Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2650/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสองบัญญัติเพียงว่า "อนึ่งสัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่" การที่จำเลยลงลายมือชื่อในเอกสารหนังสือสัญญาค้ำประกันพิพาทแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทโจทก์เป็นคู่สัญญาด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นจากความผูกพันตามหนังสือสัญญาค้ำประกันดังกล่าวที่มีอยู่กับโจทก์ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2538 จำเลยที่ 1 สมัครเข้าทำงานกับโจทก์ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่ จำเลยที่ 2 เข้าทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2539จำเลยที่ 1 ขายรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นพรีเซีย ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แก่นางสาววราภรณ์ หิรัญพต ในราคา 699,900 บาท และรับเงินจากผู้ซื้อแล้วไม่นำเงินมอบแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย 729,645 บาท แก่โจทก์ และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 699,900 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยทำหนังสือสัญญาค้ำประกันทำงานของจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่โจทก์

หนังสือสัญญาค้ำประกันการทำงานตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำไว้กับบุคคลอื่นซึ่งได้ตกลงยกเลิกสัญญาไปแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 699,900 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 มกราคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ดังกล่าวแทนจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้จากคำฟ้องและทางนำสืบของโจทก์โดยจำเลยที่ 1 มิได้ให้การปฏิเสธและจำเลยที่ 2 มิได้นำสืบโต้แย้งว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2538 จำเลยที่ 1 ได้พาจำเลยที่ 2 ไปที่บริษัทที่ทำงานของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อค้ำประกันการทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่ปรากฏตามเอกสารหมาย

จ.3ที่ทำงานของจำเลยที่ 1 ที่พาจำเลยที่ 2 ไปลงลายมือชื่อค้ำประกันตั้งอยู่ถนนรามอินทราแห่งเดียวกับบริษัทกรุงไทย คาร์เร้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด ปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 2 ปัญหาแรกมีว่า จำเลยที่ 2 ต้องผูกพันตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.3 กับโจทก์หรือไม่ ปัญหานี้จำเลยที่ 2 ฎีกาโต้แย้งว่า ตนลงลายมือชื่อค้ำประกันจำเลยที่ 1 ที่สมัครทำงานกับบริษัทกรุงไทย คาร์เร้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งมีสถานที่ตั้งเดียวกับโจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.3ไว้แก่โจทก์ เห็นว่า นายสุนทร เหมะคีรินทร์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 1 มาสมัครทำงานกับโจทก์ มิได้สมัครทำงานกับบริษัทกรุงไทย

คาร์เร้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยเขียนใบสมัครงานระบุชื่อที่อยู่ พร้อมแสดงหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านไว้แต่เนื่องจากตำแหน่งงานที่สมัครมีความรับผิดชอบทางด้านการเงินสูงโจทก์จึงให้จำเลยที่ 1 หาผู้ค้ำประกันการทำงาน โดยระหว่างหาผู้ค้ำประกันการทำงานไม่ได้ก็ให้จำเลยที่ 1 ฝึกงานไปก่อน ในวันที่ 4 มีนาคม 2538 จำเลยที่ 1 พาจำเลยที่ 2 มาทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1ปรากฏตามเอกสาร จ.3 จำเลยที่ 2 มิได้นำจำเลยที่ 1 หรือพยานอื่นใดมาแสดงว่าจำเลยที่ 1 มิได้สมัครทำงานกับโจทก์ เพียงต่อสู้ว่าหัวกระดาษเอกสารหมาย จ.3 ระบุชื่อบริษัทกรุงไทย คาร์เร้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดและบริษัทในเครือ

แสดงว่าจำเลยที่ 1 สมัครงานกับบริษัทกรุงไทย คาร์เร้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ เพราะในใบสมัครงานเอกสาร จ.4 ระบุว่าเขียนที่บริษัทโจทก์และนางสาววราภรณ์ หิรัญพต ลูกค้าซึ่งติดต่อซื้อรถยนต์กับจำเลยที่ 1ก็เบิกความว่า มาติดต่อซื้อรถยนต์กับโจทก์โดยจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานรับจองฎีกาจำเลยที่ 2 ปัญหานี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 2 ที่จะพิจารณาต่อไปว่า โจทก์เพิ่งลงชื่อเป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย จ.3 ภายหลังจำเลยที่ 1ทำละเมิดต่อโจทก์แล้ว จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสาร จ.3 นั้น เห็นว่า สัญญาค้ำประกันไม่มีกฎหมายกำหนดแบบของสัญญาไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสองก็บัญญัติเพียงว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่" การที่จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย จ.3แต่เพียงฝ่ายเดียว โดยโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทโจทก์เป็นคู่สัญญาด้วย ก็หาทำให้จำเลยที่ 2 พ้นจากความผูกพันตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสาร จ.3 ที่มีอยู่กับโจทก์แต่อย่างใด ที่ศาลล่างวินิจฉัยให้จำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.3 ชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ปราโมทย์ ชพานนท์ · สุเมธ ตังคจิวางกูร · ชวลิต ยอดเณร
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up