Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2444/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มิได้ทำและนำบัญชีมาแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือเมื่อสิ้นปี เจ้าพนักงานประเมินจึงมีสิทธิที่จะถือว่าสินค้าที่โจทก์ซื้อมาได้ขายหมดไปแต่ ละปี ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินนำเอายอดเงินที่อ้างว่าสินค้าที่โจทก์ซื้อมาได้ขายหมดไปแต่ละปีมาคำนวณภาษีและหักค่าใช้จ่ายให้ตามความจำเป็นและสมควร โดยนำเอามาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับโดยอนุโลมจึงชอบแล้ว เมื่อโจทก์ตกลงยินยอมให้เจ้าพนักงานประเมินคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยให้หักค่าใช้จ่ายตาม มาตรา 8 วรรคสอง แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับ ที่ 11) พ.ศ. 2502 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว (ฉบับ ที่ 70) พ.ศ. 2520 ที่กำหนดให้นำมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับโดยอนุโลมแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 80 ตาม มาตรา 8 วรรคแรก (25) ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 65 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินที่ให้โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้นและให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กับขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์ ซึ่งจำเลยได้ยึดไว้ก่อนฟ้อง

จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์เฉพาะข้อ ๒.๒ และ ๒.๓ ซึ่งเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลภาษีอากรกลางรับอุทธรณ์ของโจทก์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนศาลภาษีอากรกลางฟังข้อเท็จจริงในเบื้องต้นจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า เมื่อระหว่างปีภาษี พ.ศ. ๒๕๒๓ และ พ.ศ. ๒๕๒๔ โจทก์ประกอบการค้าไม้อัด ประตูไม้อัด และสินค้าเบ็ดเตล็ดและในปีดังกล่าวโจทก์นำเงินได้ที่ได้จากการค้าดังกล่าวไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ ๘๐ ครั้นต่อมาเจ้าพนักงานประเมินสำนักงานสรรพากรจังหวัดศรีสะเกษได้ทำการตรวจสอบการเสียภาษีของโจทก์ในปีภาษีดังกล่าวและให้โจทก์แสดงหลักฐานเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ (ไม้อัด)

สิ้นปี พ.ศ. ๒๕๒๓ และ พ.ศ. ๒๕๒๔โจทก์ไม่สามารถแสดงได้เพราะไม่ได้ทำไว้ เจ้าพนักงานประเมินจึงถือว่าสินค้าไม้อัดและสินค้าอื่น ๆ ที่โจทก์ซื้อมาในปีดังกล่าวได้ขายหมดไปทั้งสองปี และนำเอายอดเงินที่อ้างว่าโจทก์ขายสินค้าทั้งสองปีมาคำนวณภาษีและหักค่าใช้จ่ายให้ตามความจำเป็นและสมควรโดยนำมาตรา ๖๕ ทวิและ ๖๕ ตรี มาใช้บังคับโดยอนุโลม แล้วแจ้งให้โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มพร้อมเงินเพิ่มสำหรับปีภาษี พ.ศ. ๒๕๒๓ และพ.ศ. ๒๕๒๔ ดังปรากฏตามแบบแจ้งการประเมินตามเอกสารหมายจล.๑๓ แผ่นที่ ๔๙, ๕๐ โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวแล้วเห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินไม่ชอบ จึงได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณื ตามเอกสารหมาย

จ.๓๘แผ่นที่ ๑๗-๒๒ คณะกรรมการดังกล่าวได้วินิจฉัยแล้วตามเอกสารหมายจล.๑๓ แผ่นที่ ๕๑, ๕๒ ซึ่งโจทก์ก็ยังไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่จึงได้นำคดีมาฟ้อง ที่โจทก์อุทธรณ์ในข้อ ๒.๒ ว่า โจทก์ไม่ต้องจัดทำบัญชีพิเศษตามประกาศของอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้และภาษีการค้า(ฉบับที่ ๒) การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อนกัน

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อโจทก์มิได้ทำและนำบัญชีมาแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือเมื่อสิ้นปีพ.ศ. ๒๕๒๓ และ พ.ศ. ๒๕๒๔ เจ้าพนักงานประเมินจึงมีสิทธิที่จะถือว่าสินค้าที่โจทก์ซื้อมาได้ขายหมดไปแต่ละปีทั้งสิงปี นอกจากนี้ศาลภาษีอากรกลางยังฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนอีกว่าโจทก์ตกลงยินยอมให้เจ้าพนักงานประเมินคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยให้หักค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว (ฉบับที่ ๗๐) พ.ศ. ๒๕๒๐ ที่กำหนดให้นำมาตรา ๖๕ ทวิ และ ๖๕ ตรี

แห่งประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับโดยอนุโลมซึ่งศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์จึงไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ ๘๐ ตามมาตรา ๘ วรรคแรก (๒๕) แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวดังที่โจทก์ฟ้อง ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ในข้อ ๒.๓ ว่า นางรสสุคนธ์ เลาหมนตรีจะมีอำนาจประเมินภาษีโจทก์ได้ก้แต่โดยอนุมัติของอธิบดีกรมสรรพากรเท่านั้น แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีนี้จำเลยหาได้นำสืบหรือแสดงหลักฐานการมีอำนาจโดยชอบของนางรสสุคนธ์ไม่นั้น เห็นว่า แม้โจทก์เพิ่มกล่าวอ้างความข้อนี้มาในชั้นอุทธรณ์ก็เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ ตามพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบนั้น เห็นได้ว่านางรสสุคนธ์มิใช่ผู้ประเมินภาษีของโจทก์แต่หลักฐานต่าง ๆ เช่นหนังสอแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเอกสารหมาย จล.๑๓ แผ่นที่ ๔๙ และ ๕๐ นั้น ระบุไว้ชัดว่าผู้ประเมินภาษีรายนี้คือนายอุดม เพิ่มพูนวิวัฒน์ สรรพากรจังหวัดศรีสะเกษอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · เดชา สุวรรณโณ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายวินัย บุญพราหมณ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7310/2539

พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 8(25) เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคล-…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2225/2534

โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวจำนวน 59 แปลงนำ มาให้ผู้อื่นเช่าเพื่อหาผลประโยชน์ แล้วทยอยขายไปเรื่อย ๆ เป็นการกระทำมุ่งในทางธุรกิจเพื่อหาประโยชน์จึงเป็นการได้ทรัพย์มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร การเสียภาษีก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2566

การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77/2 (1) และมาตรา 77/1 (8) (ฉ) โจทก์ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2562

การที่จำเลยสามารถลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเนื่องจากโจทก์ทำหลักฐานว่ามีรายจ่ายซึ่งโจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและนำไปหักออกจากกำไรจากการประกอบกิจการของจำเลย นั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งตาม ป.รัษฎากร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2561

โจทก์กู้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า มีหนี้สินคงเหลืออยู่ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2553 ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) (ก) โจทก์มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,195,93…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้