Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3800/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

รายได้ตลอดปีของพนักงานที่จะใช้คำนวณเงินโบนัสให้แก่พนักงานตามข้อบังคับของจำเลย หมายถึง เฉพราะรายได้ที่ลูกจ้างได้รับเป็นประจำตามปกติและมีจำนวนแน่นอนอันได้แก่ค่าจ้างรายเดือนหรือเงินเดือน ฉะนั้นค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันซึ่งเป็นเงินที่ลูกจ้างได้รับในระหว่างปีเป็นบางครั้งบางคราว และมีจำนวนไม่แน่นอน จึงไม่เป็นรายได้ของพนักงานที่จะนำมารวมเป็นหลักฐานคำนวณเงินโบนัส

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 10 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสที่ขาดเป็นเงิน ๑,๙๒๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยแถลงว่า ได้จ่ายเงินโบนัสให้โจทก์ครบถ้วนแล้วโดยคำนวณจากรายได้ของโจทก์ซึ่งเป็นเงินเดือน ไม่ได้นำค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันมารวมเป็นฐานคำนวณด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสเป็นเงิน ๔๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ว่า ค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันของพนักงานก็ถือว่าเป็นรายได้ของพนักงานเช่นเดียวกัน ดังนั้น ในการจ่ายเงินโบนัสตามประกาศของจำเลยจึงต้องนำค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันมารวมเป็นฐานคำนวณด้วย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๒,๙๐๔ บาท จำเลยได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงานไว้ว่า "บริษัท ฯ จะทำการจ่ายโบนัสในอัตรา ๑๒.๕ % ของรายได้ของพนักงานจากวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๐ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๐ ในส่วนที่เพิ่มเติมจากที่ได้จ่ายไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๓๐ สำหรับพนักงานที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัท ฯ แล้ว " จำเลยได้จ่ายเงินโบนัสให้แก่โจทก์โดยคำนวณจากค่าจ้าง ซึ่งโจทก์ได้รับเดือนละ ๒,๙๐๔ บาท แต่มิได้นำค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันซึ่งโจทก์ได้รับมารวมเป็นฐานคำนวณด้วย ปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าตามประกาศของจำเลยได้ระบุรายได้อันจะนำมาคำนวณเงินโบนัสว่า "..........รายได้ของพนักงานจากวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๐ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๐ " ย่อมหมายถึงรายได้ที่ลูกจ้างได้รับเป็นประจำตามปกติและมีจำนวนแน่นอนอันได้แก่ค่าจ้างรายเดือนหรือเงินเดือนมิได้หมายความรวมถึงรายได้ประเภทอื่นซึ่งลูกจ้างได้รับในระหว่างปีไม่ว่าประเภทใด เช่นค่าอาหาร ค่ารถ เป็นต้น มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นรายได้ของพนักงานที่ต้องนำมารวมเป็นฐานคำนวณเงินโบนัสทั้งสิ้น อันเป็นการไม่ถูกต้อง ฉะนั้นค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยัน ซึ่งเป็นเงินที่ลูกจ้างได้รับเป็นบางครั้งบางคราวในระหว่างปีและมีจำนวนไม่แน่นอนจึงถือไม่ได้ว่าเป็นรายได้ของพนักงาน ที่จะต้องนำมารวมเป็นฐานคำนวณเงินโบนัสตามประกาศของจำเลย การที่จำเลยจ่ายเงินโบนัสให้แก่โจทก์โดยคำนวณจากค่าจ้างรายเดือนของโจทก์นั้น ชอบด้วยประกาศของจำเลยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสมชาย อุดมวงษ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1448/2541

เดิมจำเลยกับลูกจ้างมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใช้บังคับกำหนดให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสให้ลูกจ้างเป็นจำนวน 100 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในหนึ่งเดือน ไม่รวมเงินเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเงินโบนัสตามข้อตกลงดังกล่าวจำเลยต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3744/2531

สิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่เป็นสินสมรสการฟ้องเรียกเก็บเงินตามสัญญาจ้างแรงงานมิใช่เป็นการจัดการสินสมรส หญิงมีสามีจึงมีอำนาจฟ้องคดีได้ตามลำพังตน โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี เงินค่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104976)

ในระหว่างนัดหยุดงานลูกจ้างย่อมไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างเพราะมิได้ปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าลูกจ้างที่นัดหยุดงานตามสิทธิที่ตนมีอยู่ตามกฎหมายนั้นได้ขาดงานตามหลักเกณฑ์ของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2528

กรณีที่อธิบดีกรมแรงงานอนุญาตให้นายจ้างมีสิทธิสั่งให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาปกติตามกฎหมายได้นั้น นายจ้างกับลูกจ้างย่อมทำสัญญาให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาและจ่ายค่าจ้างกันเท่าใดก็ได้ เมื่อลูกจ้างยินยอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2528

จำเลยให้ลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่เป็นนายสถานีหรือผู้ช่วยทำงานวันละ 12 ชั่วโมงมานานแล้ว โดยจำเลยจ่ายแต่เงินค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มให้ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเท่านั้น และลูกจ้างก็ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้