Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2558/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ได้ส่งเหล็กเส้นให้จำเลยตามจำนวนและคุณลักษณะตามสัญญาแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญา แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ได้ทวงถามจำเลยแล้ว ดังนี้ โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินนับตั้งแต่วันผิดนัดจนถึงวันที่จำเลยที่ 1 วางเงินต่อศาล.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ทำสัญญาซื้อเหล็กเส้นราคา 239,759.52 บาท จากโจทก์ จำเลยทั้งสองได้รับเหล็กเส้นแล้วแต่ไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเหล็กเส้นพร้อมดอกเบี้ยและให้คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่โจทก์มอบให้เป็นประกันแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ส่งมอบเหล็กเส้นเกินกำหนดจึงต้องถูกปรับ ตามสัญญาต้องมีการตรวจทดลองเหล็กเส้น เมื่อได้ผลถูกต้องตามสัญญาแล้ว จึงจะมีผลให้การตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุสมบูรณ์และเบิกจ่ายเงินให้โจทก์ได้ราคาเหล็กเส้นหักด้วยภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายตามกฎหมายและค่าปรับแล้วเหลือ 209,811.37บาท ตามประเพณีการซื้อขายสินค้าระหว่างส่วนราชการกับพ่อค้าเป็นที่ยอมรับกันทั่งไปว่า

ระหว่างที่ส่วนราชการดำเนินการเบิกเงินเพื่อจ่าย พ่อค้าไม่คิดดอกเบี้ยกับส่วนราชการ จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ระหว่างพิจารณา วันที่ 27 ธันวาคม 2527 จำเลยที่ 1 วางเงิน209,811.37 บาท ต่อศาลชั้นต้น โดยยอมให้โจทก์รับเงินจำนวนดังกล่าวไปได้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 209,811.37 บาทและคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารแก่โจทก์ ยกคำขออื่น และยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 209,811.37 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2527 แก่โจทก์ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที24 กรกฏาคม 2527 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาซื้อเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตชนิดเหล็กเส้นกลมจากโจทก์จำนวน 34,251.36 กิโลกรัม ราคา 239,759.52 บาท โดยโจทก์จะต้องส่งมอบเหล็กเส้นดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ภายในวันที่ 4 สิงหาคม2527 โจทก์ส่งมอบเหล็กเส้นให้จำเลยที่ 1 รับไว้ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2527 เนื่องจากโจทก์ส่งมอบเหล็กเส้นเกินกำหนดเวลาตามสัญญาโจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 ปรับเป็นเงิน 27,550.55 บาทเมื่อหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและค่าปรับแล้วจำเลยที่ 1 จะต้องชำระเงินตามสัญญา 209,811.37 บาท จำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงวันที่ 14 ธันวาคม2527 จำนวนเงิน 209,811.37 บาท

สั่งจ่ายให้แก่โจทก์และได้มีหนังสือให้โจทก์ไปรับเงินจำนวนดังกล่าว โจทก์ไม่ไปรับเฉพาะได้ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2527 จำเลยที่ 1 จึงได้วางเงินจำนวน 209,811.37 บาท ต่อศาลชั้นต้นโดยยอมให้โจทก์รับไปได้พิเคราะห์แล้ว ข้อที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกา มีว่าจำเลยที่ 1 จะต้องชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน209,811.37 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2527แก่โจทก์หรือไม่ โจทก์เบิกความว่า ตามสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จะถือว่าโจทก์ส่งมอบสินค้าถูกต้องตามสัญญาก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ตรวจสอบคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าแล้วเห็นว่าถูกต้อง จำเลยที่ 1 นำสืบว่า

เมื่อได้รับมอบเหล็กเส้นจากโจทก์แล้ว ได้ตัดเหล็กเส้นเป็นตัวอย่างส่งไปตรวจที่กองวิจัยและทดลอง กรมชลประทาน ซึ่งผลการทดสอบได้ความว่ามีคุณลักษณะถูกต้องตามสัญญา และจำเลยที่ 2 เบิกความรับว่า ได้รับทราบผลการตรวจคุณลักษณะดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2527 ดังนั้น จึงต้องถือว่าโจทก์ได้ส่งเหล็กเส้นให้จำเลยที่ 1 ตามจำนวนคุณลักษณะตามสัญญาแล้วตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2527 จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จะต้องชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญา แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ปัญหามีว่าโจทก์ได้ทวงถามแล้วหรือไม่ นางสาวเปียร์นภา นภาภินันท์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างโจทก์เบิกความว่า ได้ทวงถามค่าสินค้าจากจำเลยที่ 1 หลายครั้ง แต่ไม่ได้รับชำระ

จำเลยที่ 1 มิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่าโจทก์ได้ทวงถามจำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อไป ในต้นเงิน 209,811.37 บาท นับตั้งแต่วันผิดนัดจนถึงวันที่จำเลยที่ 1 วางเงินต่อศาลชั้นต้นคือวันที่27 ธันวาคม 2527 การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 209,811.37 บาทนับตั้งแต่วันฟ้องไปจนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2527 แก่โจทก์นั้นเป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 อยู่แล้ว"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

Supreme Court Judgment No. 9484/2554

สินค้าข้าวสาลีขาวพิพาทที่บรรทุกในระวางเรือหมายเลข 5 มีเพียงสินค้าของบริษัท บ. กับของจำเลย โดยมีแผ่นพลาสติกทอปูกั้นสินค้าของแต่ละฝ่ายไว้ สินค้าของบริษัท บ. อยู่ด้านบน ส่วนสินค้าของจำเลยอยู่ด้านล่าง ตาม…

Supreme Court Judgment No. 10651/2553

โจทก์ทั้งสองตกลงซื้อที่ดินกับ ส. ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดิน และเมื่อไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ก็ไม่ปรากฏว่า มีการแจ้งอายัดที่ดินดังกล่าวไว้ แม้จะมีพิรุธที่มีการจดทะเบียนการโอนจาก ส. ไปยัง ณ. ก่อน แล้วจ…

Supreme Court Judgment No. 6785/2549

จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งสินค้าออกตามที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าออกทั้งสองฉบับ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากรในรูปบัตรภาษีสำหรับใบขนสินค้าขาออกทั้งสองฉบับดังกล่าว เมื่อบัตรภาษีดังกล่าวจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 5643/2540

คำว่า "ศาล" ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 24 หมายถึงศาลที่มีคำสั่งหรือความเห็นชอบในการกระทำใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้เฉพาะในกรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 24…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up