Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3143/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2519 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อที่ดินและอาคารจากบริษัท ส. ในราคา 36,000,000 บาท ชำระราคาครบถ้วนแล้วและโจทก์ได้ลงบัญชีที่ดินและอาคารดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของโจทก์ ต่อมาบริษัท ส. ผิดสัญญาไม่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ จึงตกลงใช้ค่าปรับให้โจทก์เป็นเงิน 15,000,000 บาท โดยจะชำระให้เสร็จภายใน 5 ปี และโจทก์ได้ลงบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันว่าบริษัท ส. เป็นลูกหนี้โจทก์ในเงินค่าปรับจำนวนดังกล่าวนอกจากนี้ยังได้หมายเหตุไว้ในงบกำไรขาดทุนและขาดทุนสะสมของรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันว่าโจทก์จะได้รับชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวจากบริษัท ส.ภายใน5ปีและบริษัทส. ก็หมายเหตุไว้ในงบกำไรขาดทุนของตนว่า บริษัทจะชำระค่าปรับจำนวนดังกล่าวให้โจทก์ภายใน 5 ปี ดังนั้น การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ว่าโจทก์มีเงินได้เป็นค่าปรับจากบริษัท ส. จำนวน 15,000,000 บ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2519 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อที่ดินและอาคารจากบริษัท ส. ในราคา 36,000,000 บาท ชำระราคาครบถ้วนแล้วและโจทก์ได้ลงบัญชีที่ดินและอาคารดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของโจทก์ ต่อมาบริษัท ส. ผิดสัญญาไม่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ จึงตกลงใช้ค่าปรับให้โจทก์เป็นเงิน 15,000,000 บาท โดยจะชำระให้เสร็จภายใน 5 ปี และโจทก์ได้ลงบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันว่าบริษัท ส. เป็นลูกหนี้โจทก์ในเงินค่าปรับจำนวนดังกล่าวนอกจากนี้ยังได้หมายเหตุไว้ในงบกำไรขาดทุนและขาดทุนสะสมของรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันว่าโจทก์จะได้รับชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวจากบริษัท ส.ภายใน5ปีและบริษัทส. ก็หมายเหตุไว้ในงบกำไรขาดทุนของตนว่า บริษัทจะชำระค่าปรับจำนวนดังกล่าวให้โจทก์ภายใน 5 ปี

ดังนั้น การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ว่าโจทก์มีเงินได้เป็นค่าปรับจากบริษัท ส. จำนวน 15,000,000 บาทในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2519 นั้น จึงชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ซึ่งใช้ระบบบัญชีเกณฑ์สิทธิ์มีหน้าที่ต้องนำค่าปรับดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วยโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมายจำเลยให้การว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้วขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า

การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์มีเงินได้เป็นค่าปรับจากบริษัทแสนการลงทุน จำกัดจำนวน 15,000,000 บาท ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2519 นั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์เป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อยู่ภายใต้การควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2519 โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินและอาคารเอ็ม.เอ.เอฟ. จากบริษัทแสนการลงทุน จำกัด ในราคา36,000,000 บาท โจทก์ได้ชำระราคาให้แก่บริษัทแสนการลงทุน จำกัดครบถ้วนแล้ว โจทก์ลงบัญชีที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของโจทก์ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.2 แผ่นที่ 48 แต่ยังไม่มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารที่ทำสัญญาซื้อขายกัน

โจทก์ได้ลงงบกำไรขาดทุนและขาดทุนสะสมตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 33 ตรงหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 3 ว่า โจทก์จะได้รับชดใช้เงินอันเนื่องจากสัญญาจะซื้อขายที่ดินและอาคาร เอ็ม.เอ.เอฟ. จำนวน 15,000,000 บาทโดยจะได้รับเงินครบภายใน 5 ปี และบริษัทแสนการลงทุน จำกัดลงบัญชีกำไรขาดทุนตามเอกสารหมาย ล.2 แผ่นที่ 102 ตรงหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 4 ว่า บริษัทแสนการลงทุน จำกัด ตกลงให้ค่าปรับแก่โจทก์อันเนื่องจากผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินและอาคารเอ็ม.เอ.เอฟ. จำนวน 15,000,000 บาท โดยจะชำระให้เสร็จภายในกำหนด 5 ปี เรื่องนี้กรรมการบริหารของโจทก์ได้สนทนากับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.2 แผ่นที่ 9 ว่า กรณีบริษัทแสนการลงทุน

จำกัด ไม่สามารถโอนอาคาร เอ็ม.เอ.เอฟ. ให้แก่โจทก์ได้บริษัทจะต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ 15,000,000 บาท และดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าว 1,500,000 บาท และต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีหนังสือถึงโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.4 แผ่นที่ 40และ 41 ให้โจทก์เร่งรัดเรียกเก็บเงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยรวม 16,500,000 ล้านบาท จากบริษัทแสนการลงทุน จำกัด ที่ไม่สามารถโอนอาคารเอ็ม.เอ.เอฟ พร้อมที่ดินให้โจทก์ได้ และโจทก์ได้ลงบัญชีตามเอกสารหมาย ล.2 แผ่นที่ 28 ว่า บริษัทแสนการลงทุน จำกัดเป็นลูกหนี้ 15,000,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว จากหลักฐานการลงบัญชีของโจทก์ผู้ซื้อและของบริษัทแสนการลงทุน จำกัด ผู้ขาย ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2519 ได้เนื้อความตรงกันว่า บริษัทแสนการลงทุน จำกัดผู้ขายที่ดินและอาคารเอ็ม.เอ.เอฟ. ผิดสัญญาต่อโจทก์ ต้องชำระค่าปรับซึ่งเป็นค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 15,000,000 บาท ภายในกำหนด 5 ปี ข้อที่โจทก์อ้างว่าการลงบัญชีดังกล่าวผิดพลาดเพราะเจ้าหน้าที่ของโจทก์เข้าใจผิดนั้น โจทก์มีแต่พยานบุคคลมาเบิกความลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟัง และข้อที่โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อยู่ในความควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทยการซื้อขายที่ดินและอาคารรายนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุมัติให้โจทก์ซื้อ โจทก์จึงไม่อาจซื้อได้

โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาต่อบริษัทแสนการลงทุน จำกัด โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าปรับหรือค่าเสียหายจากบริษัทแสนการลงทุน จำกัด นั้น โจทก์กล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีหลักฐานการขออนุมัติซื้อที่ดินและอาคารรายนี้ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งไม่ปรากฏหลักฐานว่าธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุมัติให้ซื้อแต่อย่างใด แต่จากข้อเท็จจริงที่ได้ความกลับปรากฏว่า โจทก์ได้ชำระราคาที่ดินและอาคารที่ซื้อให้แก่บริษัทแสนการลงทุน จำกัดครบถ้วนแล้ว และได้ความต่อมาว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีหนังสือเร่งรัดให้โจทก์เรียกเก็บเงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจากบริษัทแสนการลงทุน จำกัด เป็นเงิน 16,500,000 บาท พยานหลักฐานดังกล่าวเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า กรณีหาใช่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุมัติให้โจทก์ซื้อที่ดินและอาคารรายนี้

พฤติการณ์ฟังได้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยทราบเรื่องการซื้อขายที่ดินรายนี้ตลอดจนเรื่องที่ผู้ขายผิดสัญญาและโจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าปรับหรือค่าเสียหายด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยจึงมีหนังสือเตือนโจทก์ให้เร่งรัดเรียกเก็บค่าปรับ หรือค่าเสียหายนั้น ข้อเท็จจริงตามที่ได้วินิจฉัยฟังได้ชัดแจ้งว่าในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2519โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าปรับจากบริษัทแสนการลงทุน จำกัด15,000,000 บาท ดังนั้น การประเมินของเจ้าพนักงานของจำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์มีเงินได้เป็นค่าปรับจากบริษัทแสนการลงทุน จำกัด จำนวน 15,000,000บาท ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2519 นั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ซึ่งใช้ระบบบัญชีเกณฑ์สิทธิ์มีหน้าที่ต้องนำค่าปรับรายนี้พร้อมดอกเบี้ยมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วยปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อต่อไปมีว่า

มีเหตุงดหรือลดเงินเพิ่มให้แก่โจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์มิได้นำเงินค่าปรับจำนวน 15,000,000 บาท ที่มีสิทธิจะได้จากบริษัทแสนการลงทุน จำกัด มาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2519 ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้ส่วนนี้ จึงไม่มีเหตุที่จะงดหรือลดเงินเพิ่มแก่โจทก์ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทูรย์ สุทธิประภา · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2566

การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77/2 (1) และมาตรา 77/1 (8) (ฉ) โจทก์ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2562

การที่จำเลยสามารถลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเนื่องจากโจทก์ทำหลักฐานว่ามีรายจ่ายซึ่งโจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและนำไปหักออกจากกำไรจากการประกอบกิจการของจำเลย นั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งตาม ป.รัษฎากร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2561

โจทก์กู้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า มีหนี้สินคงเหลืออยู่ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2553 ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) (ก) โจทก์มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,195,93…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2561

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับปกติและฉบับยื่นเพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท โดยกรอกรายการรายได้ส่วนที่ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีไว้ในแบบแสดง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2561

การอุทธรณ์หนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรเป็นกรณีโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งทางปกครองของจำเลยเกี่ยวกับการขอคืนภาษีของโจทก์ กรณีคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งคือ เจ้าหน้าที่ผู้ท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้