Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4707/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขับรถชนรถของ พ.ซึ่งได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ได้รับความเสียหาย และ พ. ได้นำรถไปซ่อมและชำระค่าซ่อมเรียบร้อยแล้ว เมื่อโจทก์ขอต่อรองและชดใช้ค่าเสียหายเป็น ค่าสินไหมทดแทนที่น้อยกว่าความเป็นจริงให้แก่ พ.ไปแล้วโจทก์ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของพ. เรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้ จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ขับรถที่เอาประกันภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ สัญญาประกันภัย ไม่คุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 3.9.2. ย่อมไม่เกิดสิทธิที่โจทก์จะรับช่วงสิทธิได้ ตามกฎหมาย โดยจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้น ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมและแทนกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 76,840 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์มิได้เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 7 จ - 2126 กรุงเทพมหานคร และมิได้ชำระค่าเสียหายให้แก่เจ้าของรถยนต์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ความเสียหายของรถยนต์คันดังกล่าวไม่เกิน 30,000 บาท ความเสียหายมิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียว แต่เกิดจากนายวีระพล กรศรีทิพาด้วยทำให้รถยนต์ของจำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 25,605 บาทจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า นางพวงรัตน์

กรศรีทิพา มิได้เอารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 7จ-2126 กรุงเทพมหานคร ประกันภัยไว้กับโจทก์สัญญาประกันภัยตามฟ้องโจทก์กับผู้เอาประกันภัยสมคบกันทำขึ้นภายหลังเกิดเหตุเพื่อฉ้อฉลจำเลย โจทก์จึงมิใช่ผู้รับช่วงสิทธิ ไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุคดีนี้เกิดจากความประมาทของนายวีระพล กรศรีทิพา แต่ฝ่ายเดียวหรือมากกว่าจำเลยที่ 2 ค่าเสียหายไม่ถึง76,840 บาท จำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ไม่ต้องชดใช้ให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 76,840 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์มิได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน7จ-2126 กรุงเทพมหานคร และมิได้ชำระค่าเสียหายให้แก่เจ้าของรถพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบเลื่อนลอยไม่น่าเชื่อว่านางพวงรัตน์

กรศรีทิพา จะเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวและได้เอาประกันไว้กับโจทก์จริง เห็นว่า โจทก์มีนายอดิศักดิ์ เชี่ยวสุทธิ พนักงานพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของโจทก์เบิกความเป็นพยานโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.4และหลักฐานการจ่ายค่าเสียหายเอกสารหมาย จ.8 ยืนยันว่า โจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้จากนางพวงรัตน์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2529 และได้ชำระค่าเสียหายให้แก่นางพวงรัตน์ไปจำนวน 76,840 บาท เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2529 ซึ่งจำเลยที่ 1 มิได้นำพยานมาสืบหักล้างตามข้อต่อสู้ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบ ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ขับรถยนต์ที่เอาประกันภัยไม่มีใบอนุญาตขับขี่

สัญญาประกันภัยไม่คุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.9.2 ย่อมไม่เกิดสิทธิที่โจทก์จะรับช่วงสิทธิได้ตามกฎหมายนั้น จำเลยที่ 1 มิได้ให้การต่อสู้ไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญธรรม อยู่พุก · เริงธรรม ลัดพลี · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้