลนี้แล้ว นับโทษต่อไม่ได้ ยกคำขอส่วนนี้ ตั๋วแลกเงินเอกสารหมาย จ.1 เป็นทรัพย์ที่ใช้ ในการกระทำความผิด ให้ริบ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน แต่ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 2177/2535 ของศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน คลาดเคลื่อนนั้น แท้จริงฎีกาดังกล่าวเป็นการโต้แย้งดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง และที่ฎีกาว่าโจทก์ร่วมและผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้เสียหายหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่าจำเลย ปลอมลายมือชื่อของผู้เสียหายที่ 1 ลงในตั๋วแลกเงินของกลาง

ที่จำเลยฎีกาว่าข้อเท็จจริงยังสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ลงลายมือ ชื่อปลอมหรือไม่ โจทก์ร่วมและผู้เสียหายที่ 1 จึงมิใช่ ผู้เสียหาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ส่วนที่ในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาอ้างว่าการสอบสวนชอบด้วย กฎหมายหรือไม่นั้น ปรากฏว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่าไว้ ในฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้