Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้ส่งเหล็กเส้นให้จำเลยตามจำนวนและคุณลักษณะตามสัญญาแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญา แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ได้ทวงถามจำเลยแล้ว ดังนี้ โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินนับตั้งแต่วันผิดนัดจนถึงวันที่จำเลยที่ 1 วางเงินต่อศาล.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ทำสัญญาซื้อเหล็กเส้นราคา 239,759.52 บาท จากโจทก์ จำเลยทั้งสองได้รับเหล็กเส้นแล้วแต่ไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเหล็กเส้นพร้อมดอกเบี้ยและให้คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่โจทก์มอบให้เป็นประกันแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ส่งมอบเหล็กเส้นเกินกำหนดจึงต้องถูกปรับ ตามสัญญาต้องมีการตรวจทดลองเหล็กเส้น เมื่อได้ผลถูกต้องตามสัญญาแล้ว จึงจะมีผลให้การตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุสมบูรณ์และเบิกจ่ายเงินให้โจทก์ได้ราคาเหล็กเส้นหักด้วยภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายตามกฎหมายและค่าปรับแล้วเหลือ 209,811.37บาท ตามประเพณีการซื้อขายสินค้าระหว่างส่วนราชการกับพ่อค้าเป็นที่ยอมรับกันทั่งไปว่า

ระหว่างที่ส่วนราชการดำเนินการเบิกเงินเพื่อจ่าย พ่อค้าไม่คิดดอกเบี้ยกับส่วนราชการ จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ระหว่างพิจารณา วันที่ 27 ธันวาคม 2527 จำเลยที่ 1 วางเงิน209,811.37 บาท ต่อศาลชั้นต้น โดยยอมให้โจทก์รับเงินจำนวนดังกล่าวไปได้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 209,811.37 บาทและคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารแก่โจทก์ ยกคำขออื่น และยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 209,811.37 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2527 แก่โจทก์ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที24 กรกฏาคม 2527 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาซื้อเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตชนิดเหล็กเส้นกลมจากโจทก์จำนวน 34,251.36 กิโลกรัม ราคา 239,759.52 บาท โดยโจทก์จะต้องส่งมอบเหล็กเส้นดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ภายในวันที่ 4 สิงหาคม2527 โจทก์ส่งมอบเหล็กเส้นให้จำเลยที่ 1 รับไว้ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2527 เนื่องจากโจทก์ส่งมอบเหล็กเส้นเกินกำหนดเวลาตามสัญญาโจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 ปรับเป็นเงิน 27,550.55 บาทเมื่อหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและค่าปรับแล้วจำเลยที่ 1 จะต้องชำระเงินตามสัญญา 209,811.37 บาท จำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงวันที่ 14 ธันวาคม2527 จำนวนเงิน 209,811.37 บาท

สั่งจ่ายให้แก่โจทก์และได้มีหนังสือให้โจทก์ไปรับเงินจำนวนดังกล่าว โจทก์ไม่ไปรับเฉพาะได้ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2527 จำเลยที่ 1 จึงได้วางเงินจำนวน 209,811.37 บาท ต่อศาลชั้นต้นโดยยอมให้โจทก์รับไปได้พิเคราะห์แล้ว ข้อที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกา มีว่าจำเลยที่ 1 จะต้องชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน209,811.37 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2527แก่โจทก์หรือไม่ โจทก์เบิกความว่า ตามสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จะถือว่าโจทก์ส่งมอบสินค้าถูกต้องตามสัญญาก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ตรวจสอบคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าแล้วเห็นว่าถูกต้อง จำเลยที่ 1 นำสืบว่า

เมื่อได้รับมอบเหล็กเส้นจากโจทก์แล้ว ได้ตัดเหล็กเส้นเป็นตัวอย่างส่งไปตรวจที่กองวิจัยและทดลอง กรมชลประทาน ซึ่งผลการทดสอบได้ความว่ามีคุณลักษณะถูกต้องตามสัญญา และจำเลยที่ 2 เบิกความรับว่า ได้รับทราบผลการตรวจคุณลักษณะดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2527 ดังนั้น จึงต้องถือว่าโจทก์ได้ส่งเหล็กเส้นให้จำเลยที่ 1 ตามจำนวนคุณลักษณะตามสัญญาแล้วตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2527 จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จะต้องชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญา แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ปัญหามีว่าโจทก์ได้ทวงถามแล้วหรือไม่ นางสาวเปียร์นภา นภาภินันท์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างโจทก์เบิกความว่า ได้ทวงถามค่าสินค้าจากจำเลยที่ 1 หลายครั้ง แต่ไม่ได้รับชำระ

จำเลยที่ 1 มิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่าโจทก์ได้ทวงถามจำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อไป ในต้นเงิน 209,811.37 บาท นับตั้งแต่วันผิดนัดจนถึงวันที่จำเลยที่ 1 วางเงินต่อศาลชั้นต้นคือวันที่27 ธันวาคม 2527 การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 209,811.37 บาทนับตั้งแต่วันฟ้องไปจนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2527 แก่โจทก์นั้นเป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 อยู่แล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9484/2554

สินค้าข้าวสาลีขาวพิพาทที่บรรทุกในระวางเรือหมายเลข 5 มีเพียงสินค้าของบริษัท บ. กับของจำเลย โดยมีแผ่นพลาสติกทอปูกั้นสินค้าของแต่ละฝ่ายไว้ สินค้าของบริษัท บ. อยู่ด้านบน ส่วนสินค้าของจำเลยอยู่ด้านล่าง ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10651/2553

โจทก์ทั้งสองตกลงซื้อที่ดินกับ ส. ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดิน และเมื่อไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ก็ไม่ปรากฏว่า มีการแจ้งอายัดที่ดินดังกล่าวไว้ แม้จะมีพิรุธที่มีการจดทะเบียนการโอนจาก ส. ไปยัง ณ. ก่อน แล้วจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6785/2549

จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งสินค้าออกตามที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าออกทั้งสองฉบับ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากรในรูปบัตรภาษีสำหรับใบขนสินค้าขาออกทั้งสองฉบับดังกล่าว เมื่อบัตรภาษีดังกล่าวจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5643/2540

คำว่า "ศาล" ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 24 หมายถึงศาลที่มีคำสั่งหรือความเห็นชอบในการกระทำใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้เฉพาะในกรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 24…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้