Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3569/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้รับเงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนในการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถว 32 คูหา โดยมีระยะเวลาการเช่าจนถึงปี 2545 ในการเรียกเก็บภาษีนั้นกระทรวงการคลังได้วางหลักการไว้ว่า การเสียภาษีในกรณีเกี่ยวกับเรื่องเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้างเงินค่าซ่อมแซม และค่าแห่งอาคารและโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์นั้น กระทรวงการคลังยอมให้ผู้ให้เช่าเฉลี่ยเงินดังกล่าวตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า ดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะเอาเงินได้ส่วนที่เฉลี่ยนั้นยื่นรายการเงินได้เมื่อถึงกำหนดแต่ละปี การที่จะเก็บภาษีเงินได้จากโจทก์ก่อนถึงกำหนดตาม ป.รัษฎากรมาตรา 60 ทวิ นั้น ต้องเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเท่านั้น เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจเรียกเก็บภาษีก่อนกำหนดยื่นรายการได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์มีหลักทรัพย์และไม่ยากที่จะเรียกเก็บภาษี ทั้งได้เสนอหลักทรัพย์ที่จะประกันการเสียภาษีสูงกว่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย และโจทก์ยังได้รับประโยชน์ตามประกาศกระทรวงการคลังอีกด้วย ดังนั้น จึงมิใช่กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี การที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะให้โจทก์เสียภาษีในคราวเดียวกันย่อมไม่ชอบด้วยมาตรา 60 ทวิ ดังกล่าว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 56 ป.รัษฎากร มาตรา 60

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ยกเลิกการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามแบบ ภงด. 11 ที่ ต.6/1130/1/17435-17453 ลงวันที่ 27 มีนาคม2527 รวม 19 ฉบับ เป็นเงินทั้งสิ้น 660,501.77 บาท และยกเลิกคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ฉบับลงวันที่ 1พฤษภาคม 2528 ให้โจทก์ทั้งสองยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยวิธีการยื่นเสียภาษีในแต่ละปีภาษีของทุกปีภาษีถัด ๆ ไป ที่มีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 ถึง พ.ศ. 2545จำเลยทั้งห้าให้การต่อสู้คดีศาลชั้นต้น พิพากษาให้ยกเลิกเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกลงวันที่ 29 สิงหาคม 2526 เพื่อตรวจสอบภาษีของโจทก์ทั้งสองประจำปี พ.ศ. 2524-2525 ผลการตรวจสอบปรากฏว่าโจทก์มีเงินได้จากเงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนในการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถว 32 คูหา ในปี พ.ศ. 2523-2526 เป็นเงิน1,800,000 บาท 300,000 บาท 4,300,000บาท และ 800,000 บาทตามลำดับ รวมเป็นเงิน 7,200,000 บาท เงินกินเปล่าหรือเงินค่าตอบแทนในการจดทะเบียนสิทธิการเช่าดังกล่าว เมื่อเอาไปเฉลี่ยตามอายุสัญญาเช่าแล้ว มีเงินได้พึงประเมินในปีพ.ศ. 2523-2526 เป็นเงิน 57,543 บาท 103,504 บาท 264,549 บาทและ 354,281 บาท ตามลำดับ ในปี 2527-2542 เป็นเงินปีละ 365,092บาท ในปี

พ.ศ. 2543-2545 เป็นเงิน 275,550 บาท 242,095 บาทและ 61,006 บาท ตามลำดับและเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2525 โจทก์ที่ 2ได้รับเงินบำเหน็จจากทบวงมหาวิทยาลัย 59,455 บาท เงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนในการจดทะเบียนสิทธิในการเช่าและเงินบำเหน็จ โจทก์ทั้งสองมิได้ยื่นรายการเพื่อเสียภาษีประจำปี พ.ศ. 2524-2525ให้ถูกต้อง เจ้าพนักงานประเมินจึงได้ประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ทั้งสองประจำปี พ.ศ. 2524-2525 พร้อมเงินเพิ่ม โจทก์ทั้งสองได้ยินยอมชำระภาษีและเงินเพิ่มดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับภาษีปี พ.ศ. 2526 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเองตามกำหนดเวลาส่วนภาษีเงินได้ปี พ.ศ. 2527-2545 เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าโจทก์ทั้งสองได้รับเงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนการจดทะเบียนการเช่าไว้ตั้งแต่ปี

พ.ศ. 2523-2526 แต่ระยะเวลาการเช่ามีจนถึงปี พ.ศ.2545 โจทก์จะต้องแบ่งเฉลี่ยเงินดังกล่าวเพื่อเสียภาษีเป็นรายปีจนถึงปี พ.ศ. 2545 โดยคำนวณเป็นภาษีปี พ.ศ. 2527-2542ปีละ 38,638.03 บาท ปี พ.ศ. 2543-2545 เป็นเงินภาษี 22,954.70 บาท18,029.30 บาท และ 1,309.29 บาท รวมเป็นค่าภาษี 660,501.77 บาททั้งเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสองหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้จากการจดทะเบียนสิทธิการเช่ามีรอบระยะเวลาที่ต้องเสียภาษีนาน ไม่มีหลักประกันแน่นอนว่าจะเสียภายในกำหนดเวลาและครบถ้วน เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าการจัดเก็บภาษีรายนี้เป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร จึงประเมินเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ทั้งสองตั้งแต่ปี 2527-2545 โดยให้ชำระในคราวเดียวโจทก์ทั้งสองได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

อ้างว่าโจทก์มีสิทธิเสียภาษีเงินได้จากเงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนการจดทะเบียนสิทธิการเช่าเป็นรายปีทุกปีเมื่อถึงกำหนดเวลาเสียภาษี ตามประกาศกระทรวงการคลังฉบับลงวันที่ 6 สิงหาคม 2499 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้ยกอุทธรณ์โจทก์ในระหว่างการตรวจสอบไต่สวนของเจ้าพนักงานประเมิน โจทก์ทั้งสองได้เสนอหลักทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3694 เนื้อที่ 3 ไร่97 ตารางวา ราคา 1,468,900 บาท กับพันธบัตรรัฐบาลอีก 81,000 บาทเป็นประกันการชำระภาษีปี พ.ศ. 2527-2545ข้อต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองมีว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ได้รับเงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนในการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถว 32 คูหา โดยมีระยะเวลาการเช่าจนถึงปี

พ.ศ. 2545 ในการเรียกเก็บภาษีจำเลยที่ 1 ยินยอมให้โจทก์เฉลี่ยเงินได้เป็นรายปีจนกว่าจะสิ้นเวลาการเช่า ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินไม่ยื่นรายการเงินได้ให้ครบถ้วน ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2499 กระทรวงการคลังได้วางหลักการไว้ว่า การเสียภาษีในกรณีเกี่ยวกับเรื่องเงินกินเปล่าเงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม และค่าแห่งอาคารและโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์นั้นกระทรวงการคลังยอมให้ผู้ให้เช่าเฉลี่ยเงินดังกล่าวตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า เช่นผู้ให้เช่าได้รับเงินกินเปล่าในการให้เช่าห้อง 30,000 บาทแต่ผู้ให้เช่าต้องผูกพันให้เช่าอยู่มีกำหนดเวลา 3 ปี ดังนี้ให้เฉลี่ยเงิน 30,000 บาท

นั้นออกเป็น 3 ปี ตามอายุสัญญาเช่าและให้ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องยื่นรายการเงินได้จากเงินกินเปล่านี้ปีละ 10,000 บาท รวม 3 ปีหมด การวางหลักการดังนี้ กระทรวงการคลังหวังว่า ผู้ให้เช่าทั้งหลายคงจะพึงพอใจ และปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยทั่วกัน และถ้าผู้ให้เช่าผู้ใดยื่นรายการเงินได้ขอเสียภาษีเพิ่มเติมให้ถูกต้องตามที่ได้ชี้แจ้งมานี้โดยดีแล้วกรมสรรพากรก็จะประเมินเรียกเก็บหรือรับชำระเฉพาะเงินค่าภาษีเงินได้แต่อย่างเดียว โดยจะไม่เรียกเงินเพิ่มหรือค่าปรับใด ๆทั้งสิ้น...ฯลฯ... ตามประกาศดังกล่าวเป็นการยอมให้ผู้เสียภาษีเฉลี่ยเงินที่ได้รับตามส่วนแห่งจำนวนปีของการเช่า โดยผู้เช่ามีหน้าที่ต้องยื่นรายการเงินได้เพียงส่วนเฉลี่ยเท่านั้น

เมื่อประกาศกระทรวงการคลังยินยอมให้ผู้เสียภาษียื่นรายการเงินได้โดยเฉลี่ยเป็นปี ๆ ไปเช่นนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะเอาเงินได้ส่วนที่เฉลี่ยนั้นยื่นรายการเงินได้เมื่อถึงกำหนดแต่ละปี การที่จะเก็บภาษีเงินได้จากโจทก์ก่อนถึงกำหนดตามประมวลรัษฎากรมาตรา 60 ทวิ นั้น ต้องเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเท่านั้น เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจเรียกเก็บภาษีก่อนกำหนดยื่นรายการได้ถ้าหากไม่เรียกเก็บไว้ก่อนก็อาจจะไม่มีช่องทางที่จะเรียกเก็บภาษีจากผู้มีเงินได้ จึงต้องรักษาประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีไว้ก่อน แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองมีหลักทรัพย์และไม่ยากที่จะเรียกเก็บภาษี ทั้งได้เสนอหลักทรัพย์ที่จะประกันการเสียภาษีสูงกว่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสียมากมายการที่เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าโจทก์ทั้งสองยื่นรายการเงินได้ในปีก่อน

ๆ ไม่ถูกต้อง แล้วถือเป็นเหตุว่าโจทก์ทั้งสองหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีอากร เงินได้จากการจดทะเบียนสิทธิการเช่าหรือเงินกินเปล่ามีรอบระยะเวลาต้องเสียภาษีนาน ไม่มีหลักประกันแน่นอนว่าจะเสียภาษีภายในกำหนดเวลาและครบถ้วน เห็นว่า ถึงแม้โจทก์ทั้งสองจะหลีกเลี่ยงภาษีโดยยื่นรายการไม่ถูกต้อง โจทก์ก็อาจจะต้องรับผิดในเรื่องเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับ แต่ก็สามารถจะเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ได้ ทั้งถ้าได้รับหลักประกันของโจทก์ไว้ย่อมเห็นได้ว่าคงได้รับชำระภาษีแน่นอน เพียงแต่ต้องรอระยะเวลาเท่านั้น ทั้งตามประกาศกระทรวงการคลังฉบับดังกล่าวก็มิได้มีข้อความว่า ในกรณีที่กรมสรรพากรได้ดำเนินการไต่สวนได้มาเองแล้วผู้ให้เช่าจะต้องรับผิดเสียภาษีทั้งหมดล่วงหน้าให้เสร็จสิ้นไปในคราวเดียวแต่อย่างใด และที่จำเลยอ้างว่าตามประกาศกระทรวงการคลังฉบับดังกล่าวผู้มีเงินได้จะต้องชำระภาษีเงินได้พร้อมกันทั้งหมดให้แล้วเสร็จในปีที่ได้รับเงินนั้นโดยยอมให้เฉลี่ยเฉพาะเงินได้ตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่าเท่านั้น

ก็เป็นความเข้าใจของจำเลยเอง ดังจะเห็นได้ว่าต่อมาภายหลังกระทรวงการคลังจึงได้มีประกาศฉบับลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2528 เปลี่ยนแปลงวิธีการชำระภาษีเงินได้เสียใหม่ ดังนั้นสำหรับกรณีของโจทก์ทั้งสองนี้จึงคงได้รับประโยชน์ตามประกาศกระทรวงการคลังฉบับเดิมอยู่เหตุต่าง ๆ ดังที่จำเลยกล่าวอ้างจึงมิใช่กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีการที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะให้โจทก์ทั้งสองเสียภาษีในคราวเดียวกันย่อมไม่ชอบด้วยมาตรา 60 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6752/2567

จากบทบัญญัติตาม ป.รัษฎากร มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (3), มาตรา 50, มาตรา 50 ทวิ, มาตรา 54 วรรคหนึ่ง และมาตรา 60 เห็นได้ว่า การเก็บภาษีด้วยวิธีหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นวิธีการจัดเก็บภาษีล่วงหน้าเพื่อประโยชน์ในกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2561

ป.รัษฎากร มาตรา 57 ฉ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง เว้นแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2554

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระบุปีภาษี รายละเอียดแสดงการคำนวณภาษี ภาษีที่ต้องชำระ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทั้งแสดงเหตุผลที่ประเมินไว้ท้ายหนังสือดังกล่าว สำหรับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6860/2553

เจ้าพนักงานประเมินได้หลักฐานว่าโจทก์มีเงินได้พึงประเมินเป็นเงินเดือนและค่าน้ำมันรถยนต์ที่ได้รับจากห้าง ส. ซึ่งเป็นนายจ้าง เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) แห่ง ป.รัษฎากร และนำเงินฝากเข้าบัญชีโจทก์ซึ่งโจทก์ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4144/2552

ตาม ป.รัษฎากร ในหมวด 3 เรื่องภาษีเงินได้ในส่วน 1 ข้อความทั่วไปและส่วน 2 การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดา บัญญัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดเก็บ ภาษีเงินเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อได้รับเงินได้พึงประเมินตาม ป.รัษฎาก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้