Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2650/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสองบัญญัติเพียงว่า "อนึ่งสัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่" การที่จำเลยลงลายมือชื่อในเอกสารหนังสือสัญญาค้ำประกันพิพาทแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทโจทก์เป็นคู่สัญญาด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นจากความผูกพันตามหนังสือสัญญาค้ำประกันดังกล่าวที่มีอยู่กับโจทก์ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2538 จำเลยที่ 1 สมัครเข้าทำงานกับโจทก์ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่ จำเลยที่ 2 เข้าทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2539จำเลยที่ 1 ขายรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นพรีเซีย ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แก่นางสาววราภรณ์ หิรัญพต ในราคา 699,900 บาท และรับเงินจากผู้ซื้อแล้วไม่นำเงินมอบแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย 729,645 บาท แก่โจทก์ และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 699,900 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยทำหนังสือสัญญาค้ำประกันทำงานของจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่โจทก์

หนังสือสัญญาค้ำประกันการทำงานตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำไว้กับบุคคลอื่นซึ่งได้ตกลงยกเลิกสัญญาไปแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 699,900 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 มกราคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ดังกล่าวแทนจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้จากคำฟ้องและทางนำสืบของโจทก์โดยจำเลยที่ 1 มิได้ให้การปฏิเสธและจำเลยที่ 2 มิได้นำสืบโต้แย้งว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2538 จำเลยที่ 1 ได้พาจำเลยที่ 2 ไปที่บริษัทที่ทำงานของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อค้ำประกันการทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่ปรากฏตามเอกสารหมาย

จ.3ที่ทำงานของจำเลยที่ 1 ที่พาจำเลยที่ 2 ไปลงลายมือชื่อค้ำประกันตั้งอยู่ถนนรามอินทราแห่งเดียวกับบริษัทกรุงไทย คาร์เร้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด ปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 2 ปัญหาแรกมีว่า จำเลยที่ 2 ต้องผูกพันตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.3 กับโจทก์หรือไม่ ปัญหานี้จำเลยที่ 2 ฎีกาโต้แย้งว่า ตนลงลายมือชื่อค้ำประกันจำเลยที่ 1 ที่สมัครทำงานกับบริษัทกรุงไทย คาร์เร้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งมีสถานที่ตั้งเดียวกับโจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.3ไว้แก่โจทก์ เห็นว่า นายสุนทร เหมะคีรินทร์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 1 มาสมัครทำงานกับโจทก์ มิได้สมัครทำงานกับบริษัทกรุงไทย

คาร์เร้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยเขียนใบสมัครงานระบุชื่อที่อยู่ พร้อมแสดงหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านไว้แต่เนื่องจากตำแหน่งงานที่สมัครมีความรับผิดชอบทางด้านการเงินสูงโจทก์จึงให้จำเลยที่ 1 หาผู้ค้ำประกันการทำงาน โดยระหว่างหาผู้ค้ำประกันการทำงานไม่ได้ก็ให้จำเลยที่ 1 ฝึกงานไปก่อน ในวันที่ 4 มีนาคม 2538 จำเลยที่ 1 พาจำเลยที่ 2 มาทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1ปรากฏตามเอกสาร จ.3 จำเลยที่ 2 มิได้นำจำเลยที่ 1 หรือพยานอื่นใดมาแสดงว่าจำเลยที่ 1 มิได้สมัครทำงานกับโจทก์ เพียงต่อสู้ว่าหัวกระดาษเอกสารหมาย จ.3 ระบุชื่อบริษัทกรุงไทย คาร์เร้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดและบริษัทในเครือ

แสดงว่าจำเลยที่ 1 สมัครงานกับบริษัทกรุงไทย คาร์เร้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ เพราะในใบสมัครงานเอกสาร จ.4 ระบุว่าเขียนที่บริษัทโจทก์และนางสาววราภรณ์ หิรัญพต ลูกค้าซึ่งติดต่อซื้อรถยนต์กับจำเลยที่ 1ก็เบิกความว่า มาติดต่อซื้อรถยนต์กับโจทก์โดยจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานรับจองฎีกาจำเลยที่ 2 ปัญหานี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 2 ที่จะพิจารณาต่อไปว่า โจทก์เพิ่งลงชื่อเป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย จ.3 ภายหลังจำเลยที่ 1ทำละเมิดต่อโจทก์แล้ว จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสาร จ.3 นั้น เห็นว่า สัญญาค้ำประกันไม่มีกฎหมายกำหนดแบบของสัญญาไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสองก็บัญญัติเพียงว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่" การที่จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย จ.3แต่เพียงฝ่ายเดียว โดยโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทโจทก์เป็นคู่สัญญาด้วย ก็หาทำให้จำเลยที่ 2 พ้นจากความผูกพันตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสาร จ.3 ที่มีอยู่กับโจทก์แต่อย่างใด ที่ศาลล่างวินิจฉัยให้จำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.3 ชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · สุเมธ ตังคจิวางกูร · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้