Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 351/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่บุคคลใดสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตหรือไม่สุจริตตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1312 วรรคแรก และวรรค 2 นั้น หมายถึงการที่สร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนหรือเป็นที่ดินของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้หรือไม่ หากสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนหรือเป็นของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้ ก็เป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต แต่ถ้าสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปโดยทราบอยู่แล้วว่าที่ดินที่ตนสร้างรุกล้ำเข้าไปนั้นไม่ใช่ของตนหรือของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้แล้วก็เป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริต ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อจำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลยสุดเขตที่ดินของจำเลยแล้วยังมีที่ว่างระหว่างตึกของจำเลยกับตึกของโจทก์ประมาณ 3 เซนติเมตร และจำเลยทราบแล้วว่าที่ว่างดังกล่าวเป็นที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยก็ยังฉาบปูนผนังตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จนจดผนังตึกของโจทก์ ดังนี้ ย่อมถือว่าจำเลยสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 วรรค 2 โจทก์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยรื้อถอนตึกของจำเลยส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ออกจากที่ดินของโจทก์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ปลูกสร้างตึก ๓ ชั้นในที่ดินของจำเลยซึ่งอยู่ติดที่ดินของโจทก์โดยขุดดินทำฐานรากชิดตึกของโจทก์ แล้วหล่อเสาคอนกรีตและก่อกำแพงอิฐเพื่อก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กอันเป็นการบรรทุกน้ำหนักจนเกิดอันตรายแก่ตึกของโจทก์ เป็นเหตุให้ตึกของโจทก์ซึ่งปลูกตื้นกว่าฐานรากที่จำเลยก่อสร้างทรุด และพื้นซีเมนต์ชั้นล่างแตกตลอดแนว ผนังกำแพงแตกหลายแห่งพื้นบนทรุดและหน้าต่างเปิดตามปกติไม่ได้ หลังคาแตกร้าว ทั้งยังได้ปลูกสร้างอาคารบางส่วน เช่นกันสาดและผนังกั้นอาคารชั้นสองและชั้นสามรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ และทำหน้าต่างอาคารชั้นสามให้บานหน้าต่างรุกล้ำเข้ามาในเขตเหนือที่ดินของโจทก์ตึกของโจทก์เสียหายไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับคืนดีเช่นเดิมได้ จะต้องรื้อแล้วปลูกสร้างใหม่ทั้งหลังเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์มิได้ทำให้น้ำหนักบรรทุกจนเกิดอันตรายแก่ตึกของโจทก์ ตึกของโจทก์ปลูกสร้างมาประมาณ ๓๐-๔๐ ปี และมิได้ปลูกสร้างให้ถูกต้องตามแบบทั้งโจทก์ให้บริวารอาศัยรับซื้อของป่าและเก็บสินค้าต่าง ๆ ที่มีน้ำหนักมากมาช้านานแล้วความเสียหายของตึกของโจทก์ จึงเกิดจากโจทก์และบริวารขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์เฉพาะส่วนของผนังตึกส่วนที่เหนือจากพื้นดินขึ้นไป ประมาณ ๔ เมตรแต่เป็นการกระทำโดยสุจริต โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้รื้อถอนส่วนที่รุกล้ำนี้พยานหลักฐานของโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าตึกของโจทก์แตกร้าวชำรุดเพราะเหตุที่จำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลย คงฟังได้เพียงว่าคนงานของจำเลยเหยียบหลังคาครัวของโจทก์เสียหาย ๒๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๒๐๐ บาท คำขอของโจทก์นอกจากที่กล่าวแล้วให้ยกเสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยฟังว่า จำเลยได้ปลูกสร้างตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ โดยจำเลยได้ฉาบปูนผนังตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ๒-๓ เซนติเมตร จนถึงผนังตึกของโจทก์ ในปัญหาที่ว่าจำเลยได้ปลูกสร้างตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยสุจริตหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่บุคคลใดสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตหรือไม่สุจริตตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ วรรคแรกและ วรรค ๒ นั้น หมายถึงการที่สร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนหรือเป็นที่ดินของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้หรือไม่ หากสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนหรือเป็นที่ดินของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้ ก็เป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต แต่ถ้าสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยทราบอยู่แล้วว่าที่ดินที่ตนสร้างรุกล้ำเข้าไปนั้น

ไม่ใช่ที่ดินของตนหรือที่ดินของผู้อื่นที่ตนมีสิทธิสร้างโรงเรือนได้แล้ว ก็เป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริต สำหรับกรณีนี้ปรากฏจากข้อนำสืบของจำเลยว่า เมื่อจำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลยสุดเขตที่ดินของจำเลยแล้วยังมีที่ว่างระหว่างตึกของจำเลยกับตึกของโจทก์ประมาณ ๓ เซนติเมตร และจำเลยทราบแล้วว่า ที่ว่างดังกล่าวเป็นที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยก็ยังฉาบปูนผนังตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จนจดผนังตึกของโจทก์ จึงเป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ วรรค ๒ ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยรื้อถอนตึกของจำเลยส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ออกจากที่ดินของโจทก์ได้ ส่วนปัญหาที่ว่ารอยแตกร้าวที่พื้นและผนังตึกของโจทก์เกิดจากการที่จำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลยหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าเกิดจากการที่จำเลยปลูกสร้างตึกของจำเลย

Result

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยรื้อถอนผนังตึกของจำเลยส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์ออกจากที่ดินของโจทก์

Matter details

Panel of judges
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
Lower court
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายเลียบ ภิญญะวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up