คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า จำเลยเปนเจ้าพนักงานมีน่าที่เก็บเงินรายได้ของพระคลังข้างที่ แลจำเลยได้ยักยอกเอาไปใช้เปนส่วนตัวเสียโดยจดข้อความเท็จลงในต้นขั้ว โจทย์จึงขอให้ ลงโทษ จำเลยตามมาตรา ๑๓๑ - ๓๑๙ - ๑๓๕ - ๒๒๒ - ๒๒๙ - ๒๒๐
จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลเดิมตัดสินวางบท ๑๓๑จำคุก ๓ เดือน ลดตามบท ๕๙ คง จำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยมีผิด ๒ กะทงคือฐานยักยอกแลปลอมหนังสือแต่โทษปลอมหนังสือเปนบทหนัก จึงให้ จำคุกจำเลย ๕ ปีตามบท ๒๓๙ - ๒๓๐ ลดตามบท ๕๙ คงจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน ฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ แต่ให้ตัดบท ๒๒๙ ออกเสีย คงลงโทษตามบท ๒๓๐ บทเดียว