Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2483 (เลขอ้างอิง 70362)

พ.ศ. 2483 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้าหลวงปรำจังหวัดยักยอกเงินของรัฐบาลอุดหนุนเทศบาลซึ่งอยู่ในความครอบครองของตนนั้นเป็นผิดตามม.131 เขียนข้อความในใบรับลงวันย้อนหลังขึ้นไปผิดจากความจริงแล้วให้ผู้ออกใบรั้บเช็นนั้นผู้เขียนในมีผิดฐานปลอมหนังสือ ความผิดฐานยักยอกโจทก์ระบุวันที่จำเลยรับเงินไปและวันที่จำเลยยืมเงินมาใช้แม้มิได้ระบุวันเวลาที่จำเลย ยักยอกก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ในคดีที่จำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียว ศาลอุทธรณ์จะลงโทษจำเลยในบาทมาตราที่ศาลชั้นต้นไม่ลงโทษนั้นไม่ได้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลย 2 กระทง กะทง 1 ๆ ไม่เกิน 5 ปี แม้ 2 กะทงรวมกันเกิน 5 ปี ก็ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดมีหน้าที่บังคับบัญชากิจการและข้าราชการรวมทั้งเสมียนตราจังหวัดและควบคุมกิจการของเทศบาลเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๔๘๑ จำเลยเรียกเอาเงินของรัฐบาลในประเภทอุดหนุนเทศบาลไปจากเสมียนตราจังหวัด ๒๕๐๐ บาท จัดซื้อของให้เทศบาลเพียง ๑๐๒๘ บาท ๓ สตางค์นอกนั้นจำเลยยักยอกครั้นจำเลยถูกสอบสวนจำเลยได้นำเงินมาใช้แก่นายกเทศบาล ๙๘๕ บาท ๗ สตางค์ ยังขาดอยู่อีก ๔๘๖ บาท ๙๐ สตางค์ ในวันที่จำเลยนำเงินมาใช้แก่นายกเทศบาลดังกล่าวนั้นจำเลยได้เขียนใบสำคัญรับสิ่งของตามรายการในบัญชีและตัวเงิน ๙๘๕ บาท ๗ สตางค์ แล้วให้นายกเทศบาลลงนามเป็นผู้รับจำเลยเป็นผู้มอบเอกสารนี้ไม่ได้ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันทำเอกสารแต่ได้ลงวันย้อนขึ้นไปเป็นวันที่ ๒๓ ตุลาคมทั้งจำเลยได้บอกนายกเทศบาลลงบัญชีเงินของเทศบาลลงวันที่ ๒๓ ตุลาคม ตรงกับใบรับนั้นด้วยนายกเทศบาลได้ปฎิบัติตามที่จำเลยสั้งโจทก์แยกฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกสำนวนหนึ่งฐานปลอมหนังสือสำนวนหนึ่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดตะกั่วปาวินิจฉัยว่า ในสำนวนแรกจำเลยมีผิดตามมาตรา ๑๓๑ และผิดตามมาตรา ๓๑๙(๓) อีกกะทงหนึ่ง ในสำนวนหลังจำเลยมีผิดฐานปลอมหนังสือตามมาตรา ๒๒๙,๒๓๐ ให้จำคุกสำนวนแรกตามมาตรา ๑๓๑ ซึ่งเป็นบทหนักมีกำหนด ๑ ปี ในสำนวนหลังตามมาตรา ๒๒๙,๒๓๐ มีกำหนด ๕ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในสำนวนแรกส่วนสำนวนหลังเห็นว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๒๙และ๒๒๖ แต่ไม่มีผิดตามมาตรา ๑๓๑ เพราะจำเลยมิได้จดข้อความเท็จปลอมในบัญชีเอง จึงพิพากษาแก้ฉะเพาะการวางบทลงโทษส่วนกำหนดโทษคงเดิม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาสำหรับข้อที่จำเลยคัดค้านว่าฟ้องเคลือบคลุมนั้น ศาลฏีกาเห็นว่าแม้ฟ้องของโจทก์ ไม่ได้กล่าวถึงวันเวลาที่ จำเลยทำการยักยอก แต่ โจทก์ได้กล่าวถึงวันที่ จำเลยรับเงินไป และวันที่ จำเลยยืมเงินมาใช้ ย่อมเป็นการเพียงพอตามความหมายในมาตรา ๑๕๘(๕) แห่ง วิธีพิจารณา แล้วเพราะทรัพย์อยู่ในความปกครองของ จำเลย จำเลยจะยักยอกไปเมื่อไรเป็นการยากที่จะรู้ สำหรับความผิดตามมาตรา ๒๒๙ นั้นเห็นว่าจำเลยไม่มีผิด เพราะเอกสารนั้นนายกเทศบาลทำเป็นใบรับให้ จำเลยถือไว้หาใช่เอกสารของ จำเลยไม่ จำเลยเป็นเพียงผู้เขียนเท่านั้น นายกเทศบาลเป็นผู้ลงนาม จำเลย มิได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารนั้นในภายหลัง จึงไม่เป็นผิดตามมาตรา ๒๒๙ ส่วนความผิดตามมาตรา ๒๒๖ นั้นศาลชั้นต้นยกฟ้อง โจทก์ไม่ อุทธรณ์

ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดในกะทงโทษตามมาตรานี้ย่อมยุตติ ศาลอุทธรณ์จะ ลงโทษ จำเลยในมาตรานี้ไม่ได้ ส่วน ฎีกาข้ออื่น ๆ ของ จำเลยเป็นข้อเท็จจริงต้องห้าม จึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้อง โจทก์ในสำนวนหลัง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเศษ · นิติศาสตร์ · พลางกูร.
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ++
ศาลอุทธรณ์ - ++
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 366/2482

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดหลายบทหลายกะทงให้รวมกะทงลงโทษจำเลยแต่ละฐานไม่เกิน + ปีและให้คืนทรัพย์ด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษายืน+เรื่องโทษแต่พิพากษา+ในเรื่องจำนวนทรัพย์+จะคืนดังนี้ คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8646/2554

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยจำหน่ายโดยการขายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 20 เม็ด อันเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อไปในราคา 7,500 บาท จำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6377/2552

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น ไม่มีเลขที่ 1 หลัง ขนาดประมาณ 8.08 เมตร x 10.00 เมตร สูง 10.07 เมตร มีพื้นที่ 251 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่ซอยซานเมืองแยก 7…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4175/2540

ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ.มาตรา 134 พนักงานสอบสวนอาจทำการสอบสวนได้เมื่อผู้ต้องหามาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนในหลายกรณีด้วยกัน ไม่จำเป็นจะต้องมีการจับตัวผู้ต้องหามามอบให้และทำบันทึกการจับกุมแต่อย่างใด การท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้