Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ (ครู) ฟ้องจำเลย (เจ้าของผู้จัดการโรงเรียน) ว่ากู้เงินโจทก์ไปใช้ในกิจการของโรงเรียน แต่เวลากู้ไม่ได้ทำหลักฐานกันไว้ แล้วโจทก์อ้างรายงานการประชุมครู 2 ฉบับซึ่งกระทำกันหลังการกู้ฉบับแรกมีข้อความกล่าวถึงว่าโรงเรียนยังมีหนี้สินอยู่โดยเฉพาะเป็นหนี้โจทก์ 20,000 บาท เมื่อเก็บเงินจากนักเรียนได้แล้วก็จ่ายให้เป็นเงินเดือนครูจนพอ เหลือจากนั้นแล้วจึงใช้หนี้ฉบับหลังมีข้อความว่า โจทก์สงสัยหนี้สินที่ค้างบัญชีตั้งแต่เจ้าหน้าที่คนเก่าจะจัดการอย่างไร เพราะถึงกำหนดต้องใช้เขาแล้ว จำเลยตอบว่าได้ลงมติในที่ประชุมตามรายงานฉบับแรกแล้วว่าเงินส่วนที่เหลือจากจ่ายเงินเดือนครู ต้องพิจารณาใช้หนี้โจทก์เป็นรายแรกและรายงานทั้ง 2 ฉบับนี้มีลายเซ็นของจำเลยในฐานะประธานที่ประชุมทั้ง2 ครั้งดังนี้ ข้อความในรายงาน 2 ฉบับนี้ไม่กำกวม ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้และรายงานการประชุมครูนี้ไม่ใช่สัญญากู้ยืม เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าได้มีการกู้เงินรายนี้กันเท่านั้นจึงไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จึงรับฟังเป็นพยานได้ อนึ่ง แม้รายงานฯนี้ไม่ได้มีการรับรองตามระเบียบวาระการประชุมแต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีการทักท้วงข้อบกพร่องแห่งการจดรายงานแต่อย่างใด ทั้งมีลายมือชื่อจำเลยเซ็นไว้ท้ายรายงาน จึงใช้ยันจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 653 ป.รัษฎากร มาตรา 118

คำฟ้องและคำให้การ

คดีได้ความว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2500 โจทก์ได้เป็นภริยาของจำเลยโดยมิได้จดทะเบียนสมรส วันที่ 25 เมษายน 2500 จำเลยยืมเงินโจทก์ 20,000 บาท เพื่อซื้ออุปกรณ์ในการสร้างโรงเรียนศรีศิลปวิทยาลัยของจำเลย แต่ไม่ได้ทำหนังสือกันไว้ และโจทก์ก็เข้าเป็นครูอยู่ในโรงเรียนนี้ด้วย จนเดือนกันยายน 2501 จำเลยจะให้โจทก์ออกจากหน้าที่ครู โจทก์ไม่ยอมจนกว่าจำเลยจะใช้หนี้ให้ในคราวประชุมครูของโรงเรียนนี้ครั้งที่ 10 และ 11 เมื่อวันที่ 24 และ 25 กันยายน 2501ได้มีการพูดถึงหนี้สินของโรงเรียนด้วยปรากฏว่ารายงานการประชุมครั้งที่ 10 มีข้อความกล่าวถึงว่าทางโรงเรียนยังมีหนี้สินอยู่โดยเฉพาะเป็นหนี้ครูปรียา (โจทก์) 20,000 บาท เมื่อเก็บเงินจากนักเรียนได้แล้ว

ก็ให้จ่ายเป็นเงินเดือนครูแล้วจึงใช้หนี้ และรายงานการประชุมครั้งที่ 11 มีข้อความว่านางปรียาสงสัยหนี้สินที่ค้างบัญชีตั้งแต่เจ้าหน้าที่คนเก่าจะจัดการอย่างไร เพราะถึงกำหนดต้องใช้เขาแล้ว ประธานตอบว่า ได้ลงมติในที่ประชุม ในวันที่ 24 กันยายน 2501แล้วว่า เงินส่วนที่เหลือจากจ่ายเงินเดือนครูต้องพิจารณาใช้หนี้นางปรียาเป็นรายแรก รายงานทั้ง 2 ฉบับนี้มีลายมือชื่อของจำเลยลงไว้ข้างท้ายในฐานะประธานที่ประชุม โจทก์อ้างรายงานการประชุมครูนี้มาเป็นหลักฐานฟ้องจำเลยศาลชั้นต้นเห็นว่า รายงานการประชุมครู 2 ฉบับนี้ไม่พอรับฟังว่าจำเลยได้ทำเป็นหลักฐานเป็นหนังสือเกี่ยวกับเงินสองหมื่นบาทดังฟ้องของโจทก์ ให้โจทก์ยึดถือไว้เพื่อเป็นหลักฐานฟ้องร้องจำเลย เอกสารดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 เพราะข้อความกำกวมไม่ชัดแจ้ง มีข้อควรสงสัยอยู่ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เอกสาร 2 ฉบับนี้ย่อมเป็นหลักฐานในการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์จำเลยฎีกาเกี่ยวกับเอกสาร 2 ฉบับนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 1. ที่จำเลยฎีกาว่า รับฟังไม่ได้ เพราะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์นั้นศาลฎีกาเห็นว่า รายงานประชุมครูนี้ไม่ใช่เป็นสัญญากู้ยืม เป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่าได้มีการกู้เงินรายนี้กันเท่านั้นจึงไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ จึงรับฟังเป็นพยานได้ 2. รายงานการประชุมครูซึ่งมีข้อความและมีลายมือชื่อของจำเลยดังกล่าวแล้วนั้น จำเลยไม่ได้ปฏิเสธความแท้จริงของรายงานนี้เป็นแต่โต้แย้งว่าข้อความกำกวมไม่ได้ความว่าเป็นการกู้เงินเบี่ยงบ่ายจะให้ฟังเป็นเรื่องหนี้ค่าไม้ที่ทางโรงเรียนเป็นหนี้โจทก์ซึ่งแท้จริงหาเป็นดังที่จำเลยต่อสู้ไม่ได้ เพราะโจทก์มีพยานมาเบิกความประกอบแสดงว่าหนี้ 20,000 บาท ตามรายงาน ฯ นั้นเป็นหนี้การกู้ยืมรายนี้เอง3. ที่จำเลยอ้างว่ารายงานฯ นี้ไม่ได้มีการรับรองตามระเบียบวาระการประชุม ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น ก็ไม่ปรากฏว่ามีการทักท้วงอย่างใด ทั้งมีลายมือจำเลยเป็นผู้เซ็นท้ายรายงานการประชุม จึงใช้ยันจำเลยได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · จิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4574/2561

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืม จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ โจทก์นำสืบสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานหลักฐานตามข้ออ้างของตน สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ปิดอาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10406/2554

แบบฟอร์มคำขอกู้ยืมเงินและหนังสือกู้เงินของสมาชิกสหกรณ์ที่โจทก์นำมาใช้กับพนักงานลูกจ้างของโจทก์ ซึ่งคำขอกู้เงินมีสาระสำคัญเพียงว่า จำเลยที่ 1 เสนอคำขอกู้เงินจำนวน 153,500 บาท ส่วนหนังสือกู้เงินมีสาระสำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7016/2550

แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน และศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาพอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้