Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 351/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่บุคคลใดสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตหรือไม่สุจริตตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1312 วรรคแรก และวรรค 2 นั้น หมายถึงการที่สร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนหรือเป็นที่ดินของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้หรือไม่ หากสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนหรือเป็นของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้ ก็เป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต แต่ถ้าสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปโดยทราบอยู่แล้วว่าที่ดินที่ตนสร้างรุกล้ำเข้าไปนั้นไม่ใช่ของตนหรือของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้แล้วก็เป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริต ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อจำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลยสุดเขตที่ดินของจำเลยแล้วยังมีที่ว่างระหว่างตึกของจำเลยกับตึกของโจทก์ประมาณ 3 เซนติเมตร และจำเลยทราบแล้วว่าที่ว่างดังกล่าวเป็นที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยก็ยังฉาบปูนผนังตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จนจดผนังตึกของโจทก์ ดังนี้ ย่อมถือว่าจำเลยสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 วรรค 2 โจทก์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยรื้อถอนตึกของจำเลยส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ออกจากที่ดินของโจทก์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ปลูกสร้างตึก ๓ ชั้นในที่ดินของจำเลยซึ่งอยู่ติดที่ดินของโจทก์โดยขุดดินทำฐานรากชิดตึกของโจทก์ แล้วหล่อเสาคอนกรีตและก่อกำแพงอิฐเพื่อก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กอันเป็นการบรรทุกน้ำหนักจนเกิดอันตรายแก่ตึกของโจทก์ เป็นเหตุให้ตึกของโจทก์ซึ่งปลูกตื้นกว่าฐานรากที่จำเลยก่อสร้างทรุด และพื้นซีเมนต์ชั้นล่างแตกตลอดแนว ผนังกำแพงแตกหลายแห่งพื้นบนทรุดและหน้าต่างเปิดตามปกติไม่ได้ หลังคาแตกร้าว ทั้งยังได้ปลูกสร้างอาคารบางส่วน เช่นกันสาดและผนังกั้นอาคารชั้นสองและชั้นสามรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ และทำหน้าต่างอาคารชั้นสามให้บานหน้าต่างรุกล้ำเข้ามาในเขตเหนือที่ดินของโจทก์ตึกของโจทก์เสียหายไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับคืนดีเช่นเดิมได้ จะต้องรื้อแล้วปลูกสร้างใหม่ทั้งหลังเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์มิได้ทำให้น้ำหนักบรรทุกจนเกิดอันตรายแก่ตึกของโจทก์ ตึกของโจทก์ปลูกสร้างมาประมาณ ๓๐-๔๐ ปี และมิได้ปลูกสร้างให้ถูกต้องตามแบบทั้งโจทก์ให้บริวารอาศัยรับซื้อของป่าและเก็บสินค้าต่าง ๆ ที่มีน้ำหนักมากมาช้านานแล้วความเสียหายของตึกของโจทก์ จึงเกิดจากโจทก์และบริวารขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์เฉพาะส่วนของผนังตึกส่วนที่เหนือจากพื้นดินขึ้นไป ประมาณ ๔ เมตรแต่เป็นการกระทำโดยสุจริต โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้รื้อถอนส่วนที่รุกล้ำนี้พยานหลักฐานของโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าตึกของโจทก์แตกร้าวชำรุดเพราะเหตุที่จำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลย คงฟังได้เพียงว่าคนงานของจำเลยเหยียบหลังคาครัวของโจทก์เสียหาย ๒๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๒๐๐ บาท คำขอของโจทก์นอกจากที่กล่าวแล้วให้ยกเสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยฟังว่า จำเลยได้ปลูกสร้างตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ โดยจำเลยได้ฉาบปูนผนังตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ๒-๓ เซนติเมตร จนถึงผนังตึกของโจทก์ ในปัญหาที่ว่าจำเลยได้ปลูกสร้างตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยสุจริตหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่บุคคลใดสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตหรือไม่สุจริตตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ วรรคแรกและ วรรค ๒ นั้น หมายถึงการที่สร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนหรือเป็นที่ดินของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้หรือไม่ หากสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนหรือเป็นที่ดินของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้ ก็เป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต แต่ถ้าสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยทราบอยู่แล้วว่าที่ดินที่ตนสร้างรุกล้ำเข้าไปนั้น

ไม่ใช่ที่ดินของตนหรือที่ดินของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้แล้ว ก็เป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริต สำหรับกรณีนี้ปรากฏจากข้อนำสืบของจำเลยว่า เมื่อจำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลยสุดเขตที่ดินของจำเลยแล้วยังมีที่ว่างระหว่างตึกของจำเลยกับตึกของโจทก์ประมาณ ๓ เซนติเมตร และจำเลยทราบแล้วว่า ที่ว่างดังกล่าวเป็นที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยก็ยังฉาบปูนผนังตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จนจดผนังตึกของโจทก์ จึงเป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ วรรค ๒ ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยรื้อถอนตึกของจำเลยส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ออกจากที่ดินของโจทก์ได้ ส่วนปัญหาที่ว่ารอยแตกร้าวที่พื้นและผนังตึกของโจทก์เกิดจากการที่จำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลยหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าเกิดจากการที่จำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยรื้อถอนผนังตึกของจำเลยส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์ออกจากที่ดินของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายเลียบ ภิญญะวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้