Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4216/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีหนังสือเชิญโจทก์โดยเฉพาะเจาะจงให้มาทำงานกับจำเลยในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่แน่นอนหนังสือดังกล่าวจึงเป็นคำเสนอส่วนข้อความตอนท้ายที่ว่าจึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณานั้นเป็นการให้โอกาสโจทก์ที่จะมีคำสนองต่อจำเลยหรือไม่เมื่อโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยแล้วจึงเป็นคำสนองของโจทก์แต่การที่ต่อมาโจทก์ได้ทำใบสมัครงานกับจำเลยโดยกำหนดให้โจทก์ทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลา 3 เดือนซึ่งเป็นการกำหนดเงื่อนไขขึ้นใหม่เช่นนี้จึงมีผลเป็นว่าโจทก์จำเลยได้มีข้อตกลงกันใหม่โดยยกเลิกข้อตกลงเดิมนั้นแล้วโจทก์ต้องผูกพันตามข้อตกลงใหม่ ข้อบังคับของบริษัทจำเลยมีว่า กรรมการของบริษัทที่ทำงานในโรงพยาบาลด้วยไม่ต้องทดลองงานมีความหมายว่ากรรมการซึ่งมีอำนาจจัดการตามข้อบังคับของบริษัทโดยอยู่ในความครอบงำ ของที่ประชุมใหญ่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1144และกรรมการผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่อื่นเช่นพนักงานคนหนึ่งของบริษัทด้วยเช่นนี้กรรมการผู้นั้นไม่ต้องทดลองงานโจทก์ไม่ได้เป็นกรรมการบริษัทจำเลยไม่ว่าโจทก์จะดำรงตำแหน่งใดในบริษัทจำเลย โจทก์ก็คงมีฐานะเป็นลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานคนหนึ่งของจำเลยเท่านั้นหาใช่ว่าตำแหน่งที่โจทก์ดำรงอยู่เป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาแล้วจะมิใช่พนักงานของจำเลยไม่เมื่อโจทก์มิได้ทักท้วงเงื่อนไขที่จำเลยให้ทดลองปฏิบัติงานโจทก์ก็ต้องผ่านการทดลองปฏิบัติงานตามข้อตกลงใหม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า ส. เขียนเงื่อนไขในใบสมัครงานเพิ่มเติมโดยพลการลับหลังโจทก์ เป็นการปลอมเอกสารโจทก์จำเลยไม่เคยตกลงเงื่อนไขดังกล่าวต่อกันและ ส. เบิกความกลับไปกลับมาบิดเบือนความจริงหลายประการเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง ซึ่งเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานกลางและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยโดยอยู่ในระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลา 3 เดือนจำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ในระหว่างทดลองปฏิบัติงานได้ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2527 จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2527 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ปรากฏความผิด เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและจำเลยยังค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์อีก 2,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 3,709,000 บาท ค่าจ้างที่ค้าง 2,000 บาท และค่าชดเชย 12,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยให้โจทก์ทดลองงานเป็นเวลา 3 เดือน ตามข้อบังคับ โจทก์ไม่เอาใจใส่ปฏิบัติหน้าที่ เกียจคร้าน หย่อนความสามารถ ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์เมื่อครบกำหนดเวลาทดลองงาน

ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมค่าเสียหายโจทก์กำหนดขึ้นเองอย่างเลื่อนลอย ส่วนค่าจ้าง 2,000 บาท นั้น จำเลยหักเป็นค่าดอกเบี้ยที่โจทก์ค้างชำระเงินค่าหุ้น จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ในระหว่างทดลองงาน ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายและค่าชดเชย ส่วนที่จำเลยหักค่าจ้างโจทก์ไว้ 2,000 บาท มิใช่หนี้ที่เกี่ยวกับสัญญาจ้างจำเลยจะหักไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างที่ค้าง 2,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามหนังสือของจำเลยตามเอกสารหมายจ.2 นั้น เป็นเรื่องที่จำเลยแสดงเจตนาโดยเฉพาะเจาะจงถึงการให้โจทก์มาทำงานกับจำเลยตามตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่แน่นอน

หนังสือตามเอกสารหมาย จ.2 ดังกล่าวจึงเป็นคำเสนอของจำเลยที่มีต่อโจทก์แล้ว ส่วนข้อความตอนท้ายของเอกสารหมาย จ.2ที่ว่า จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณานั้น ก็เป็นการให้โอกาสโจทก์ที่จะมีคำสนองต่อหรือไม่เมื่อโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยแล้วจึงเป็นคำสนองของโจทก์ แต่การที่ต่อมาโจทก์ได้ทำใบสมัครกับจำเลยโดยกำหนดให้โจทก์ทดลองปฏบัติงานเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งเป็นการกำหนดเงื่อนไขขึ้นใหม่ โดยโจทก์มิได้ทักท้วงแต่อย่างใด เช่นนี้จึงมีผลเป็นว่าโจทก์จำเลยได้มีข้อตกลงกันใหม่โดยยกเลิกข้อตกลงเดิมนั้นแล้ว โจทก์จึงต้องถูกผูกพันตามข้อตกลงใหม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของจำลย และโจทก์จะดำรงตำแหน่งใดในบริษัทจำเลยก็ตาม โจทก์ก็ยังคงมีฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลยซึ่งเป็นพนักงานคนหนึ่ง

หาใช่ว่าตำแหน่งที่โจทก์ดำรงอยู่เป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาแล้วจะมิใช่พนักงานของจำเลยไม่ผู้ที่ไม่ต้องทดลองงานตามคำเบิกความของนายแพทย์รุ่งเรือง ได้แก่กรรมการของบริษัทจำเลยที่ทำงานในโรงพยาบาลด้วยนั้น ต้องมีความหมายเป็นว่าได้แก่กรรมการของบริษัทซึ่งมีอำนาจจัดการตามข้อบังคับของบริษัทโดยอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1144 และกรรมการผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่อื่นเช่นพนักงานคนหนึ่งของบริษัทจำเลยด้วย กรณีเช่นนี้บุคคลผู้นั้นก็ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับโดยต้องทดลองปฏิบัติงานอีกเท่านั้น แต่กรณีของโจทก์โจทก์มิได้เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยด้วย แต่โจทก์เป็นเพียงพนักงานคนหนึ่ง เมื่อมีการกำหนดเงื่อนไขโดยดจทกืมิได้ทักท้วง

โจทก์ก็ต้องผ่านการทดลองปฏิบัติงานตามข้อตกลงใหม่นี้ด้วยที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การกำหนดเงื่อนไขนั้น ได้มีการเพิ่มเติมเงื่อนไขดังกล่าวลงไว้ในใบสมัครงาน โดยนายแพทย์สมศักดิ์เป็นผู้เขียนเพิ่มเติมโดยพลการและได้กระทำลับหลังโจทก์อันเป็นการปลอมเอกสาร และนายแพทย์สมศักดิ์เบิกความกลับไปกลับมาบิดเบือนความจริงหลายประการ การกำหนดเงื่อนไขจึงเป็นการกระทำขึ้นภายหลังฝ่ายเดียว โจทก์จำเลยไม่เคยตกลงเงื่อนไขดังกล่าวต่อกันจึงไม่มีผลบังคับเห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง ซึ่งเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเมื่อฟังได้ว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย โดยอยู่ในระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลา 3 เดือน จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ในระหว่างทดลองปฏิบัติงานได้โดยโจทก์จะอ้างงว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมมิได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้