Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3472/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน ตรวจสอบพบว่าพฤติการณ์ของโจทก์มีพิรุธเกี่ยวกับเรื่องการได้สัญชาติไทย จึงได้ยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้เพื่อดำเนินการสอบสวนและหาหลักฐานต่อไปนั้น ไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ และตราบใดที่การสอบสวนในเรื่องดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้นจำเลยก็ยังหาจำต้องคืนบัตรประจำตัวประชาชนที่ยึดไว้ให้แก่โจทก์ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบกล่าวหาว่าโจทก์เป็นญวนอพยพ และสงสัยว่าจะหนีจากเขตควบคุม จึงยึดเอาบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของโจทก์ไป ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนบัตรประจำตัวประชาชนที่ยึดไปให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นส่วนราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นข้าราชการของจำเลยที่ ๑ เมื่อระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๓ โจทก์ไปขอบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่บุตรสาว จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้ตรวจสอบเอกสารซึ่งโจทก์แสดงประกอบเอกสารของทางราชการ ตลอดจนท่าทางกิริยาอาการพบว่าโจทก์มิใช่คนไทยจึงขอบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้เพื่อตรวจสอบ ซึ่งจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีอำนาจสอบสวนถึงสัญชาติแท้จริง และยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์เพื่อส่งไปตรวจสอบยังส่วนราชการอื่นได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์แต่การที่จำลยยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้นานถึง ๑ ปีเศษเป็นการเกินความจำเป็นตามพฤติการณ์แก่การสอบสวน จึงให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนบัตรประจำตัวประชาชนพิพาทแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นรองหัวหน้าเขตรักษาราชการแทนหัวหน้าเขตยานนาวา มีอำนาจและหน้าที่ในฐานะ "พนักงานเจ้าหน้าที่" และ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๐๕ แม้ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจะไม่มีบทบัญญัติให้จำเลยยึดบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับบัตรไปแล้วก็ตาม แต่ก็มีบทกำหนดโทษแก่ผู้ไม่มีสัญชาติไทยที่ยื่นคำขอรับบัตรโดยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่าตนมีสัญชาติไทย หรือใช้บัตรซึ่งตนหมดสิทธิที่จะใช้ ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าพฤติการณ์ของโจทก์มีพิรุธเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติ เช่น โจทก์เกิดที่จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา บิดาเป็นคนจีน

มารดาเป็นคนกัมพูชา ฯลฯ จำเลยที่ ๓ ในฐานะ "พนักงานเจ้าหน้าที่" และ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" จึงมีอำนาจยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้เพื่อทำการสอบสวนว่าโจทก์มีสัญชาติไทยหรือไม่ และได้รับบัตรประจำตัวประชาชนดังกล่าวมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์และเมื่อจำเลยมีอำนาจยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้เพื่อทำการสอบสวนแล้วตราบใดที่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น และยังไม่ทราบผลการสอบสวนจำเลยย่อมมีอำนาจยึดบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ไว้ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนบัตรประจำตัวประชาชนแก่โจทก์ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายบัญชา สหเกียรติมนตรี
ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ แสนเยีย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up