Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55468)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีต้องห้าม ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยคลาดเคลื่อนจากพยานหลักฐานในสำนวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนกระทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ร่วมกับนายบุญปั๋นเทพธานี ผู้เสียหายที่ 1 มิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นางนงลักษณ์ ประกอบบุญ ผู้เสียหายที่ 2ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(4),268 วรรคสอง ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม จำคุก 3 ปี โจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่า ศาลได้ลงโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1356/2534 ของศาลนี้แล้ว นับโทษต่อไม่ได้ ยกคำขอส่วนนี้ ตั๋วแลกเงินเอกสารหมาย จ.1 เป็นทรัพย์ที่ใช้ ในการกระทำความผิด ให้ริบ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน แต่ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 2177/2535 ของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน คลาดเคลื่อนนั้น แท้จริงฎีกาดังกล่าวเป็นการโต้แย้งดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง และที่ฎีกาว่าโจทก์ร่วมและผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้เสียหายหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่าจำเลย ปลอมลายมือชื่อของผู้เสียหายที่ 1 ลงในตั๋วแลกเงินของกลาง ที่จำเลยฎีกาว่าข้อเท็จจริงยังสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ลงลายมือ ชื่อปลอมหรือไม่ โจทก์ร่วมและผู้เสียหายที่ 1 จึงมิใช่ ผู้เสียหาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ส่วนที่ในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาอ้างว่าการสอบสวนชอบด้วย กฎหมายหรือไม่นั้น ปรากฏว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่าไว้ ในฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงชอบแล้ว ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 29/2538พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางนงลักษณ์ ประกอบบุญโจทก์นางสาวสารภี วงค์เรืองหรือวงศ์เรืองจำเลยนางสาวสารภี วงศ์เรืองหรือวงค์เรือง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 225ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีต้องห้าม ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยคลาดเคลื่อนจากพยานหลักฐานในสำนวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนกระทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ร่วมกับนายบุญปั๋นเทพธานี ผู้เสียหายที่ 1 มิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นางนงลักษณ์ ประกอบบุญ ผู้เสียหายที่ 2ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(4),268 วรรคสอง ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม จำคุก 3 ปี โจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่า ศาลได้ลงโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1356/2534 ของศาลนี้แล้ว นับโทษต่อไม่ได้ ยกคำขอส่วนนี้ ตั๋วแลกเงินเอกสารหมาย จ.1 เป็นทรัพย์ที่ใช้ ในการกระทำความผิด ให้ริบ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน แต่ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 2177/2535 ของศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน คลาดเคลื่อนนั้น แท้จริงฎีกาดังกล่าวเป็นการโต้แย้งดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง และที่ฎีกาว่าโจทก์ร่วมและผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้เสียหายหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่าจำเลย ปลอมลายมือชื่อของผู้เสียหายที่ 1 ลงในตั๋วแลกเงินของกลาง

ที่จำเลยฎีกาว่าข้อเท็จจริงยังสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ลงลายมือ ชื่อปลอมหรือไม่ โจทก์ร่วมและผู้เสียหายที่ 1 จึงมิใช่ ผู้เสียหาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ส่วนที่ในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาอ้างว่าการสอบสวนชอบด้วย กฎหมายหรือไม่นั้น ปรากฏว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่าไว้ ในฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงชอบแล้ว ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up