Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4153/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์ให้ปรับปรุงที่ดินของจำเลยที่ 1 และบอกเลิกสัญญากับโจทก์ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสของจำเลยที่เป็นการกระทำในหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นวัดในพุทธศาสนาและเป็นนิติบุคคลจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าอาวาสของจำเลยที่ 1 และอาจนำเอาฐานะของตนเองไปทำการต่าง ๆ กับบุคคลอื่น ๆ ได้ จึงต้องรับผิดชอบในฐานะส่วนตัวด้วย จำเลยที่ 3 เป็นตัวแทนจัดที่ดินของจำเลยที่ 1 ให้ประชาชนอยู่อาศัย จำเลยทั้งสามจ้างโจทก์ปรับปรุงที่ดินของโจทก์รวม 7รายการ การว่าจ้างมิได้ทำเป็นหนังสือ โจทก์ทำงานไป 22 วันงานเสร็จถึง 45 เปอร์เซนต์ หากทำต่ออีก 22 วัน งานก็เสร็จเรียบร้อยแต่จำเลยทั้งสามสั่งให้โจทก์หยุดทำงาน และขนย้ายเครื่องมือออกไปจากที่ดินของจำเลย โดยโจทก์มิได้ทำงานผิดข้อตกลง ทำให้โจทก์เสียหายเป็นเงิน 451,475 บาท ขอให้บังคับจำเลยให้โจทก์กลับเข้าทำงานในที่ดินของจำเลยจนเสร็จ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายดังกล่าวก่อนโจทก์จะดำเนินการในที่ดินของจำเลยต่อไป กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชำระดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 3 ให้การว่า เป็นแต่เพียงผู้ติดต่อให้จำเลยที่ 1ที่ 2 ไปตกลงกับโจทก์เท่านั้น จึงไม่ต้องรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2จำเลยที่ 3 มิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 บอกให้โจทก์งดทำงานเพราะโจทก์มิได้ผิดสัญญา โจทก์ไม่เสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย221,475 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออย่างอื่นเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2นอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญาและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า

ส่วนจำเลยที่ 2 นั้นโจทก์ฟ้องให้รับผิดตามสัญญาในฐานะส่วนตัว แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์ให้ปรับปรุงที่ดินของจำเลยที่ 1 และบอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ 1 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำในหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นนิติบุคคล จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ฯลฯพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหาย 221,475 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
เจริญ นิลเอสงฆ์ · มาโนช เพียรสนอง · ประมาณ ชันซื่อ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up