Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3246/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แล้วสืบพยานโจทก์และพิพากษาให้โจทก์ได้รับชำระหนี้เต็มตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วให้พิจารณาคดีใหม่เท่านั้น ดังนี้การที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาก้าวล่วงไปถึงจำนวนหนี้แล้วพิพากษาให้จำเลยรับผิดน้อยลง โดยจำเลยมิได้อุทธรณ์ขึ้นมาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ค่าสินค้าที่ซื้อไปจากโจทก์จำนวน 168,061 บาท

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยชำระหนี้บางส่วนแล้ว คงค้างชำระเพียง 23,717 บาท ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยนำสืบก่อน ถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยและทนายไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และนัดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาตามคำสั่งเดิม และต่อมาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 95,717 บาทโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ตามฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองได้แยกอุทธรณ์มา 3 กรณีแต่พอสรุปใจความได้ว่า จำเลยคัดค้านว่าโจทก์ไม่ยอมส่งเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายให้จำเลยเพื่อจะได้ทราบความจริงว่ายอดหนี้ที่จำเลยค้างชำระมีจำนวนเท่าใด การที่ศาลสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา โดยไม่มีการไต่สวนก่อนนั้นไม่ชอบทำให้จำเลยไม่มีโอกาสต่อสู้คดีทั้งที่จำเลยก็ได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ ขอให้ศาลมีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นเสียโดยให้จำเลยได้พิจารณาคดีนี้ใหม่ จึงเห็นได้ว่า ฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่ได้กล่าวไว้แจ้งชัดทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงเพื่อคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่อย่างใดจุดประสงค์ของจำเลยก็เพื่อต้องการที่จะให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่เท่านั้น

การที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาก้าวล่วงไปถึงจำนวนหนี้ซึ่งข้อเท็จจริงฟังยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยจำเลยมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา จึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9571/2544

สิทธิการบอกเลิกสัญญาและวิธีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดไว้โดยเฉพาะแล้ว โดยให้สิทธิแก่ผู้เช่าซื้อตามมาตรา 573 และให้สิทธิแก่ผู้ให้เช่าซื้อตามมาตรา 574 ไม่ใช่กรณีไม่มีบทกฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4322/2540

แบบ ท.ค.16 ที่เจ้าพนักงานที่ดินทำการสอบสวนและบันทึกการสละมรดกเอกสารหมาย จ.9 หรือ ล.6 มีข้อความว่า ด้วยที่ดินแปลงเครื่องหมายดังกล่าวข้างบน คือ น.ส.3 หมู่ที่ 4 ตำบลมีชัย เลขที่ 10 อำเภอเมืองหนองคายจังหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3085/2540

ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่คู่ความจะยกขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา225วรรคหนึ่งนอกจากจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในอุทธรณ์และต้องเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยแล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4229/2539

ศาลชั้นต้นได้ยกขึ้นวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ได้ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยที่2ภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาตามยอมนับได้ว่ามีผลอย่างเดียวกับการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องและเพื่อให้ชำระหนี้ตามที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6552/2538

ทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์มรดกรวม6รายการเป็นทรัพย์สินที่เจ้ามรดกได้มาขณะที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ5เดิมการพิจารณาว่าเป็นทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาประเภทใดต้องพิจารณาตามบทกฎหมายที่ใช้ในขณะที่ได้ม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้