Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4301/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.ศุลกากรฯ มาตรา 10 ทวิ วรรคแรก บัญญัติว่า ความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่นำเข้าเกิดขึ้นในเวลาที่นำของ เข้าสำเร็จ และมาตรา 41 บัญญัติว่า การนำของเข้ามาเป็นอันสำเร็จ แต่ขณะที่เรือซึ่งนำของเช่นนั้นได้เข้ามาในเขตท่าที่จะถ่ายของจาก เรือหรือท่าที่มีชื่อส่งของถึงเรือ ล. นำของที่โจทก์สั่งซื้อเข้ามาในเขตท่าเรือกรุงเทพเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2531ซึ่งเป็น ท่าเรือที่มีชื่อส่งของถึงและจะถ่ายของจากเรือ ความรับผิดในอัน จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่โจทก์นำเข้าจึงเกิดขึ้นในวันที่17 กรกฎาคม 2531 เมื่อโจทก์ชำระค่าอากรขาเข้าสำหรับของที่ นำเข้าสำเร็จแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการตรวจปล่อยของไป และของนั้นได้ถูกไฟไหม้เสียหายหมดขณะที่อยู่บนเรือ ล. ก็ไม่มีกฎหมายให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าอากรขาเข้าที่ได้ชำระ ไปแล้วคืนได้ ตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีการค้า (ฉบับที่ 7) ข้อ 2กำหนดให้ผู้นำเข้ายื่นแบบแสดงรายการค้าพร้อมกับการยื่นใบขนสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และชำระภาษีในวันนำเข้าและ ป.รัษฎากรมาตรา 78 เบญจ(1) บัญญัติว่า วันนำเข้าในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าตามมาตรา 78 ตรี และมาตรา 78 จัตวา หมายความว่าวันที่ ชำระอากรขาเข้าพ.ร.บ.ศุลกากรฯ มาตรา 10 วรรคแรก บัญญัติว่า การเสียภาษีให้เสียแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ ซึ่งโจทก์ก็ได้ชำระค่าอากรขาเข้าแก่เจ้าหน้าที่ของจำเลยไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม2531 วันดังกล่าวจึงเป็นวันนำเข้าตาม ป.รัษฎากร มาตรา 78 เบญจ(1)โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องชำระภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลแก่เจ้าหน้าที่ของจำเลยในวันดังกล่าว แม้ของ ที่โจทก์นำเข้านั้นจะถูกไฟไหม้เสียหายหมดขณะที่อยู่บนเรือ ซึ่ง โจทก์ยังไม่ได้รับการตรวจปล่อยของดังกล่าวไปก็ไม่มีกฎหมายให้สิทธิ แก่โจทก์ที่จะเรียกค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่ได้ชำระ ไปแล้วคืน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 78 ป.รัษฎากร มาตรา 79 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 2 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา มาตรา 10 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 41 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 69 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 95 ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2531 โจทก์สั่งซื้อถ่านกรองซึ่งมีแหล่งกำเนิดที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 22,000กิโลกรัม ตามราคา ซี.ไอ.เอฟ. เป็นเงิน 15,180 เหรียญสหรัฐอเมริกาผู้ขายได้ส่งสินค้ามาทางเรือ โจทก์ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ราคาตรวจสอบวิเคราะห์สินค้าของโจทก์ก่อนที่เรือบรรทุกสินค้าจะถึงท่าเรือกรุงเทพแต่เจ้าหน้าที่ได้ผ่อนผันการวิเคราะห์ วันที่ 17 กรกฎาคม 2531เรือบรรทุกสินค้าเดินทางเข้ามาที่ท่าเรือกรุงเทพ โจทก์จึงชำระค่าอากรขาเข้า ค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล รวมเป็นเงิน85,654 บาท ไปก่อนที่เจ้าพนักงานศุลกากรจะตรวจปล่อยสินค้าให้โจทก์ต่อมาวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 เกิดไฟไหม้เรือบรรทุกสินค้าและไหม้สินค้าของโจทก์ไปทั้งหมด

การชำระภาษีจะกระทำต่อเมื่อสินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักรและไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับยกเว้นภาษี การที่สินค้าของโจทก์เสียหายไปก่อนที่จำเลยจะตรวจปล่อยและส่งมอบให้โจทก์โจทก์จึงไม่ต้องชำระค่าภาษีทั้งหมดแก่จำเลยตามเจตนารมณ์ของกฎหมายศุลกากรซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยต้องคืนเงินค่าภาษีจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยไม่ยอมคืนจึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่โจทก์ชำระค่าภาษีไปจนถึงวันฟ้อง เป็นเงิน 6,723.25 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 92,377.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 85,654 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า

จำเลยไม่ยอมคืนเงินค่าภาษีอากรให้โจทก์เพราะความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่นำเข้าสำเร็จโจทก์นำเข้าสำเร็จเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2531 แม้สินค้าถูกไฟไหม้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 โจทก์ก็ต้องชำระค่าภาษีอากร การตรวจปล่อยสินค้าเป็นขั้นตอนหลังจากเสียภาษีแล้ว อีกทั้งโจทก์สามารถยื่นขอให้ตรวจปล่อยสินค้าได้ทันทีที่ชำระภาษี แต่โจทก์ปล่อยเวลาให้เนิ่นนานมาจนสินค้าถูกไฟไหม้ ทั้งการที่ไฟไหม้ดังกล่าวมิใช่อุบัติเหตุอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้จึงไม่เข้าเกณฑ์ตามมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 โจทก์จึงขอคืนภาษีไม่ได้ นอกจากนี้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 จัตวา, 78 เบญจ (1), 79(6) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 20)

ลงวันที่5 กุมภาพันธ์ 2517 ก็ให้ถือว่าสินค้าที่นำเข้ามีรายรับเกิดขึ้นตั้งแต่วันชำระอากรและสินค้าดังกล่าวมิได้อยู่ในเงื่อนไขของมาตรา 79 ตรี (15) ที่จะได้รับยกเว้นมิให้นำรายรับที่เกิดขึ้นมาคำนวณเสียภาษีการค้า จำเลยจึงไม่ต้องคืนค่าภาษีทั้งหมดแก่โจทก์และไม่ต้องเสียดอกเบี้ย โจทก์ทราบถึงสิทธิการเรียกคืนภาษี ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2531 แต่เพิ่งฟ้องคดีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2532เกิน 1 ปี คดีจึงขาดอายุความศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ได้ความตามที่โจทก์จำเลยมิได้โต้เถียงกันว่า โจทก์ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยทางเรือชื่อลี่เฮียง

เรือลี่เฮียงเข้ามาในเขตท่าเรือกรุงเทพเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2531 ท่าเรือกรุงเทพเป็นท่าเรือที่มีชื่อส่งของถึงและจะจ่ายของจากเรือ โจทก์ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2531 และชำระค่าภาษีอากรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยในวันเดียวกัน แต่โจทก์ยังไม่ได้รับการตรวจปล่อยสินค้าไป วันที่ 19 กรกฎาคม 2531 เกิดไฟไหม้เรือลี่เฮียงสินค้าของโจทก์ซึ่งอยู่บนเรือถูกไฟไหม้หมด โจทก์ขอรับค่าภาษีอากรคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเงินค่าภาษีอากรพร้อมดอกเบี้ยคืนจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่า สำหรับค่าอากรขาเข้านั้นพระราชบัญญัติศุลกากร

พ.ศ. 2469 มาตรา 10 ทวิ วรรคแรก บัญญัติว่าความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่นำเข้าเกิดขึ้นในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จ และมาตรา 41 บัญญัติว่า ถ้ามีความจำเป็นด้วยประการใด ๆ เกี่ยวด้วยการศุลกากรที่จะกำหนดเวลาเป็นแน่นอนว่าการนำของใด ๆ เข้ามาจะพึงถือว่าเป็นอันสำเร็จเมื่อไรไซร้ ท่านให้ถือว่าการนำของเข้ามาเป็นอันสำเร็จแต่ขณะที่เรือซึ่งนำของเช่นนั้นได้เข้ามาในเขตท่าที่จะถ่ายของจากเรือหรือท่าที่มีชื่อส่งของถึงข้อเท็จจริงปรากฏว่า เรือลี่เฮียงนำของที่โจทก์สั่งซื้อเข้ามาในเขตท่าเรือกรุงเทพเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2531 ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีชื่อส่งของถึงและจะถ่ายของจากเรือ ดังนั้นความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่โจทก์นำเข้าจึงเกิดขึ้นในวันที่17 กรกฎาคม 2531 เมื่อโจทก์ชำระค่าอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้าสำเร็จแล้วยังไม่ได้รับการตรวจปล่อยของไป ของนั้นได้ถูกไฟไหม้เสียหายหมดขณะที่อยู่บนเรือลี่เฮียงก็ไม่มีกฎหมายให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าอากรขาเข้าที่ได้ชำระไปแล้วคืนได้

ส่วนค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลนั้น ประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีการค้า (ฉบับที่ 7) เรื่อง กำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการการค้าและชำระภาษีการค้าของผู้นำเข้าและผู้ส่งออกประกาศ ณ วันที่ 25ตุลาคม 2513 ข้อ 2 กำหนดให้ผู้นำเข้ายื่นแบบแสดงรายการค้าพร้อมกับการยื่นใบขนสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และชำระภาษีในวันนำเข้าและประมวลรัษฎากร มาตรา 78 เบญจ บัญญัติว่า เพื่อประโยชน์แก่การจัดเก็บและชำระภาษีตามหมวดนี้ (1) วันนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าตามมาตรา 78 ตรี และมาตรา 78 จัตวา หมายความว่าวันที่ชำระอากรขาเข้า... พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 10 วรรคแรกบัญญัติว่า... การเสียภาษีให้เสียแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ชำระค่าอากรขาเข้าแก่เจ้าหน้าที่ของจำเลยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2531 วันดังกล่าวจึงเป็นวันนำเข้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 เบญจ (1)

โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแก่เจ้าหน้าที่ของจำเลยในวันดังกล่าว เมื่อโจทก์ได้ชำระค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแก่เจ้าหน้าที่ของจำเลยไปในวันที่ 18 กรกฎาคม 2531จึงเป็นการชำระที่ถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว แม้ของที่โจทก์นำเข้านั้นจะถูกไฟไหม้เสียหายหมดขณะที่อยู่บนเรือ ซึ่งโจทก์ยังไม่ได้รับการตรวจปล่อยของดังกล่าวไป ก็ไม่มีกฎหมายให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะเรียกค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่ได้ชำระไปแล้วคืน ดังนั้น การที่จำเลยไม่คืนค่าภาษีอากรแก่โจทก์จึงชอบแล้วที่โจทก์อ้างว่าการนำเข้าจะสำเร็จต่อเมื่อมีการส่งมอบของที่นำเข้าไปโดยถูกต้องพ้นจากความอารักขาของพนักงานศุลกากรแล้ว โดยอ้างความในมาตรา 2 วรรคสิบเอ็ด ที่ว่า

ผู้นำของเข้า หมายความรวมทั้งและใช้ตลอดถึงเจ้าของหรือบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้ครอบครองหรือมีส่วนได้เสียชั่วขณะหนึ่งในของใด ๆ นับแต่เวลาที่นำของนั้นเข้ามาจนถึงเวลาที่ได้ส่งมอบให้ไปโดยถูกต้องพ้นจากความรักษาของพนักงานศุลกากรนั้น เห็นว่า บทกฎหมายดังกล่าวเป็นเพียงบทนิยามของคำว่าผู้นำของเข้า หาใช่บทนิยามของคำว่านำเข้าสำเร็จไม่..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ก้าน อันนานนท์ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2959/2540

สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลย เป็นสัญญาให้บริการที่โจทก์ได้ทำกับจำเลยซึ่งเป็นกรมในรัฐบาล โดยสัญญานั้นได้ทำขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2535 และมีงานให้บริการตามสัญญาส่วนที่เหลือที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาตั้ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3042/2538

สินค้าพิพาทโจทก์สั่งซื้อได้ชำระราคาโดยเปิดเล็ตเตอร์ออฟเครดิตไว้กับธนาคาร และธนาคารได้หักบัญชีค่าสินค้าจากโจทก์ส่งให้ผู้ขาย มีจำนวนเงินตรงกับใบกำกับสินค้า และตรงกับที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้า อี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2537

ราคาของที่นำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีอากรนั้นต้องคิดจากราคาสินค้ารวมกับค่าประกันภัยและค่าระวาง เรียกว่า ราคาซี.ไอ.เอฟ. ที่โจทก์อ้างว่าโต้แย้งเฉพาะค่าขนส่งก็ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับราคาของ เมื่อโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2536

กรมการศุลกากรจำเลยได้รับมอบหมายจากกรมสรรพากรให้เรียกเก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล การที่จำเลยเรียกเก็บเกินจากโจทก์โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกส่วนที่เกินคืนได้โดยไม่ต้องฟ้องกรมสรรพากรด้วย และไม่ใช่เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2534

แม้โจทก์มีหลักฐานสัญญาที่ทำขึ้นเป็น 3 ฝ่าย คือ โจทก์ผู้ขายที่ดินฝ่ายหนึ่ง ผู้ซื้อฝ่ายหนึ่ง และผู้รับจ้างปลูกสร้างตึกแถวฝ่ายหนึ่ง แต่การขออนุญาตและการรับเงินค่าก่อสร้างโจทก์เป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้รั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้