Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 325/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การนำสืบว่าโจทก์จำเลยและผู้ซื้อร่วมกันซื้อที่ดินตามสัญญาซื้อขาย ได้ทำความตกลงกันให้กันส่วนที่ดินบางส่วนไว้เป็นทางสาธารณะนั้น เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงต่างหากจากสัญญาซื้อขายซึ่งอ้างว่ามีอยู่ระหว่างผู้ซื้อด้วยกันหาใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญาซื้อขายนั้นไม่ โจทก์จึงนำพยานบุคคลมาสืบว่ามีข้อตกลงดังกล่าวได้ไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับพวกและจำเลยได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3025ตำบลบางซื่อ อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 217 ตารางวา โดยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ในการซื้อขายผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันว่าผู้ซื้อทั้ง 4 คนได้กรรมสิทธิ์เพียง 200 ตารางวา ส่วนอีก 17 ตารางวา กันไว้เป็นทางสาธารณะเพื่อให้มีทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ผู้ซื้อทั้ง 4 คน จะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินคนละ50 ตารางวา ผู้ซื้อจะได้นำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แบ่งแยกออกเป็นทางสาธารณะ หลังจากแบ่งแยกโฉนดที่ดินกันแล้ว ข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อทั้ง4 คนและผู้ขายได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้ง 5 คน แต่ปรากฏว่าได้สูญหายไป ต่อมาได้มีการแบ่งแยกโฉนด โจทก์กับพวกได้แบ่งแยกที่ดินไว้เป็นทางสาธารณะตามข้อตกลง แต่จำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงและได้ปลูกบ้านกับกั้นรั้วรุกล้ำที่ดินทางสาธารณะซึ่งจำเลยยังไม่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกออกจากโฉนดจำนวน 8 ตารางวาครึ่ง

ขอให้บังคับให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้จำเลยให้การว่า โจทก์ จำเลย นางฟอง และจ่าสิบตำรวจนิรัตน์ได้ซื้อที่ดินตามฟ้อง เนื้อที่ 217 ตารางวา มิใช่ 200 ตารางวา ไม่เคยกันส่วน17 ตารางวาเป็นทางสาธารณะ จำเลยครอบครองที่ดินส่วนของจำเลยโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยไม่เคยทำหลักฐานใด ๆ ที่จะยกที่ดินบางส่วนให้เป็นทางสาธารณะ โจทก์จะนำสืบนอกเหนือไปจากสัญญาซื้อขายมิได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 3025 ตำบลบางซื่อ อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานครโดยแบ่งแยกที่ดินด้านเหนือ และด้านตะวันออกของที่ดินดังกล่าวให้เป็นทางสาธาณะ

รวมเนื้อที่ 8 ตารางวา หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน ให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทางพิพาท ห้ามจำเลยทำการปลูกสร้างโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่นใดในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไปจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เดิมโฉนดเลขที่ 3025 แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 217ตารางวา เป็นของนางสละเมื่อเดือนเมษายน 2508 จำเลยกับนางสละทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกันบางส่วน ต่อมาจำเลยได้พาโจทก์ นางฟองและจ่าสิบตำรวจนิรัตน์ไปซื้อส่วนที่เหลือได้จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวใส่ชื่อโจทก์ จำเลย นางฟอง และจ่าสิบตำรวจนิรัตน์ถือกรรมสิทธิ์รวมกันภายหลังได้แบ่งแยกออกเป็น 4 โฉนด

โจทก์จำเลยได้ที่ดินทางด้านหน้าคนละ 58 ตารางวาครึ่ง ตามโฉนดเลขที่ 47152 และเลขที่ 3025ตามลำดับจ่าสิบตำรวจนิรัตน์และนางฟองได้ที่ดินด้านในคนละ 50 ตารางวาตามโฉนดเลขที่ 50815 และเลขที่ 50816 ตามลำดับ หลังจากแบ่งแยกโฉนดแล้วโจทก์ได้จดทะเบียนแบ่งที่ดินทางด้านหน้าและด้านข้างซึ่งเป็นด้านที่ติดกับที่ดินของจำเลยเป็นทางสาธารณะแล้ว รวมเนื้อที่ 8 ตารางวาครึ่ง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ต้องห้ามมิให้นำพยานบุคคลมาสืบว่ามีข้อตกลงให้กันที่ดินบางส่วนตามสัญญาซื้อขายเป็นทางสาธารณะหรือไม่นั้นว่า การนำสืบว่าโจทก์จำเลยและผู้ที่รวมกันซื้อที่ดินเนื้อที่ 217 ตารางวาตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 ได้ทำความตกลงกันให้กันที่ดินจำนวน17 ตารางวาไว้เป็นทางสาธารณะนั้น เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงต่างหากจากสัญญาซื้อขายซึ่งอ้างว่ามีอยู่ระหว่างผู้ซื้อด้วยกัน หาใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญาซื้อขายนั้นไม่ ฉะนั้น โจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ที่จะนำสืบพยานบุคคลว่ามีข้อตกลงดังกล่าวได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

Supreme Court Judgment No. 4209/2566

แม้สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง แต่กฎหมายไม่ให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า สัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ใน…

Supreme Court Judgment No. 882/2566

แม้ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองรวมแปดโฉนด ข้อ 5 ระบุให้สัญญาฉบับนี้เป็นหลักฐานการกู้เงิน ข้อ 6 ระบุว่า ไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายในหนึ่งปี และตามบันทึกข้อตกลง ข้อ 1 ระบุว่า หากผู้กู้ผิดสัญญากู้โดยไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 5003/2565

ในการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทตามรายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะประธานที่ประชุมนั้น มีการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทหลายครั้งต่างวาระกัน แต่กลับระบุว่าเป็นการประ…

Supreme Court Judgment No. 6607/2561

ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แม้ถึงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ยินยอมก็ดี..." ก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up