Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2552 (ref. 498556)

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยื่นคำร้องขอให้คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดเพิ่มเติมหลังจากที่คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดแล้วตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 39 วรรคสี่ ต้องเป็นการยื่นให้ชี้ขาดเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นที่ได้มีการเสนอเป็นข้อพิพาทโต้แย้งกันไว้ก่อนการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการจะสิ้นสุดเมื่อมีคำชี้ขาดเสร็จเด็ดขาด และประเด็นดังกล่าวคณะอนุญาโตตุลาการยังมิได้วินิจฉัยไว้ แต่คดีนี้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยเพิ่มเติมในประเด็นที่ตนมิได้โต้แย้งไว้ในคำคัดค้าน โดยยื่นคำร้องเพื่อให้วินิจฉัยเพิ่มเติมในประเด็นที่เสนอขึ้นใหม่หลังจากคณะอนุญาโตตุลาการได้ดำเนินกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการเสร็จสิ้นและมีคำชี้ขาดแล้ว ผู้ร้องจึงไม่อาจกระทำได้ตามกฎหมาย มิฉะนั้นจะทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการไม่มีวันสิ้นสุด ที่คณะอนุญาโตตุลาการยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่วินิจฉัยเพิ่มเติมชอบแล้ว อุทธรณ์ข้ออื่นของผู้ร้องเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานเนื้อหาแห่งคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จึงเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ข้อยกเว้นตามบทบัญญัติมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 Section 39 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 Section 45

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาคดีรวมกัน โดยให้เรียกบริษัทภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ว่า ผู้ร้อง และให้เรียกบริษัทชีค เทรดดิ้ง จำกัด ว่า ผู้คัดค้าน ทั้งสองสำนวน สำนวนแรกผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 (2) (ข) ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง และออกคำบังคับคดีเพื่อให้ผู้ร้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ สำนวนหลังผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้บังคับผู้ร้องชำระหนี้แก่ผู้คัดค้านตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตามคำชี้ขาดข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 35/2546 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2546 ที่กำหนดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านจำนวน 133,442,391 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 2 ธันวาคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลมีคำสั่งปฏิเสธการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ โดยให้ผู้ร้องชำระเงินจำนวน 133,442,391 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 2 ธันวาคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้คัดค้านกับให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้านทั้งสองสำนวน โดยกำหนด ค่าทนายความให้ 100,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คงมีประเด็นโต้แย้งการเสนอข้อพิพาทของผู้คัดค้านเพียงประเด็นเดียวว่า ค่าเสียหายมีเพียงใด ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยชี้ขาดโดยรับฟังจากพยานหลักฐานที่คู่พิพาทนำสืบแล้วตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการลงวันที่ 29 ตุลาคม 2546 ข้อที่ผู้ร้องอ้างว่า ได้ยื่นคำร้องขอให้คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดเพิ่มเติมในประเด็นว่า ผู้คัดค้านทำฉ้อฉล ใช้หลักฐานเท็จและแสดงข้อความเท็จประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และผู้คัดค้านทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยทุจริตนั้น ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 39 วรรคสี่ บัญญัติว่า เว้นแต่คู่พิพาทจะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำชี้ขาด และเมื่อได้แจ้งให้คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งทราบแล้วให้คณะอนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเรียกร้องที่ยังมิได้มีการวินิจฉัยไว้ในคำชี้ขาด

ถ้าคณะอนุญาโตตุลาการเห็นว่าคำร้องดังกล่าวมีเหตุผลสมควร ให้ทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับคำร้อง เห็นว่า คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยื่นคำร้องขอให้คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดเพิ่มเติมหลังจากคณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดแล้วได้เฉพาะประเด็นที่ได้มีการเสนอเป็นข้อพิพาทโต้แย้งกันไว้ก่อนการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการจะสิ้นสุดลงเมื่อมีคำชี้ขาดเสร็จเด็ดขาดและประเด็นดังกล่าวคณะอนุญาโตตุลาการยังมิได้วินิจฉัยไว้ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ แล้วปรากฏว่า คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยไว้ด้วยว่า ผู้ร้องพยายามนำสืบให้เห็นว่ามีการวางเพลิง แต่ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเป็นผู้วางเพลิงหรือมีส่วนรู้เห็นพอจะชี้ให้เห็นว่าเป็นความทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย

ประเด็นในเรื่องผู้คัดค้านเป็นผู้ทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยทุจริตจึงเป็นประเด็นที่คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยไว้แล้ว ส่วนหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้คัดค้าน ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นหลักฐานเท็จนั้น ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการก็ได้วินิจฉัยไว้ด้วยว่า พยานทั้งสองฝ่ายไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าค่าเสียหายที่เป็นสต๊อกสินค้าตามที่ผู้ร้องโต้แย้งไว้นั้นควรจะเป็นเท่าใด และคณะอนุญาโตตุลาการก็ได้กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ตามที่คำนวณได้เป็นเงิน 22,383,547 บาท มิใช่กำหนดค่าเสียหายให้ตามที่ผู้คัดค้านแสดงหลักฐานมา แสดงให้เห็นว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยถึงพยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านนำมาเสนอประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่เพียงใด

ดังนั้น คำร้องของผู้ร้องทั้งสองฉบับที่ขอให้คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยเพิ่มเติมจึงเป็นคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยในประเด็นที่คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยไปแล้ว การบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อุทธรณ์ข้ออื่นของผู้ร้องเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานในเนื้อหาแห่งคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการโดยประสงค์จะให้ศาลวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นทั้งสิ้น ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติมาตรา 40, 43, และ 44 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ที่ผู้ร้องจะอ้างเป็นเหตุคัดค้านหรือขอให้ศาลทำคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ให้ผู้ร้องใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาทั้งสองสำนวนแทนผู้คัดค้านรวม 50,000 บาท.

Matter details

Panel of judges
สถิตย์ ทาวุฒิ · สุรพล เจียมจูไร · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายวิรัตน์ อนันต์พิพัฒน์
Supreme Court black case no.
พ.1019-1020/2548
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2651/2568

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งจำหน่ายคดีตา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 712724)

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 719888)

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 702715)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 712221)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up