คำฟ้องและคำให้การ
ความว่า จำเลยได้ไปหาผู้เสียหาย และส่งซองจดหมายอักษรจีนให้ ซึ่งมีความว่า "กองทัพที่ ๘ ขาดสะเบียง จึงมาขอเรี่ยรายเงินจำเลยที่ ๑ พูดให้ผู้เสียหายออกเงิน แล้วจะรักษาความปลอดภัยให้ ถ้าไม่ให้เงินอาจเป็นอันตราย ผู้เสียหายได้จ่ายเงินให้จำเลยไป แล้วได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงาน โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๖๘ วรรค ๓,๔ มาตรา ๓๐๑ ๖๓,๓๒ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๔) มาตรา ๗
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดฐานปล้นทรัพย์ จำคุกคนละ ๑๒ ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๓๒ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๖ ปี ศาลอุทธรณ์แก้ว่า จำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๖๘ วรรค ๔ จำคุกคนละ ๗ ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ คงจำคุก ๙ ปี ๔ เดือน อัยยการฎีกา,
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายส่งทรัพย์ให้แก่จำเลย โดยจำเลยเอาอำนาจกองทัพที่ ๘ อันเป็นส้องโจรมาขู่ผู้เสียหาย เป็นความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสรภาพ มิใช่กรณีปล้นทรัพย์.
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.