Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104976)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในระหว่างนัดหยุดงานลูกจ้างย่อมไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างเพราะมิได้ปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าลูกจ้างที่นัดหยุดงานตามสิทธิที่ตนมีอยู่ตามกฎหมายนั้นได้ขาดงานตามหลักเกณฑ์ของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยผู้เป็นนายจ้างจะยกมาเป็นเหตุที่จะพิจารณาไม่ขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างไม่ได้ อย่างไรก็ตามการให้บำเหน็จความดีความชอบโดยการขึ้นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างนั้นเป็นสิทธิของนายจ้าง ซึ่งจะต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่นายจ้างได้กำหนดไว้ ในชั้นนี้จึงไม่อาจบังคับจำเลยขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์ได้โดยชอบที่จะบังคับเพียงให้จำเลยพิจารณาความดีความชอบของโจทก์เสียใหม่ตามที่เห็นสมควรต่อไปโดยมิให้ถือว่าการนัดหยุดงานของโจทก์เป็นการขาดงาน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยโดยได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน จำเลยมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จะขึ้นค่าจ้างประจำปีให้ทุกวันที่ ๑๖ มิถุนายนของปี ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๒๙ ถึงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๓๐ จำเลยไม่ขึ้นค่าจ้างให้ตามข้อตกลง ขอให้บังคับจำเลยขึ้นค้าจ้างให้โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๓๐ เป็นต้นไป

จำเลยให้การว่า การขึ้นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเดิมได้ถือเป็นการประจำต่อมาวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๔ ได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกิดจากการยื่นข้อเรียกร้องว่า จำเลยจะขึ้นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างปีละ ๑ ครั้ง ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ของทุกปี โดยแบ่งเป็นเกรด กรณีลูกจ้างคนใดลากิจ ลาป่วย ขาดงาน มาสายรวมกันเกินกว่าปีละ ๓๐ วัน นายจ้างจะไม่ขึ้นค่าจ้างให้ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๒๕ ได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเปลี่ยนแปลงการกำหนดเกรดและเพิ่มอัตราค่าจ้างใหม่ ในวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๙ ได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งเกิดจากการยื่นข้อเรียกร้องว่า การขึ้นค่าจ้างประจำปีให้ใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาตามข้อ ๘ ของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๔ ระหว่างวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๒๙ ถึงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๓๐ โจทก์ที่ ๑ ลากิจ ๔ วัน

ลาป่วย ๙ วัน ขาดงานเนื่องจากนัดหยุดงาน ๔๓ วัน รวมเป็น ๕๖ วัน โจทก์ที่ ๒ ลากิจ ๓ วัน ลาป่วย ๒ วัน รวมทั้งวันนัดหยุดงานเป็น ๔๘ วัน และโจทก์ที่ ๓ ลาป่วย ๑๐ วัน รวมทั้งวันนัดหยุดงานเป็น ๕๓ วัน ซึ่งเกินกว่าที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกำหนดไว้ทั้งสิ้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพาษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ว่า การนัดหยุดงานจะเกิดขึ้นเมื่อได้มีการยื่นข้อเรียกร้องอันเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ขาดงานอันต้องด้วยข้อยกเว้นที่จะไม่ได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือน

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๕ ให้คำนิยามของคำว่า "การนัดหยุดงาน" หมายความว่า การที่ลูกจ้างร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน และคำว่า "ข้อพิพาทแรงงาน" หมายความว่าข้อขัดแยังระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการจ้าง การที่ลูกจ้างจะนัดหยุดงานได้โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ลูกจ้างจะต้องถือปฏิบัติตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๑๓, ๑๔, ๑๖ และมาตรา ๑๗ เป็นเบื้องต้น หากไม่มีการเจรจากันภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๑๖ หรือเจรจากันแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ก็ต้องถือว่ามีข้อพิพาทแรงงานเกิดขึ้นแล้วตามมาตรา ๒๑ และได้มีการดำเนินการตามมาตรา ๒๒ ต่อไป

หากมีการนัดหยุดงานเกิดขึ้นโดยมีการปฏิบัติผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามบทกฎหมายดังกล่าวมาแล้ว ลูกจ้างก็ย่อมมีสิทธิที่จะนัดหยุดงานได้ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎหมายให้อำนาจไว้เพื่อประโยชน์ในการใช้อำนาจต่อรองกับนายจ้างในเรื่องข้อพิพาทแรงงานนั้นในระหว่างการนัดหยุดงานนั้นลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างเพราะมิได้ปฏิบัติงานให้แก่นายจ้างก็ตาม ก็ไม่อาจถือได้ว่าลูกจ้างที่นัดหยุดงานตามสิทธิดังกล่าวได้ขาดงาน นอกจากนั้นหากจะถือว่าเป้นการขาดงานตามความเห็นของศาลแรงงานกลางแล้ว ก็ย่อมมีผลต่อไปว่าลูกจ้างที่นัดหยุดงานได้ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน ซึ่งนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗ (๔) อีกด้วย จากเหตุผลดังกล่าว

ศาลฎีกาเห็นว่าการนัดหยุดงานของโจทก์จึงไม่เป็นการขาดงานตามหลักเกณฑ์ของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ลงวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๙ เอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๗ จำเลยจะยกหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาเป็นเหตุที่จะพิจารณาไม่ขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์ไม่ได้ อุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาข้อนี้ฟังขึ้น และเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้ กรณีก็ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ ข้อ ๒.๑ ของโจทก์ที่ขอให้วินิจฉัยว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ฉบับลงวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๙ ที่ว่ามีผลใช้บังคับหลังจากที่โจทก์เข้าทำงาน หลังจากวันนัดหยุดงานสิ้นสุดลงนั้นต่อไป

อนึ่ง ที่โจทก์มีคำขอให้บังคับจำเลยขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๓๐ เป็นต้นไปนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การให้บำเหน็จความดีความชอบโดยการขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์นั้นเป็นสิทธิของจำเลยซึ่งจะต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่จำเลยได้กำหนดไว้ ในชั้นนี้จึงไม่อาจบังคับจำเลยขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์ได้โดยชอบที่จะบังคับเพียงให้จำเลยพิจารณาความดีความชอบของโจทก์เสียใหม่ตามที่เห็นสมควรต่อไปโดยมิให้ถือว่าการนัดหยุดงานของโจทก์เป็นการขาดงานเท่านั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยพิจารณาขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์ทั้งสามตามหลักเกณฑ์และข้อตกลงที่ใช้บังคับ โดยไม่ถือว่าโจทก์ทั้งสามขาดงานเนื่องจากการนัดหยุดงานในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๙ นั้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายธวัชชัย พิทักษ์พลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26762)

ในระหว่างนัดหยุดงานลูกจ้างย่อมไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างเพราะมิได้ปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าลูกจ้างที่นัดหยุดงานตามสิทธิที่ตนมีอยู่ตามกฎหมายนั้นได้ขาดงานตามหลักเกณฑ์ของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1448/2541

เดิมจำเลยกับลูกจ้างมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใช้บังคับกำหนดให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสให้ลูกจ้างเป็นจำนวน 100 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในหนึ่งเดือน ไม่รวมเงินเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเงินโบนัสตามข้อตกลงดังกล่าวจำเลยต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 106/2535

ตามพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยพ.ศ.2522 กำหนดให้ผู้ว่าการมีอำนาจบริหารกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับและนโยบายที่คณะกรรมการกำหนด บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2534

โจทก์และลูกจ้างอื่นแจ้งข้อเรียกร้องต่อจำเลย มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างว่า จำเลยตกลงจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่พนักงานทุกคนคนละ 330 บาทต่อเดือน โดยให้ถือว่าเงินจำนวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของค่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้