Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ตั้งฟ้องมาว่า จำเลยและผู้จัดการที่ทำการประปากระทำละเมิดผิดสัญญาจ้าง เรียกค่าเสียหาย แม้จะฟังว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความในมูลละเมิดแต่ในเรื่องผิดสัญญาจ้างแรงงาน อายุความ10 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความฟ้องร้องจำเลยมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุของโจทก์ ร่วมกับผู้จัดการที่ทำการประปากระทำการฝ่าฝืนต่อระเบียบข้อบังคับของโจทก์โดยทุจริตยักยอกและเบียดบังเอาทรัพย์ของโจทก์ เช่นนี้จำเลยจะอ้างว่าปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเพื่อปัดความผิดของตนหาได้ไม่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าจำเลยจะต้องรับผิดในหนี้6 รายการ ตามเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 8.1.1 ถึง 8.1.6 รวมเป็นเงิน390,149.20 บาทเช่นนี้ แม้ศาลจะได้กล่าวสรุปในตอนต่อมาของคำพิพากษาว่า '...ความรับผิดของจำเลยที่ 1 จริง ๆ ควรเป็นจำนวน390,149.20 บาท ตามเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 8.1.6 เท่านั้น ...' อันเป็นการคลาดเคลื่อนไป จำเลยที่ 1 จะถือโอกาสเอาข้อคลาดเคลื่อนผิดหลงเพียงเล็กน้อยเท่านี้มาลดความรับผิดจริงให้เหลือเพียง8,346 บาท ตามที่ระบุในเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 8.1.6 เท่านั้นหาชอบไม่.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 164 ป.พ.พ. มาตรา 448 ป.พ.พ. มาตรา 449 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุของโจทก์ ร่วมกับนายนิยมรัฐ ณ สงขลา กระทำการฝ่าฝืนต่อระเบียบข้อบังคับของโจทก์อันเป็นการจงใจทำละเมิดต่อโจทก์ก่อให้โจทก์เสียหาย และร่วมกันทุจริตยักยอกเบียดบังเอาทรัพย์ของโจทก์ ต่อมานายนิยมรัฐ ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ผู้เป็นทายาทจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าเสียหาย2,359,837.20 บาท กับให้ร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับเงินต้น 2,342,262.20 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความและความเสียหายที่เกิดขึ้นมิได้อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 5 ขาดนัด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ขาดนัด และพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไปฝ่ายเดียว

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 390,149.20 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 5 ร่วมกันชำระเงิน 1,370,278.20 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องด้วยมูลละเมิดแต่อย่างเดียว ดังจะเห็นได้จากข้อหาหรือฐานความผิดหน้าฟ้อง โจทก์ระบุว่า 'ละเมิดผิดสัญญาจ้าง เรียกค่าเสียหาย'ในคำฟ้องข้อ 1 โจทก์ได้บรรยายความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ว่า เป็นนายจ้างลูกจ้างกันสถานใด จำเลยที่ 1 มีตำแหน่งหน้าที่ประการใด ในข้อ 2 ถึงข้อ 5 จำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ผิดระเบียบข้อบังคับอันเป็นเงื่อนไขการจ้างหรือการทำงานประการใด ผลแห่งการกระทำผิดเงื่อนไขการจ้างหรือการทำงานก่อความเสียหายแก่โจทก์ประการใด คำฟ้องของโจทก์ตามที่กล่าวข้างต้นจึงเป็นฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดทั้งมูลละเมิดและมูลสัญญาจ้างแรงงานฟ้องของโจทก์หากจะขาดอายุความมูลละเมิดตามที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์หรือไม่ก็ตาม แต่ฟ้องโจทก์ในเรื่องผิดสัญญาจ้างแรงงานหาได้ขาดอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ไม่

อุทธรณ์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น จำเลยที่ 1 อุทธรณ์อีกข้อหนึ่งว่า จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามคำสั่งของนายนิยมรัฐ ณ สงขลา และของนายกิจ บุญรัศมี ผู้มีตำแหน่งหน้าที่สูงกว่าจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ประกอบกับวิธีการที่ปฏิบัติก็ทำกันมาช้านานแล้ว จำเลยที่ 1 หาต้องรับผิดไม่ ข้อนี้เห็นว่า เมื่อเป็นคำสั่งที่ผิดต่อระเบียบข้อบังคับแล้ว ถึงแม้จะปฏิบัติมาช้านานสักเท่าใด จำเลยที่ 1ก็หาอาจจะอ้างคำสั่งของผู้บังคับบัญชาและวิธีปฏิบัติที่ผิดระเบียบเป็นเครื่องกำบังให้ตนพ้นความรับผิดได้ไม่ ใช่แต่เท่านั้น ความเสียหายของโจทก์มิใช่เกิดแต่จำเลยที่ 1ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแต่สถานเดียวก็หาไม่ศาลแรงงานกลางยังฟังข้อเท็จจริงอีกว่า

แม้จำเลยที่ 1 เองก็ร่วมดำเนินการด้วยตนเองอีกหลายประการ ดังนั้นจำเลยที่ 1 จะปลีกตัวปัดความรับผิดเสียนั้นหาได้ไม่ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เป็นข้อสุดท้ายว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดตามบันทึกข้อความฯ เอกสารหมาย จ.5 ข้อ8.1.6 เท่านั้น ก็เมื่อข้อ 8.1.6 ระบุว่าจำเลยจะต้องรับผิดเพียง 8,346 บาท ไฉนศาลแรงงานกลางกลับพิพากษาให้จำเลยที่ 1 รับผิดถึง 390,149.20 บาท จึงเป็นการวินิจฉัยและพิพากษาที่ขัดต่อข้อเท็จจริงในสำนวน ข้อนี้เห็นว่า หาเป็นดังที่จำเลยที่ 1อุทธรณ์ไม่ ศาลแรงงานกลางตั้งประเด็นจำนวนความรับผิดของจำเลยที่ 1 ไว้ตามคำพิพากษาหน้า 15 วรรคท้าย ถึงหน้า 16 วรรคแรก ว่าจะต้องรับผิดถึง 8 รายการจริงหรือไม่

ครั้นแล้วศาลแรงงานกลางจึงได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดเพียง 6 รายการเท่านั้นไม่ต้องรับผิดรายการที่ 7 และรายการที่ 8 รายการที่ 1ถึงรายการที่ 6 ตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางมีจำนวนเงิน149,510.30 บาท 16,986.90 บาท 7,251 บาท 200,700 บาท 7,355 บาท และ8,346 บาท ซึ่งตรงกับรายการที่จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดตามบันทึกข้อความฯ เอกสารหมาย จ.5 ข้อ 8.1.1 ข้อ 8.1.2 ข้อ 8.1.3 ข้อ8.1.4 ข้อ 8.1.5 และข้อ 8.1.6 สำหรับจำนวนเงิน 390,149.20 บาทนั้น แท้จริงหาใช่จำนวนตามข้อ 8.1.6 ไม่ หากแต่เป็นจำนวนรวมยอดเงินของข้อ 8.1.1 ถึง 8.1.6 ที่ถัดลงมาอีกบรรทัดหนึ่งต่างหาก ซึ่งตรงกับยอดเงินรวมตามจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง

หน้า 15 วรรคท้าย ถึงหน้า 16 วรรคแรก พอดี กรณีเป็นดังที่ศาลฎีกากล่าวมานี้ที่ศาลแรงงานกลางกล่าวสรุปในคำพิพากษาหน้า 17 วรรคแรก ว่า '...ความรับผิดของจำเลยที่ 1 จริงๆ ควรเป็นจำนวน 390,149.20 บาท ตามเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 8.1.6 เท่านั้น...' จึงเป็นการคลาดเคลื่อนไปจำนวนที่แท้จริงต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยหน้า 15 วรรคท้าย ถึงหน้า 16 วรรคแรก จึงจะถูกต้องด้วยข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง จำเลยที่ 1 จะถือโอกาสเอาข้อคลาดเคลื่อนผิดหลงเล็กน้อยเพียงเท่านี้มาลดจำนวนเงินความรับผิดจริงจาก390,149.20 บาท ลงเหลือเพียง 8,346 บาท หาชอบไม่ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้นทุกข้อ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ชอบแล้ว'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5017/2533

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ในตำแหน่งพนักงานขับรถมีหน้าที่ขับรถยนต์โดยสารประจำทางรับส่งผู้โดยสาร จำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างโดยขับรถด้วยความประมาททำให้รถของโจทก์รถของบุคคลอื่นเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2532

จำเลยทั้งสามเป็นพนักงานของโจทก์ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ระวังรักษาข้าวเปลือกที่โจทก์รับฝากจากชาวนา เป็นเหตุให้คนร้ายลักข้าวเปลือกนั้นไป เป็นผลโดยตรงให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินให้ธนา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1273/2531

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้าแผนกการเงินมีหน้าที่ควบคุมดูแลให้พนักงานการเงินนำค่าโดยสารเก็บเข้าตู้เซฟ จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานการเงินมีหน้าที่ควบคุมดูแลพนักงานการเงินแท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1763/2530

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นลูกจ้างประจำของโจทก์ มีหน้าที่ขับรถยนต์โดยสารประจำทางตามสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งเกี่ยวกับการทำงานตามหน้าที่เป็นเหตุให้รถของโจทก์ได้รับความเสียหายคำฟ้องของโจทก์ดังกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1328/2539

เมื่ออ่านเอกสารท้ายฟ้องทั้งหมดประกอบคำฟ้องแล้วพอเข้าใจได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธินำรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 0769 กาญจนบุรีเข้าวิ่งในคิวที่ 41 ของจำเลยที่ 1 แทนรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 048…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้