Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4707/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยขับรถชนรถของ พ.ซึ่งได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ได้รับความเสียหาย และ พ. ได้นำรถไปซ่อมและชำระค่าซ่อมเรียบร้อยแล้ว เมื่อโจทก์ขอต่อรองและชดใช้ค่าเสียหายเป็น ค่าสินไหมทดแทนที่น้อยกว่าความเป็นจริงให้แก่ พ.ไปแล้วโจทก์ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของพ. เรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้ จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ขับรถที่เอาประกันภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ สัญญาประกันภัย ไม่คุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 3.9.2. ย่อมไม่เกิดสิทธิที่โจทก์จะรับช่วงสิทธิได้ ตามกฎหมาย โดยจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้น ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมและแทนกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 76,840 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์มิได้เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 7 จ - 2126 กรุงเทพมหานคร และมิได้ชำระค่าเสียหายให้แก่เจ้าของรถยนต์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ความเสียหายของรถยนต์คันดังกล่าวไม่เกิน 30,000 บาท ความเสียหายมิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียว แต่เกิดจากนายวีระพล กรศรีทิพาด้วยทำให้รถยนต์ของจำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 25,605 บาทจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า นางพวงรัตน์

กรศรีทิพา มิได้เอารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 7จ-2126 กรุงเทพมหานคร ประกันภัยไว้กับโจทก์สัญญาประกันภัยตามฟ้องโจทก์กับผู้เอาประกันภัยสมคบกันทำขึ้นภายหลังเกิดเหตุเพื่อฉ้อฉลจำเลย โจทก์จึงมิใช่ผู้รับช่วงสิทธิ ไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุคดีนี้เกิดจากความประมาทของนายวีระพล กรศรีทิพา แต่ฝ่ายเดียวหรือมากกว่าจำเลยที่ 2 ค่าเสียหายไม่ถึง76,840 บาท จำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ไม่ต้องชดใช้ให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 76,840 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์มิได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน7จ-2126 กรุงเทพมหานคร และมิได้ชำระค่าเสียหายให้แก่เจ้าของรถพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบเลื่อนลอยไม่น่าเชื่อว่านางพวงรัตน์

กรศรีทิพา จะเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวและได้เอาประกันไว้กับโจทก์จริง เห็นว่า โจทก์มีนายอดิศักดิ์ เชี่ยวสุทธิ พนักงานพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของโจทก์เบิกความเป็นพยานโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.4และหลักฐานการจ่ายค่าเสียหายเอกสารหมาย จ.8 ยืนยันว่า โจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้จากนางพวงรัตน์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2529 และได้ชำระค่าเสียหายให้แก่นางพวงรัตน์ไปจำนวน 76,840 บาท เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2529 ซึ่งจำเลยที่ 1 มิได้นำพยานมาสืบหักล้างตามข้อต่อสู้ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบ ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ขับรถยนต์ที่เอาประกันภัยไม่มีใบอนุญาตขับขี่

สัญญาประกันภัยไม่คุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.9.2 ย่อมไม่เกิดสิทธิที่โจทก์จะรับช่วงสิทธิได้ตามกฎหมายนั้น จำเลยที่ 1 มิได้ให้การต่อสู้ไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
บุญธรรม อยู่พุก · เริงธรรม ลัดพลี · สังเวียน รัตนมุง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up