คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องแลศาลพิพากษาให้บังคับการจำนองแล้ว แต่ปรากฏว่าจำเลยทำสัญญาให้ จ.เช่าตึกซึ่งปลูกอยู่ในที่ ๆ จำนองมีกำหนด ๑๐ ปี ค่าเช่าเดือนละ ๑๒๐ บาท ได้ค่าแป๊ะเจี๊ยะ ๕๐๐๐ บาท ได้จดทะเบียนการเช่าต่อเจ้าพนักงาน แต่โจทก์ไม่ได้รู้เห็นแลไม่ได้เรียกโฉนดจากโจทก์ไปสลักหลังการเช่าตามระเบียบ โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ลบสิทธิ การเช่ารายนี้จากทะเบียนตามประมวลแพ่ง ม.๗๒๒ ศาลคดีต่างประเทศสั่งยกคำร้องอ้างว่าการเช่าไม่ทำให้โจทก์เสื่อมสิทธิเวลาบังคับจำนอง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เรื่องจดทะเบียนการเช่าไม่เข้าอยู่ในมาตรา ๗๒๒ ส่วนการจดทะเบียนการเช่าไม่ได้แก้ทะเบียนหลังโฉนด แลการเช่าอาจเสียหายแก่ผู้รับจำนองนั้นเป็นข้อนอกประเด็น จึงพิพากษายืนตามศาลขั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเช่าไม่ใช่ทรัพย์สิทธิตามมาตรา ๗๒๒ และกฎหมายก็ไม่ห้ามผู้จำนองที่จะทำสัญญาให้เช่าทรัพย์ที่จำนอง ส่วนข้อที่โจทก์เถียงว่าการจดทะเบียนการเช่าอันมีกำหนด ๑๐ ปีมิได้ทำโฉนดไปแก้ทะเบียนเป็นโมฆะนั้นโจทก์ไม่ได้ยกขึ้นเถียงมาโดยตรงจึงไม่เป็นประเด็จ แม้จะฟ้องเป็นประเด็นการเช่านี้ก็มีหลักฐานเป็นหนังสือเป็นแต่มิได้นำโฉนดไปจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.การออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.๑๒๗ ม.๓๙ การเช่าจึงใช้ได้เพียง ๓ ปีหาได้ตกเป็นโมฆะไม่
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง