Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3472/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน ตรวจสอบพบว่าพฤติการณ์ของโจทก์มีพิรุธเกี่ยวกับเรื่องการได้สัญชาติไทย จึงได้ยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้เพื่อดำเนินการสอบสวนและหาหลักฐานต่อไปนั้น ไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ และตราบใดที่การสอบสวนในเรื่องดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้นจำเลยก็ยังหาจำต้องคืนบัตรประจำตัวประชาชนที่ยึดไว้ให้แก่โจทก์ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบกล่าวหาว่าโจทก์เป็นญวนอพยพ และสงสัยว่าจะหนีจากเขตควบคุม จึงยึดเอาบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของโจทก์ไป ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนบัตรประจำตัวประชาชนที่ยึดไปให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นส่วนราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นข้าราชการของจำเลยที่ ๑ เมื่อระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๓ โจทก์ไปขอบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่บุตรสาว จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้ตรวจสอบเอกสารซึ่งโจทก์แสดงประกอบเอกสารของทางราชการ ตลอดจนท่าทางกิริยาอาการพบว่าโจทก์มิใช่คนไทยจึงขอบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้เพื่อตรวจสอบ ซึ่งจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีอำนาจสอบสวนถึงสัญชาติแท้จริง และยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์เพื่อส่งไปตรวจสอบยังส่วนราชการอื่นได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์แต่การที่จำลยยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้นานถึง ๑ ปีเศษเป็นการเกินความจำเป็นตามพฤติการณ์แก่การสอบสวน จึงให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนบัตรประจำตัวประชาชนพิพาทแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นรองหัวหน้าเขตรักษาราชการแทนหัวหน้าเขตยานนาวา มีอำนาจและหน้าที่ในฐานะ "พนักงานเจ้าหน้าที่" และ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๐๕ แม้ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจะไม่มีบทบัญญัติให้จำเลยยึดบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับบัตรไปแล้วก็ตาม แต่ก็มีบทกำหนดโทษแก่ผู้ไม่มีสัญชาติไทยที่ยื่นคำขอรับบัตรโดยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่าตนมีสัญชาติไทย หรือใช้บัตรซึ่งตนหมดสิทธิที่จะใช้ ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าพฤติการณ์ของโจทก์มีพิรุธเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติ เช่น โจทก์เกิดที่จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา บิดาเป็นคนจีน

มารดาเป็นคนกัมพูชา ฯลฯ จำเลยที่ ๓ ในฐานะ "พนักงานเจ้าหน้าที่" และ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" จึงมีอำนาจยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้เพื่อทำการสอบสวนว่าโจทก์มีสัญชาติไทยหรือไม่ และได้รับบัตรประจำตัวประชาชนดังกล่าวมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์และเมื่อจำเลยมีอำนาจยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้เพื่อทำการสอบสวนแล้วตราบใดที่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น และยังไม่ทราบผลการสอบสวนจำเลยย่อมมีอำนาจยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนบัตรประจำตัวประชาชนแก่โจทก์ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายบัญชา สหเกียรติมนตรี
ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ แสนเยีย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้