Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยตกลงให้โจทก์ทั้งห้ากับพวกเช่าโรงแรมพิพาทโดยโจทก์จ่ายเงินค่าตอบแทนให้จำเลยเป็นเงิน1,000,000 บาท จำเลยผิดสัญญานำโรงแรมพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่า โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอบังคับให้จำเลยคืนเงินจำนวน1,000,000 บาท แก่โจทก์ทั้งห้า เป็นคำฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.พ.มาตรา 172 หาจำต้องบรรยายถึงฐานะตนเองมาในคำฟ้องด้วยไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินและอาคารโรงแรมทวีสุข เลขที่ 22/3 ซอยผาสุข ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจโรงแรมกับจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นภรรยา เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2523 จำเลยทั้งสองได้ตกลงให้โจทก์กับพวกซึ่งจะได้ก่อตั้งเป็นรูปบริษัทเช่าสถานที่ตั้งโรงแรมและอาคารโรงแรมทวีสุข เพื่อดำเนินกิจการประเภทโรงแรมในอัตราค่าเช่า 66,000 บาท ต่อเดือน มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 16 ปีโดยจะไปจดทะเบียนการเช่าต่อกันในภายหลัง เมื่อโจทก์ได้ซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารโรงแรมและบริเวณโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วในการที่จำเลยทั้งสองยอมให้โจทก์เช่า โจทก์ยอมเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารโรงแรมเองทั้งสิ้น และยอมให้บรรดาทรัพย์สินต่าง

ๆ ตกติดไว้กับอาคารโรงแรม เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสองทันทีเมื่อครบกำหนดการเช่า กับได้ยอมชำระเงินจำนวน1,000,000 บาท เป็นการตอบแทนการเช่าครั้งนี้ จำเลยทั้งสองได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปครบถ้วนแล้ว โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับไว้ ต่อมาจำเลยทั้งสองได้มอบโรงแรมทวีสุขให้โจทก์กับพวกเข้าครอบครอง โจทก์กับพวกได้ซ่อมแซมปรับปรุงหลายรายการเช่นห้องพัก ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทาสี รื้อย้ายสระน้ำเป็นต้น สิ้นเงินไปเป็นจำนวน 2,000,000 บาทเศษ ในระหว่างปรับปรุงโรงแรมดังกล่าวได้ชำระค่าเช่าให้แก่จำเลยทั้งสองตลอดมา พร้อมกับได้ดำเนินการขอจดทะเบียนเป็นบริษัทโรงแรม 79 จำกัดขึ้น แต่การจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทโรงแรม 79 จำกัด

ยังไม่เสร็จเรียบร้อยจำเลยทั้งสองได้สมคบกับนายประสิทธิ์ แซ่ห่าน ขัดขวางการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโรงแรม 79 จำกัด โดยแนะนำชักจูงให้นายประสิทธิ์แซ่ห่าน ถอนตัวจากผู้ถือหุ้นเริ่มก่อตั้งบริษัท เป็นเหตุให้การจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทของโจทก์กับพวกล่าช้าไปกว่าเดิม จำเลยทั้งสองจึงได้เอาโรงแรมที่โจทก์เช่าอยู่มอบให้ผู้อื่นเช่า อันเป็นการผิดข้อตกลงทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งและแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ทั้งห้าไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะฟ้องในนามส่วนตัวไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เริ่มก่อการทั้งหมด ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายมาให้ชัดเจนว่าโจทก์มีสิทธิอย่างไรที่จะเรียกเงินตามฟ้องคืนจากจำเลย

จำเลยที่ 1 ไม่เคยรับเงินกินเปล่าหรือตอบแทนโจทก์ผิดสัญญาทำให้จำเลยเสียหาย รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น1,260,000 บาท เมื่อหักกับเงินค่าประกันความเสียหายที่จำเลยรับไว้แล้ว โจทก์ยังค้างชำระค่าเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน 260,000 บาทให้โจทก์ทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสองเป็นเงิน260,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์ทั้งห้าให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...สำหรับฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อที่ 2 ที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม

เพราะไม่ได้บรรยายว่าโจทก์อาศัยสิทธิอะไรในการฟ้องคดี ในฐานะผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัทหรือผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง บัญญัติว่า "คำฟ้องต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น" ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยตกลงให้โจทก์ทั้งห้ากับพวกเช่าโรงแรมพิพาทโดยโจทก์จ่ายเงินค่าตอบแทนให้จำเลยเป็นเงิน 1,000,000 บาท จำเลยผิดสัญญานำโรงแรมพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่า โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอบังคับให้จำเลยคืนเงินจำนวน 1,000,000 บาท แก่โจทก์ทั้งห้า จึงเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หาจำต้องบรรยายแสดงถึงฐานะตนเองมาในคำฟ้องด้วย ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ให้การต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · อุระ หวังอ้อมกลาง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2566

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2563

การปรับข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าจะเข้าลักษณะมูลหนี้สัญญาหรือมูลหนี้ละเมิดนั้น เป็นข้อหารือบทซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายเอง โดยโจทก์ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่จำเลยได้กระทำ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5433/2562

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงซื้อหุ้นจากโจทก์เป็นเงิน 20,000,000 บาท โจทก์โอนหุ้นให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 12,500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,500,000 บาท โจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้