Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2552 (เลขอ้างอิง 498556)

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยื่นคำร้องขอให้คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดเพิ่มเติมหลังจากที่คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดแล้วตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 39 วรรคสี่ ต้องเป็นการยื่นให้ชี้ขาดเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นที่ได้มีการเสนอเป็นข้อพิพาทโต้แย้งกันไว้ก่อนการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการจะสิ้นสุดเมื่อมีคำชี้ขาดเสร็จเด็ดขาด และประเด็นดังกล่าวคณะอนุญาโตตุลาการยังมิได้วินิจฉัยไว้ แต่คดีนี้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยเพิ่มเติมในประเด็นที่ตนมิได้โต้แย้งไว้ในคำคัดค้าน โดยยื่นคำร้องเพื่อให้วินิจฉัยเพิ่มเติมในประเด็นที่เสนอขึ้นใหม่หลังจากคณะอนุญาโตตุลาการได้ดำเนินกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการเสร็จสิ้นและมีคำชี้ขาดแล้ว ผู้ร้องจึงไม่อาจกระทำได้ตามกฎหมาย มิฉะนั้นจะทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการไม่มีวันสิ้นสุด ที่คณะอนุญาโตตุลาการยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่วินิจฉัยเพิ่มเติมชอบแล้ว อุทธรณ์ข้ออื่นของผู้ร้องเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานเนื้อหาแห่งคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จึงเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ข้อยกเว้นตามบทบัญญัติมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 39 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาคดีรวมกัน โดยให้เรียกบริษัทภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ว่า ผู้ร้อง และให้เรียกบริษัทชีค เทรดดิ้ง จำกัด ว่า ผู้คัดค้าน ทั้งสองสำนวน สำนวนแรกผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 (2) (ข) ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง และออกคำบังคับคดีเพื่อให้ผู้ร้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ สำนวนหลังผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้บังคับผู้ร้องชำระหนี้แก่ผู้คัดค้านตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตามคำชี้ขาดข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 35/2546 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2546 ที่กำหนดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านจำนวน 133,442,391 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 2 ธันวาคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลมีคำสั่งปฏิเสธการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ โดยให้ผู้ร้องชำระเงินจำนวน 133,442,391 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 2 ธันวาคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้คัดค้านกับให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้านทั้งสองสำนวน โดยกำหนด ค่าทนายความให้ 100,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คงมีประเด็นโต้แย้งการเสนอข้อพิพาทของผู้คัดค้านเพียงประเด็นเดียวว่า ค่าเสียหายมีเพียงใด ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยชี้ขาดโดยรับฟังจากพยานหลักฐานที่คู่พิพาทนำสืบแล้วตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการลงวันที่ 29 ตุลาคม 2546 ข้อที่ผู้ร้องอ้างว่า ได้ยื่นคำร้องขอให้คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดเพิ่มเติมในประเด็นว่า ผู้คัดค้านทำฉ้อฉล ใช้หลักฐานเท็จและแสดงข้อความเท็จประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และผู้คัดค้านทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยทุจริตนั้น ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 39 วรรคสี่ บัญญัติว่า เว้นแต่คู่พิพาทจะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำชี้ขาด และเมื่อได้แจ้งให้คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งทราบแล้วให้คณะอนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเรียกร้องที่ยังมิได้มีการวินิจฉัยไว้ในคำชี้ขาด

ถ้าคณะอนุญาโตตุลาการเห็นว่าคำร้องดังกล่าวมีเหตุผลสมควร ให้ทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับคำร้อง เห็นว่า คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยื่นคำร้องขอให้คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดเพิ่มเติมหลังจากคณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดแล้วได้เฉพาะประเด็นที่ได้มีการเสนอเป็นข้อพิพาทโต้แย้งกันไว้ก่อนการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการจะสิ้นสุดลงเมื่อมีคำชี้ขาดเสร็จเด็ดขาดและประเด็นดังกล่าวคณะอนุญาโตตุลาการยังมิได้วินิจฉัยไว้ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ แล้วปรากฏว่า คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยไว้ด้วยว่า ผู้ร้องพยายามนำสืบให้เห็นว่ามีการวางเพลิง แต่ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเป็นผู้วางเพลิงหรือมีส่วนรู้เห็นพอจะชี้ให้เห็นว่าเป็นความทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย

ประเด็นในเรื่องผู้คัดค้านเป็นผู้ทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยทุจริตจึงเป็นประเด็นที่คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยไว้แล้ว ส่วนหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้คัดค้าน ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นหลักฐานเท็จนั้น ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการก็ได้วินิจฉัยไว้ด้วยว่า พยานทั้งสองฝ่ายไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าค่าเสียหายที่เป็นสต๊อกสินค้าตามที่ผู้ร้องโต้แย้งไว้นั้นควรจะเป็นเท่าใด และคณะอนุญาโตตุลาการก็ได้กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ตามที่คำนวณได้เป็นเงิน 22,383,547 บาท มิใช่กำหนดค่าเสียหายให้ตามที่ผู้คัดค้านแสดงหลักฐานมา แสดงให้เห็นว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยถึงพยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านนำมาเสนอประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่เพียงใด

ดังนั้น คำร้องของผู้ร้องทั้งสองฉบับที่ขอให้คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยเพิ่มเติมจึงเป็นคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยในประเด็นที่คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยไปแล้ว การบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อุทธรณ์ข้ออื่นของผู้ร้องเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานในเนื้อหาแห่งคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการโดยประสงค์จะให้ศาลวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นทั้งสิ้น ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติมาตรา 40, 43, และ 44 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ที่ผู้ร้องจะอ้างเป็นเหตุคัดค้านหรือขอให้ศาลทำคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ผู้ร้องใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาทั้งสองสำนวนแทนผู้คัดค้านรวม 50,000 บาท.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ทาวุฒิ · สุรพล เจียมจูไร · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวิรัตน์ อนันต์พิพัฒน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1019-1020/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2651/2568

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งจำหน่ายคดีตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712724)

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 719888)

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 702715)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712221)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้