Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 301/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยตกลงให้โจทก์ทั้งห้ากับพวกเช่าโรงแรมพิพาทโดยโจทก์จ่ายเงินค่าตอบแทนให้จำเลยเป็นเงิน1,000,000 บาท จำเลยผิดสัญญานำโรงแรมพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่า โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอบังคับให้จำเลยคืนเงินจำนวน1,000,000 บาท แก่โจทก์ทั้งห้า เป็นคำฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.พ.มาตรา 172 หาจำต้องบรรยายถึงฐานะตนเองมาในคำฟ้องด้วยไม่.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินและอาคารโรงแรมทวีสุข เลขที่ 22/3 ซอยผาสุข ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจโรงแรมกับจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นภรรยา เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2523 จำเลยทั้งสองได้ตกลงให้โจทก์กับพวกซึ่งจะได้ก่อตั้งเป็นรูปบริษัทเช่าสถานที่ตั้งโรงแรมและอาคารโรงแรมทวีสุข เพื่อดำเนินกิจการประเภทโรงแรมในอัตราค่าเช่า 66,000 บาท ต่อเดือน มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 16 ปีโดยจะไปจดทะเบียนการเช่าต่อกันในภายหลัง เมื่อโจทก์ได้ซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารโรงแรมและบริเวณโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วในการที่จำเลยทั้งสองยอมให้โจทก์เช่า โจทก์ยอมเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารโรงแรมเองทั้งสิ้น และยอมให้บรรดาทรัพย์สินต่าง

ๆ ตกติดไว้กับอาคารโรงแรม เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสองทันทีเมื่อครบกำหนดการเช่า กับได้ยอมชำระเงินจำนวน1,000,000 บาท เป็นการตอบแทนการเช่าครั้งนี้ จำเลยทั้งสองได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปครบถ้วนแล้ว โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับไว้ ต่อมาจำเลยทั้งสองได้มอบโรงแรมทวีสุขให้โจทก์กับพวกเข้าครอบครอง โจทก์กับพวกได้ซ่อมแซมปรับปรุงหลายรายการเช่นห้องพัก ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทาสี รื้อย้ายสระน้ำเป็นต้น สิ้นเงินไปเป็นจำนวน 2,000,000 บาทเศษ ในระหว่างปรับปรุงโรงแรมดังกล่าวได้ชำระค่าเช่าให้แก่จำเลยทั้งสองตลอดมา พร้อมกับได้ดำเนินการขอจดทะเบียนเป็นบริษัทโรงแรม 79 จำกัดขึ้น แต่การจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทโรงแรม 79 จำกัด

ยังไม่เสร็จเรียบร้อยจำเลยทั้งสองได้สมคบกับนายประสิทธิ์ แซ่ห่าน ขัดขวางการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโรงแรม 79 จำกัด โดยแนะนำชักจูงให้นายประสิทธิ์แซ่ห่าน ถอนตัวจากผู้ถือหุ้นเริ่มก่อตั้งบริษัท เป็นเหตุให้การจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทของโจทก์กับพวกล่าช้าไปกว่าเดิม จำเลยทั้งสองจึงได้เอาโรงแรมที่โจทก์เช่าอยู่มอบให้ผู้อื่นเช่า อันเป็นการผิดข้อตกลงทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งและแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ทั้งห้าไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะฟ้องในนามส่วนตัวไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เริ่มก่อการทั้งหมด ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายมาให้ชัดเจนว่าโจทก์มีสิทธิอย่างไรที่จะเรียกเงินตามฟ้องคืนจากจำเลย

จำเลยที่ 1 ไม่เคยรับเงินกินเปล่าหรือตอบแทนโจทก์ผิดสัญญาทำให้จำเลยเสียหาย รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น1,260,000 บาท เมื่อหักกับเงินค่าประกันความเสียหายที่จำเลยรับไว้แล้ว โจทก์ยังค้างชำระค่าเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน 260,000 บาทให้โจทก์ทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสองเป็นเงิน260,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์ทั้งห้าให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...สำหรับฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อที่ 2 ที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม

เพราะไม่ได้บรรยายว่าโจทก์อาศัยสิทธิอะไรในการฟ้องคดี ในฐานะผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัทหรือผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง บัญญัติว่า "คำฟ้องต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น" ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยตกลงให้โจทก์ทั้งห้ากับพวกเช่าโรงแรมพิพาทโดยโจทก์จ่ายเงินค่าตอบแทนให้จำเลยเป็นเงิน 1,000,000 บาท จำเลยผิดสัญญานำโรงแรมพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่า โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอบังคับให้จำเลยคืนเงินจำนวน 1,000,000 บาท แก่โจทก์ทั้งห้า จึงเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หาจำต้องบรรยายแสดงถึงฐานะตนเองมาในคำฟ้องด้วย ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ให้การต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · อุระ หวังอ้อมกลาง
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1088/2566

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มล…

Supreme Court Judgment No. 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

Supreme Court Judgment No. 2561/2563

การปรับข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าจะเข้าลักษณะมูลหนี้สัญญาหรือมูลหนี้ละเมิดนั้น เป็นข้อหารือบทซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายเอง โดยโจทก์ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่จำเลยได้กระทำ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิก็…

Supreme Court Judgment No. 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

Supreme Court Judgment No. 5433/2562

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงซื้อหุ้นจากโจทก์เป็นเงิน 20,000,000 บาท โจทก์โอนหุ้นให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 12,500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,500,000 บาท โจทก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up