Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4153/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์ให้ปรับปรุงที่ดินของจำเลยที่ 1 และบอกเลิกสัญญากับโจทก์ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสของจำเลยที่เป็นการกระทำในหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นวัดในพุทธศาสนาและเป็นนิติบุคคลจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าอาวาสของจำเลยที่ 1 และอาจนำเอาฐานะของตนเองไปทำการต่าง ๆ กับบุคคลอื่น ๆ ได้ จึงต้องรับผิดชอบในฐานะส่วนตัวด้วย จำเลยที่ 3 เป็นตัวแทนจัดที่ดินของจำเลยที่ 1 ให้ประชาชนอยู่อาศัย จำเลยทั้งสามจ้างโจทก์ปรับปรุงที่ดินของโจทก์รวม 7รายการ การว่าจ้างมิได้ทำเป็นหนังสือ โจทก์ทำงานไป 22 วันงานเสร็จถึง 45 เปอร์เซนต์ หากทำต่ออีก 22 วัน งานก็เสร็จเรียบร้อยแต่จำเลยทั้งสามสั่งให้โจทก์หยุดทำงาน และขนย้ายเครื่องมือออกไปจากที่ดินของจำเลย โดยโจทก์มิได้ทำงานผิดข้อตกลง ทำให้โจทก์เสียหายเป็นเงิน 451,475 บาท ขอให้บังคับจำเลยให้โจทก์กลับเข้าทำงานในที่ดินของจำเลยจนเสร็จ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายดังกล่าวก่อนโจทก์จะดำเนินการในที่ดินของจำเลยต่อไป กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชำระดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 3 ให้การว่า เป็นแต่เพียงผู้ติดต่อให้จำเลยที่ 1ที่ 2 ไปตกลงกับโจทก์เท่านั้น จึงไม่ต้องรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2จำเลยที่ 3 มิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 บอกให้โจทก์งดทำงานเพราะโจทก์มิได้ผิดสัญญา โจทก์ไม่เสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย221,475 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออย่างอื่นเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2นอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญาและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า

ส่วนจำเลยที่ 2 นั้นโจทก์ฟ้องให้รับผิดตามสัญญาในฐานะส่วนตัว แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์ให้ปรับปรุงที่ดินของจำเลยที่ 1 และบอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ 1 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำในหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นนิติบุคคล จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ฯลฯพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหาย 221,475 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · มาโนช เพียรสนอง · ประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้