Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4539/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์สินเฉพาะส่วนของตน การที่ศาลพิพากษาให้แบ่งทรัพย์พิพาทออกเป็น 18 ส่วน โดยคำนวณจากจำนวนทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกทั้งหมดเพื่อกำหนดส่วนแบ่งของโจทก์ตามฟ้อง มิได้พิพากษาให้จำเลยโอนหรือแบ่งทรัพย์พิพาทให้ทายาทอื่นด้วย ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายพวง นางเรไร คงหมืนไวย์ มีพี่น้อยร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๘ คน นายพวงได้ซื้อที่ดินพิพาทโดยให้นายประเสริฐ พี่ชายโจทก์เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทน แล้วปลูกบ้านในที่ดินดังกล่าวรวม ๕ หลัง เมื่อนายพวงถึงแก่กรรมทรัพย์ดังกล่าวครึ่งหนึ่งจึงตกเป็นมรดกของนายพวงต้องแบ่งให้ทายาทคนละส่วนเท่า ๆ กัน ทายาททุกคนตกลงยังไม่แบ่งที่ดินดังกล่าวโดยครอบครองร่วมกัน ต่อมานายประเสริฐมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ ทำนิติกรรมยกที่ดินและบ้านดังกล่าวให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ โดยเสน่หาโดยไม่มีอำนาจ ทายาทุกคนได้แจ้งให้จำเลยทั้งสี่เพิกถอนการโอนแต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉยทรัพย์ดังกล่าวมีราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นของนางเรไรครึ่งหนึ่ง

ส่วนอีกครึ่งหนึ่งตกเป็นมรดกแก่ทายาท ๙ คน คนละส่วนเท่า ๆ กัน โจทก์มีสิทธิได้รับ ๕๕,๕๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการให้ที่ดินและบ้านตามฟ้องจำนวน ๕ หลังแล้วนำมาเป็นทรัพย์สินกองมรดกของนายพวงและให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่ง ๕๕,๕๐๐ บาท ให้จำเลยทั้งสี่ไปจดทะเบียนเพิกถอนถ้าไม่ไปให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่ หากจำเลยทั้งสี่ไม่โอนที่ดินคืนให้ ก็ให้ใช้ราคา ๕๕,๕๐๐ บาทแก่โจทก์

จำเลยทั้งสี่ให้การว่า นายประเสริฐซึ่งเป็นบิดาของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ และเป็นสามีจำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรมไปแล้ว ทรัพย์พิพาทเป็นมรดกของนายประเสริญ ไม่ใช่มรดกของนายพวง คงหมี่นไวย์ ไม่มีทายาทของนายพวงคนใดมาเกี่ยวข้องกับทรัพย์พิพาท ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ ๘๐๐ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมากับบ้านเลขที่ ๓๙๑/๔, ๓๙๑/๗ และ ๓๙๑/๘ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินแปลงนี้ให้แบ่งออกเป็น ๑๘ ส่วน เป็นทรัพย์มรดกของนายพวง คงหมื่นไวย์ ครึ่งหนึ่งจำนวน ๙ ส่วน ซึ่งตกเป็นมรดกแก่โจทก์ ๑ ส่วน ให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ จดทะเบียนให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย ๑ ใน ๑๘ ส่วน หากฝ่าฝืนก็ให้ดำเนินการจดทะเบียนได้โดยให้ถือเอาคำพิพากษานี้แทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ การแบ่งแยกที่ดินพิพาทและบ้าน ๓ หลังข้างต้นถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ก็ให้ประมูลกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เอาเงินแบ่งให้โจทก์ตามส่วน หากการประมูลไม่ตกลงกันก็ให้นำออกขายทอดตลาดเอาเงินสุทธิแบ่งให้โจทก์ตามส่วน ให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมสองศาลโดยกำหนดค่าทนายความรวม ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทและบ้านรวม ๓ หลัง ที่ปลูกในที่ดิน ดังกล่าวเป็นของนายพวง ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาทของนายพวงทุกคน โจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์เพียงคนเดียวฟ้องเรียกทรัพย์สินรายนี้เฉพาะส่วนของตน การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้แบ่งทรัพย์พิพาทออกเป็น ๑๘ ส่วน เป็นทรัพย์มรดกของนายพวง คงหมื่นไวย์ครึ่งหนึ่ง จำนวน ๙ ส่วน ซึ่งตกเป็นมรดกแก่โจทก์ ๑ ส่วน ให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ จดทะเบียนให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย ๑ ใน ๑๘ ส่วน เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์แบ่งทรัพย์พิพาทออกเป็น ๑๘ ส่วน โดยคำนวณจากจำนวนทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกทั้งหมดก็เพื่อกำหนดส่วนแบ่งของโจทก์ตามฟ้อง มิได้พิพากษาให้จำเลยโอนหรือแบ่งทรัพย์พิพาทให้ทายาทอื่นด้วย จึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง · สุทิน นนทแก้ว
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายเลียบ ภิญญะวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2559

โจทก์มิได้ฟ้องโดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานและเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายอันเป็นคำฟ้องเพื่อขอให้รับรองสิทธิ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานและเป็นทายาทโดยธรรมขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3832/2540

คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์ที่ 1 ฟ้องขอแบ่งมรดกที่ดินพิพาททั้งสองแปลงจำนวน 1 ใน 7 ส่วน คิดเป็นเงิน 220,000บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 ได้รับส่วนแบ่งมรดกที่ดินพิพาททั้งสองแปลงจำนวน 1 ใน 14 ส่วน คิดเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2296/2538

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกของ ช. คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาผู้ร้องทั้งสามซึ่งเป็น ทายาทของ ช. ย่อมมีสิทธิ ร้องสอดเข้ามาเพื่อบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ได้จึงเป็น คู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2496

ในคดีที่โจทก์หลายคนฟ้องจำเลย ขอให้แบ่งมรดก จำเลยต่อสู้ว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย ไม่ใช่มรดก เมื่อศาลชั้นต้น ฟังว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยไม่ใช่มรดก จึงพิพากษาไม่ใช่แบ่งนั้น ถ้าโจทก์บางคนอุทธรณ์ขอให้แบ่งส่ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2490

ในกรณีที่เป็นผัวเมียตามกฎหมายเก่า เมื่อไม่ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายมีสินเดิม ก็ต้องแบ่งสินสมรสให้แก่สามี 2 ส่วน ภรรยา 1 ส่วน ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยปกครองมฤดกแทนโจทก์ เมื่อศาลอุทธรณ์ยกฟ้องในข้อที่ไม่มีทรัพย์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้