Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3798/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้ามีราคาไล่เลี่ยกับราคาของผู้นำเข้ารายอื่น ๆ ที่นำเข้ามาจากประเทศเดียวกัน ในเที่ยวเรือเดียวกัน และแม้จะนำเข้ามาก่อนประมาณ 3 เดือนหรือหลังประมาณ 2 เดือนก็มีราคาใกล้เคียงกันราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้จึงถือไม่ได้ว่าต่ำกว่าราคาตลาดอันแท้จริง ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินเรียกเก็บตาม ป.รัษฎากร และ พ.ร.บ. รายได้เทศบาล เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในกำหนด 30 วัน ตาม ป.รัษฎากรมาตรา 30 จึงหมดสิทธิที่จะเรียกคืนภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล.โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า การที่จำเลยตีราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าเพิ่มขึ้นและประเมินเรียกเก็บภาษีอากรจากโจทก์นั้นเป็นการไม่ชอบ ให้เพิกถอนการประเมินและให้จำเลยคืนเงินภาษีพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า การประเมินดังกล่าวถูกต้อง จำเลยไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยเพิกถอนการประเมินดังกล่าวและให้จำเลยคืนเงินภาษีพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ตามพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบมานั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า บริษัทโจทก์ได้ส่งสินค้าเหล็กแผ่นม้วนรีดด้วยความร้อนจากประเทศสิงคโปร์เข้ามาในราชอาณาจักร โดยสินค้าดังกล่าวนั้นผลิตหรือมีถิ่นกำเนิดในประเทศออสเตรเลีย สินค้าดังกล่าวได้มาถึงท่าเรือกรุงเทพเมื่อวันที่17 พฤษภาคม 2525 โจทก์ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้ารวม 4 ฉบับ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.ล.1, จ.ล.3, จ.ล.5และ จ.ล.7 ใบขนสินค้าเหล่านี้บางฉบับได้แสดงจำนวนดอกเบี้ยที่จะต้องชำระให้แก่ผู้ขายไว้ด้วย แต่ในการคำนวณภาษีอากรขาเข้านั้นจะไม่นำดอกเบี้ยมารวมคำนวณไว้ด้วย ตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.1,จ.ล.5 และ จ.ล.7 นั้น เมื่อคำนวณราคาสินค้าแล้วจะเป็นราคาตันละ239.04, 239.05 และ 265 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ส่วนสินค้าตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.3 จะเป็นราคาตันละ 248.04 เหรียญสหรัฐพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยไม่พอใจในราคาที่สำแดงไว้นั้น จึงสั่งให้โจทก์วางเงินประกันโจทก์ได้ชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้าภาษีบำรุงเทศบาลและค่าธรรมเนียมพิเศษตามราคาสินค้าที่สำแดงไว้นั้นพร้อมกับวางเงินประกันไว้อีก 515,000 บาท ปรากฏตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.4 ต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้นั้นต่ำไป ราคาตลาดอันแท้จริงตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.1, จ.ล.5 และ จ.ล.7 จะต้องเป็นตันละ 318 เหรียญสหรัฐ และตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.3ต้องเป็นราคาตันละ 323 เหรียญสหรัฐ แต่เนื่องจากโจทก์สั่งซื้อจากประเทศสิงคโปร์ซึ่งมิใช่ประเทศผู้ผลิตโดยตรง ผู้ขายจะต้องบวกค่านายหน้าและตอบแทนอื่น ๆ ไว้ด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่จึงประเมินราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 3 เป็นว่า สินค้าตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.1, จ.ล.5 และ จ.ล.7 ราคาตันละ 327.54 เหรียญสหรัฐส่วนสินค้าตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.3 ราคาตันละ 332.69เหรียญสหรัฐ และประเมินเรียกเก็บภาษีอากรในการนำเข้าเพิ่มขึ้นรวมเป็นอากรขาเข้า ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล และค่าธรรมเนียมพิเศษที่จะต้องชำระเพิ่มขึ้นอีก 500,954.02 บาท ปรากฏตามแบบแจ้งการประเมินอากรขาเข้าและภาษีการค้า เอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.8และทางฝ่ายจำเลยได้หักเงินที่โจทก์วางประกันไว้นั้นชำระภาษีอากรที่จะต้องชำระเพิ่ม ปรากฏตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.9 ถึงจ.12 โจทก์ไม่พอใจในการประเมิน ได้ยื่นอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามเอกสารหมาย จ.13 ต่อมาอธิบดีกรมศุลกากรได้มีหนังสือแจ้งผลของการอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบ โดยยืนยันว่าราคาสินค้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินไว้นั้นถูกต้องแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 2 ป.รัษฎากร มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องปัญหาข้อแรกที่จะต้องวินิจฉัยก็คือ ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.1, จ.ล.3, จ.ล.5 และ จ.ล.7 นั้นต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.1, จ.ล.5และ จ.ล.7 นั้น ราคาตันละ 239.01, 239.05 และ 265 เหรียญสหรัฐตามลำดับ ส่วนสินค้าตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.3 ราคาตันละ248 เหรียญสหรัฐดังกล่าวแล้วข้างต้น แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินราคาสินค้าตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.1, จ.ล.5 และจ.ล.7 เป็นตันละ 327.54 เหรียญสหรัฐ ส่วนสินค้าตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.3 ประเมินเป็นราคาตันละ 332.69 เหรียญสหรัฐเพราะพนักงานเจ้าหน้าที่ถือว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2523 ได้มีผู้นำสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันนี้เข้ามาในราคาตันละ 318 และ323 เหรียญสหรัฐ และเนื่องจากโจทก์สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากประเทศสิงคโปร์ซึ่งมิใช่ประเทศผู้ผลิตโดยตรง หนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้รวมค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนเข้าไปอีกร้อยละ 3 เป็นราคาตันละ327.54 และ 332.69 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าราคาสินค้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยนำมาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบนั้น เป็นราคาสินค้าที่สั่งเข้ามาก่อนหน้าที่โจทก์สั่งสินค้ารายพิพาทเข้ามาประมาณ 2 ปี ในช่วงระยะเวลาประมาณ 2 ปีนั้น ราคาสินค้าย่อมจะต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้างโจทก์นำสืบว่า ก่อนที่โจทก์จะสั่งสินค้ารายพิพาทเข้ามาประมาณ 3 เดือน บริษัทเมืองไทยเหล็กกล้าจำกัด ได้สั่งสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันนี้เข้ามาจากประเทศสิงคโปร์ ในราคาตันละ 255 เหรียญสหรัฐ ปรากฏตามเอกสารหมายจ.15 และ จ.16 และในเที่ยวเรือนเดียวกันกับที่โจทก์สั่งสินค้ารายพิพาทเข้ามานี้ บรัษัทสหวิริยะพาณิชย์ จำกัดบริษัทบริบูรณ์พาณิชย์ จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดชลวิริยะ ก็ได้สั่งสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันนี้เข้ามาในราคาตันละ 265, 240และ 250 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ซึ่งเป็นราคาไล่เลี่ยกับที่โจทก์สั่งเข้ามา และหลังจากโจทก์สั่งสินค้ารายพิพาทเข้ามาแล้วประมาณ2 เดือน

คือเมื่อเดือนกรกฎาคม 2525 บริษัทเมืองไทยเหล็กกล้า จำกัดได้สั่งสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันนี้จากประเทศสิงคโปร์ในราคาตันละ240 เหรียญสหรัฐ (เกรด 2) และตันละ 244.50 เหรียญสหรัฐ (เกรด 1)ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.20 อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าราคาสินค้ามีแนวโนม้ลดลง ซึ่งทางฝ่ายจำเลยมิได้นำสืบหักล้างให้เห็นเป็นอย่างอื่น โดยเฉพาะราคาสินค้าที่บริษัทเมืองไทยเหล็กกล้า จำกัดสั่งเข้ามาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2525 ตามเอกสารหมาย จ.20 ในราคาตันละ 240 และ 244.50 เหรียญสหรัฐ นั้น เป็นราคาที่ใกล้เคียงกับราคาที่โจทก์สั่งเข้ามาเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้โจทก์ยังนำสืบอีกว่าต่อมาในปี พ.ศ. 2526 ทางกรมศุลกากรจำเลยยอมรับราคาเหล็กแผ่นม้วนรีดร้อนตามประเภทและชนิดเดียวกันนี้ (เกรด 1) ในราคาตันละ240 เหรียญสหรัฐ เป็นราคาตลาดอีกด้วย ซึ่งทางฝ่ายจำเลยก็มิได้นำสืบปฏิเสธให้เห็นเป็นอย่งอื่น จึงรับฟังได้ว่าเป็นความจริง

เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเช่นนี้ ที่โจทก์นำแดงราคาสินค้าตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.ล.1 ในราคาตันละ 239.04 เหรียญสหรัฐ ตามใบขนสินค้าจ.ล.3 ราคาตันละ 248.04 เหรียญสหรับ ตามใบขนสินค้า จ.ล.5 ราคาตันละ239.05 เหรียญสหรัฐและตามใบขนสินค้า จ.ล.7 ราคาตันละ 265เหรียญสหรัฐนั้น จึงถือไม่ได้ว่าต่ำกว่าราคาตลาดอันแท้จริง การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมินราคาสินค้าเป็นตันละ 327.54และตันละ 332.69 เหรียญสหรัฐนั้น จึงไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามสำหรับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินเรียกเก็บตามประมวลรัษฎากรและพระราชบัญญัติรายได้เทศบาลนั้น หลังจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการประเมินแล้ว โจทก์มิได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลภายในกำหนดเวลา 30 วัน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 จึงหมดสิทธิที่จะเรียกคืนภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล

คงมีสิทธิฟ้องเรียกคืนแต่เฉพาะอากรขาเข้าและค่าธรรมเนียมพิเศษเท่านั้น ที่ศาลภาษีอากรกลางคืนเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลให้โจทก์ด้วยนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วยโจทก์จะมีสิทธิเรียกคืนอากรขาเข้าและค่าธรรมเนียมพิเศษเป็นจำนวนเท่าใดนั้น ปรากฏว่าโจทก์ชำระอากรขาเข้าและค่าธรรมเนียมพิเศษไว้ตามใบเสร็จรับเงิน เอกสารหมาย จ.9 เป็นเงิน 66,609.38 บาทตามใบเสร็จรับเงิน เอกสารหมาย จ.10 เป็นเงิน 70,352.76 บาทตามใบเสร็จรับเงิน ตามเอกสารหมาย จ.11 เป็นเงิน 130,928.92 บาทและตามใบเสร็จรับเงิน ตามเอกสารหมาย จ.12 เป็นเงิน 64,481.81 บาทจึงรวมเป็นอากรขาเข้าและค่าธรรมเนียมพิเศษที่จะต้องคืนให้โจทก์ทั้งสิ้น 332,372.87 บาท โดยจำเลยจะต้องรับผิดเสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่วางเงินประกัน

คือวันที่ 18พฤษภาคม 2525 เป็นต้นไปพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินแต่เฉพาะค่าอากรขาเข้าและค่าธรรมเนียมพิเศษ ให้จำเลยคืนเงินอากรขาเข้าและค่าธรรมเนียมพิเศษแก่โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น 332,372.87 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2525 จนถึงวันชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสวก จันทร์ผ่อง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12199/2547

การที่จำเลยได้รับแจ้งการประเมินภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาลและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วไม่อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 30 แม้อธิบดีกรมสรรพากร โจทก์ที่ 2 จะมีอำนาจสั่งยึดหรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3060/2538

โจทก์มิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหรือยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3042/2538

สินค้าพิพาทโจทก์สั่งซื้อได้ชำระราคาโดยเปิดเล็ตเตอร์ออฟเครดิตไว้กับธนาคาร และธนาคารได้หักบัญชีค่าสินค้าจากโจทก์ส่งให้ผู้ขาย มีจำนวนเงินตรงกับใบกำกับสินค้า และตรงกับที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้า อี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5157/2537

เมื่อโจทก์นำของเข้าในราชอาณาจักร โจทก์ต้องสำแดงราคาสินค้าเพื่อเสียภาษีอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเห็นว่าโจทก์สำแดงราคาสินค้าไม่ถูกต้องจึงสั่งให้โจทก์เพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2537

ราคาของที่นำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีอากรนั้นต้องคิดจากราคาสินค้ารวมกับค่าประกันภัยและค่าระวาง เรียกว่า ราคาซี.ไอ.เอฟ. ที่โจทก์อ้างว่าโต้แย้งเฉพาะค่าขนส่งก็ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับราคาของ เมื่อโ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้