Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การนำสืบว่าโจทก์จำเลยและผู้ซื้อร่วมกันซื้อที่ดินตามสัญญาซื้อขาย ได้ทำความตกลงกันให้กันส่วนที่ดินบางส่วนไว้เป็นทางสาธารณะนั้น เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงต่างหากจากสัญญาซื้อขายซึ่งอ้างว่ามีอยู่ระหว่างผู้ซื้อด้วยกันหาใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญาซื้อขายนั้นไม่ โจทก์จึงนำพยานบุคคลมาสืบว่ามีข้อตกลงดังกล่าวได้ไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับพวกและจำเลยได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3025ตำบลบางซื่อ อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 217 ตารางวา โดยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ในการซื้อขายผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันว่าผู้ซื้อทั้ง 4 คนได้กรรมสิทธิ์เพียง 200 ตารางวา ส่วนอีก 17 ตารางวา กันไว้เป็นทางสาธารณะเพื่อให้มีทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ผู้ซื้อทั้ง 4 คน จะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินคนละ50 ตารางวา ผู้ซื้อจะได้นำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แบ่งแยกออกเป็นทางสาธารณะ หลังจากแบ่งแยกโฉนดที่ดินกันแล้ว ข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อทั้ง4 คนและผู้ขายได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้ง 5 คน แต่ปรากฏว่าได้สูญหายไป ต่อมาได้มีการแบ่งแยกโฉนด โจทก์กับพวกได้แบ่งแยกที่ดินไว้เป็นทางสาธารณะตามข้อตกลง แต่จำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงและได้ปลูกบ้านกับกั้นรั้วรุกล้ำที่ดินทางสาธารณะซึ่งจำเลยยังไม่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกออกจากโฉนดจำนวน 8 ตารางวาครึ่ง

ขอให้บังคับให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้จำเลยให้การว่า โจทก์ จำเลย นางฟอง และจ่าสิบตำรวจนิรัตน์ได้ซื้อที่ดินตามฟ้อง เนื้อที่ 217 ตารางวา มิใช่ 200 ตารางวา ไม่เคยกันส่วน17 ตารางวาเป็นทางสาธารณะ จำเลยครอบครองที่ดินส่วนของจำเลยโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยไม่เคยทำหลักฐานใด ๆ ที่จะยกที่ดินบางส่วนให้เป็นทางสาธารณะ โจทก์จะนำสืบนอกเหนือไปจากสัญญาซื้อขายมิได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 3025 ตำบลบางซื่อ อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานครโดยแบ่งแยกที่ดินด้านเหนือ และด้านตะวันออกของที่ดินดังกล่าวให้เป็นทางสาธาณะ

รวมเนื้อที่ 8 ตารางวา หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน ให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทางพิพาท ห้ามจำเลยทำการปลูกสร้างโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่นใดในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไปจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เดิมโฉนดเลขที่ 3025 แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 217ตารางวา เป็นของนางสละเมื่อเดือนเมษายน 2508 จำเลยกับนางสละทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกันบางส่วน ต่อมาจำเลยได้พาโจทก์ นางฟองและจ่าสิบตำรวจนิรัตน์ไปซื้อส่วนที่เหลือได้จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวใส่ชื่อโจทก์ จำเลย นางฟอง และจ่าสิบตำรวจนิรัตน์ถือกรรมสิทธิ์รวมกันภายหลังได้แบ่งแยกออกเป็น 4 โฉนด

โจทก์จำเลยได้ที่ดินทางด้านหน้าคนละ 58 ตารางวาครึ่ง ตามโฉนดเลขที่ 47152 และเลขที่ 3025ตามลำดับจ่าสิบตำรวจนิรัตน์และนางฟองได้ที่ดินด้านในคนละ 50 ตารางวาตามโฉนดเลขที่ 50815 และเลขที่ 50816 ตามลำดับ หลังจากแบ่งแยกโฉนดแล้วโจทก์ได้จดทะเบียนแบ่งที่ดินทางด้านหน้าและด้านข้างซึ่งเป็นด้านที่ติดกับที่ดินของจำเลยเป็นทางสาธารณะแล้ว รวมเนื้อที่ 8 ตารางวาครึ่ง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ต้องห้ามมิให้นำพยานบุคคลมาสืบว่ามีข้อตกลงให้กันที่ดินบางส่วนตามสัญญาซื้อขายเป็นทางสาธารณะหรือไม่นั้นว่า การนำสืบว่าโจทก์จำเลยและผู้ที่รวมกันซื้อที่ดินเนื้อที่ 217 ตารางวาตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 ได้ทำความตกลงกันให้กันที่ดินจำนวน17 ตารางวาไว้เป็นทางสาธารณะนั้น เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงต่างหากจากสัญญาซื้อขายซึ่งอ้างว่ามีอยู่ระหว่างผู้ซื้อด้วยกัน หาใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญาซื้อขายนั้นไม่ ฉะนั้น โจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ที่จะนำสืบพยานบุคคลว่ามีข้อตกลงดังกล่าวได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2566

แม้สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง แต่กฎหมายไม่ให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า สัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2566

แม้ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองรวมแปดโฉนด ข้อ 5 ระบุให้สัญญาฉบับนี้เป็นหลักฐานการกู้เงิน ข้อ 6 ระบุว่า ไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายในหนึ่งปี และตามบันทึกข้อตกลง ข้อ 1 ระบุว่า หากผู้กู้ผิดสัญญากู้โดยไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5003/2565

ในการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทตามรายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะประธานที่ประชุมนั้น มีการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทหลายครั้งต่างวาระกัน แต่กลับระบุว่าเป็นการประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6607/2561

ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แม้ถึงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ยินยอมก็ดี..." ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้