Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทำสัญญาเช่าที่ดินมีกำหนด 10 ปี ถือว่าเป็นสัญญาที่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดแน่นอน และเมื่อครบกำหนดเวลาสิ้นสุดตามสัญญาเช่า เช่นนี้ สัญญาเช่านั้นย่อมระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 564 โดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๔๙๖ จำเลยได้เช่าที่ดินโฉนดที่ ๑๘๔๖ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ของโจทก์ต่อนายประดิษฐ์ รัตนพฤกษ์ บิดาโจทก์ในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม สัญญามีกำหนด ๑๐ ปี เช่าเพื่อตั้งโรงเลื่อยไม้ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ บิดาโจทก์ได้มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยว่า เมื่อถึงวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๐๖ ให้ถือว่าสัญญาเช่าได้เลิกแล้ว หมดอายุสัญญาเช่าไม่มีการต่ออายุสัญญาเช่ากันอีก จำเลยได้รับหนังสือแล้วกลับเพิกเฉยเสีย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและให้ออกไปจากที่เช่านี้

จำเลยให้การว่า ได้เช่าที่ดินของโจทก์โดยตกลงค่าเช่าปีละ ๒,๐๐๐ บาท โจทก์ได้เก็บค่าเช่าจากจำเลยเป็นรายปี เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ บิดาโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญากับจำเลย ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปภายใน ๕ วันนับแต่วันสิ้นสุดแห่งสัญญา แต่จำเลยรื้อถอนออกไปไม่ทันในกำหนดเวลา จำเลยเห็นว่าการบอกกล่าวของบิดาโจทก์เป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ โจทก์ไม่ได้บอกเลิกสัญญากับจำเลยให้ถูกต้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๐๖ การที่จำเลยอยู่ต่อมาโดยโจทก์ไม่ประสงค์ จึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกไปจากที่พิพาท และให้ใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเฉพาะข้อกฎหมายที่จำเลยโต้เถียงคัดค้านมาว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยกำหนดเวลาให้จำเลยออกจากที่เช่าภายใน ๕ วัน นับแต่วันสัญญาสิ้นสุดลง เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ และบิดาโจทก์ไม่มีอำนาจบอกเลิกสัญญาแทนโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ เป็นกรณีการเช่าที่กำหนดเวลาเช่าไม่ปรากฏในความที่ตกลงกันหรือไม่พึงสันนิษฐานได้ ท่านจึงให้คู่สัญญาบอกเลิกสัญญาเช่าตามบทมาตรานี้ ชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อย สำหรับคดีนี้ การเช่าคู่สัญญาได้ตกลงกันไว้มีกำหนดเวลาเช่า ๑๐ ปี นับแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๔๙๖ ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าสัญญาเช่ารายนี้มีกำหนดเวลาสิ้นสุดแน่นอน คือ วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๐๖ กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๔ ซึ่งบัญญัติว่า อันสัญญาเช่านั้น ท่านว่าย่อมระงับไปเมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงไว้ มิพักต้องบอกกล่าวก่อน มิใช่มาตรา ๕๖๖ ดังจำเลยเข้าใจ

ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาเช่ารายนี้มีกำหนดเวลาสิ้นสุดแน่นอน และครบกำหนดเวลาสิ้นสุด ๑๐ ปีตามสัญญาแล้ว สัญญาเช่าย่อมระงับไปโดยมิพักต้องบอกกล่าว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการบอกกล่าวเลิกสัญญาชอบหรือไม่ชอบ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรุณ ตินทุกะสิริ · โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นายบัญญัติ สุชีวะ
ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2196/2545

การเช่าที่ดินระหว่างโจทก์มีกำหนด 6 ปี แต่มิได้จดทะเบียนซึ่งจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียง 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538แต่หลังจากครบ 3 ปี แล้ว จำเลยยังคงเช่าที่ดินต่อไปอีกโดยโจทก์มิได้ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2541

คดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิพากษาโดยวินิจฉัยว่า ขณะที่โจทก์ฟ้องสัญญาเช่าตึกแถวและที่ดินพิพาทยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาเช่า จำเลยยังมีสิทธิอยู่อาศัยในอาคารและที่ดินพิพาทตามสัญญาเช่า กรณีจึงเป็นเรื่องที่ยังมิได้มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2539

ในชั้นชี้สองสถาน จำเลยยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาท 2 ประเด็น คือ 1. โจทก์ให้คำมั่นจะให้จำเลยเช่าที่ดินพิพาทต่อไปอีก 6 ปี หรือไม่ 2. โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยหรือไม่ แต่ศาลชั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4106/2528

สัญญาเช่าซึ่งมิได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานแต่มีกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้แน่นอนว่าเช่ากัน 5 ปี หาใช่เวลาเช่าไม่ปรากฏ ในความที่ตกลงกันหรือไม่พึงสันนิษฐานได้จึงต้องบังคับตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2520

การที่โจทก์รับเงินจากจำเลยไว้เมื่อโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยแล้ว เงินดังกล่าวไม่ว่าจะเรียกเงินค่าเช่าหรือค่าเสียหาย ก็จะถือว่าโจทก์จำเลยเป็นอันทำสัญญาเช่ากันใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้