Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2225/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวจำนวน 59 แปลงนำ มาให้ผู้อื่นเช่าเพื่อหาผลประโยชน์ แล้วทยอยขายไปเรื่อย ๆ เป็นการกระทำมุ่งในทางธุรกิจเพื่อหาประโยชน์จึงเป็นการได้ทรัพย์มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร การเสียภาษีการค้านั้น ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 ให้เสียจากรายรับตามอัตราในบัญชีอัตราภาษีการค้า จึงไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ จะต้องนำมาหักเพื่อคำนวณภาษีการค้า แต่การเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดามีการหักค่าใช้จ่าย ส่วนจะหักได้เพียงใดอยู่ที่ ประเภท เงินได้ของโจทก์ ปรากฏว่าโจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวมาแล้ว ทำการ ซ่อมแซมก่อนที่จะทยอยขายไป ค่าซ่อมแซมจึงถือเป็นรายจ่าย ที่ จะนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าค่าซ่อมแซมมีจำนวนเท่าใด ก็ย่อมกำหนดค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502มาตรา 8 ทวิ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 65 ป.รัษฎากร มาตรา 78 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีรายรับจากการขายที่ดินซึ่งโจทก์ได้แจ้งเสียภาษีแล้ว เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินโดยกำหนดราคาที่ดินเพิ่ม แล้วประเมินให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มขึ้นโดยไม่ชอบโจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว คณะกรรมการดังกล่าวเห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบด้วยกฎหมายขอให้พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ในส่วนที่ให้โจทก์ชำระเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้า พร้อมทั้งเงินเพิ่ม เบี้ยปรับ จำนวน 3,476,382.81 บาทจำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า

มีข้อต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์ประการแรกว่า การซื้อที่ดินของโจทก์มิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไรหรือไม่ ปรากฏว่าโจทก์ได้ซื้อที่ดินมาเป็นจำนวนถึง 59 แปลง บนที่ดินดังกล่าวมีตึกแถวอยู่ 59 คูหา และให้ผู้อื่นเช่าเพื่อหาผลประโยชน์ และได้ทยอยขายไปเรื่อย ๆ เห็นได้ว่า การกระทำของโจทก์ตั้งแต่เริ่มซื้อที่ดินและตึกแถวมาในครั้งแรกประกอบกับพฤติการณ์ในระยะต่อมาได้ให้เช่าและทยอยขายที่ดินและตึกแถวเป็นการกระทำมุ่งในทางธุรกิจเพื่อหาประโยชน์อันมีมูลค่า จึงเป็นการได้ทรัพย์มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ขายที่ดินให้นายวิชัยเป็นเงิน 3,000,000 บาท เมื่อรวมกับราคาที่ดินและตึกแถวที่ขายให้นายประคอง

นางอ้อยอีก 1 คูหาเป็นเงินได้หรือรายรับของโจทก์เฉพาะที่ขายที่ดินและตึกแถวเป็นเงิน 3,600,000 บาท อุทธรณ์โจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อฟังได้เช่นนี้การที่จะนำมาตรา 49 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรมากำหนดราคาที่ดินและตึกแถวโจทก์ได้หรือไม่ ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า อุทธรณ์โจทก์ประการสุดท้ายเกี่ยวกับการหักค่าใช้จ่ายการเรียกเก็บภาษีรายนี้มีทั้งภาษีการค้าและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับภาษีการค้านั้นมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากร ให้เสียจากรายรับตามอัตราในบัญชีอัตราภาษีการค้า จึงไม่มีค่าใช้จ่ายที่จะต้องนำมาหักในการคำนวณภาษีการค้า ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะหักค่าใช้จ่ายได้เพียงใดนั้น อยู่ที่ประเภทเงินได้ของโจทก์ในคดีนี้โจทก์มีเงินได้พึงประเมินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ในทางการค้าหรือหากำไร

จะต้องหักค่าใช้จ่ายตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ทวิ โดยกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร ทั้งนี้ให้นำมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามอุทธรณ์ของโจทก์ขอให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรนั้นต้องหักค่าใช้จ่ายให้โจทก์เป็นการเหมาร้อยละ 75 โดยอาศัยบันทึกของกรมสรรพกรด่วนมากที่ กค 0802/7789 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2531 นั้นเห็นว่าแม้จะมีบันทึกเช่นนั้นก็เป็นเรื่องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายในของจำเลยที่ 1 ที่จะหักค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เสียภาษีเป็นการเฉพาะรายไป ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายแต่ละรายตามความจำเป็นและสมควรไม่เหมือนกันเพราะการหักค่าใช้จ่ายต้องเป็นไปตามกฎหมายคือพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าว ซึ่งจะมีความจำเป็นและสมควรเพียงใดนั้นต้องพิจารณาเป็นราย

ๆ ไป เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนให้เห็นว่าโจทก์ใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรร้อยละ 75 โจทก์จะขอให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 75 ของราคาพึงประเมินไม่ได้ แต่ที่เจ้าพนักงานประเมินคิดหักค่าใช้จ่ายให้โจทก์ในราคาที่ดินที่ซื้อมารวมทั้งค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยเฉลี่ยจากอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดกับจำนวนที่ขายไป คิดเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ 546,584.83 บาท ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 20 ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะเป็นความจำเป็นและสมควรหรือไม่นั้นก็ต้องพิจารณาจากข้อนำสืบของทั้งสองฝ่ายปรากฏว่านายธงชัย พยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวมาแล้วได้ทำการซ่อมแซมตึกแถวให้อยู่ในสภาพดี โดยกู้เงินจากธนาคารมา 6,000,000 บาท

เมื่อซ่อมแซมแล้วจึงนำออกขาย ส่วนนางจันทร์เพ็ญ พยานจำเลยเบิกความว่า ในชั้นไต่สวนนายอดุลย์ มัคโอดี ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ถ้อยคำว่าได้ขายตึกแถวไปตามสภาพเดิมโดยไม่มีการซ่อมแซมคำพยานบุคคลดังกล่าวเห็นว่า ให้การขัดแย้งกันอยู่ แต่พยานจำเลยเป็นเพียงได้รับคำบอกกล่าวจากผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ว่าไม่มีการซ่อมแซม เมื่อพิเคราะห์ถึงสภาพแห่งคดี ปรากฏว่าตึกแถวดังกล่าวโจทก์ได้รับซื้อต่อจากผู้อื่น สภาพเป็นอย่างไรขณะที่ซื้อมาไม่ปรากฏและเมื่อซื้อมาแล้วก็ให้ผู้อื่นเช่า และได้ทยอยขายไปเรื่อย ๆ จนถึงปี พ.ศ. 2525 ก็ได้ขายอีก 6 คูหา เมื่อเป็นตึกแถวที่โจทก์มิได้สร้างใหม่ และให้ผู้อื่นเช่าเป็นเวลาถึง 10 ปี น่าเชื่อว่าได้มีการซ่อมตึกแถวจริง

ถึงแม้จะไม่มีรายละเอียดว่าซ่อมส่วนไหนเป็นเงินเท่าใด นายธงชัยเบิกความว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อม 6,000,000 บาท จึงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้ซ่อมแซมตึกแถวทั้งหมดเสียค่าใช้จ่าย 6,000,000 บาท ในการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม มาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ให้ถือเป็นรายจ่ายที่จะนำมาหักค่าใช้จ่ายได้เงินจำนวนนี้โจทก์ย่อมมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายได้ แต่เงินจำนวน 6,000,000 บาทจะใช้ซ่อมตึกแถว 6 คูหา ที่ขายไปเป็นจำนวนเท่าใด โจทก์ไม่ได้สืบให้ปรากฏ เมื่อที่ดินและตึกแถวจำนวนทั้งหมด 59 คูหาแต่คดีนี้มีเพียง 6 คูหา จึงเป็นสมควรเฉลี่ยค่าซ่อมให้โจทก์ 610,169.46 บาท คือเป็นค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรที่โจทก์มีสิทธิจะหักค่าใช้จ่ายเพิ่มได้อีก 610,169.46 บาท

อุทธรณ์โจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วนพิพากษาแก้เป็นว่า ให้แก้ไขการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากับภาษีการค้าของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับราคาที่ดินและตึกแถวการหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยให้คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้าโจทก์ใหม่ให้ถือราคาที่ดินและตึกแถวเป็นเงิน 3,600,000 บาท ให้หักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้นอีก 610,169.46 บาท คิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย ส่วนเบี้ยปรับให้คิดตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · จรัส อุดมวรชาติ · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5639/2550

ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ไม่ได้นิยามคำว่าราคาตลาดไว้ แต่เมื่อพิจารณาถึงความหมายในทางการค้าโดยทั่วไปแล้ว คำว่าราคาตลาดใน ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) คงมีความหมายทำนองเดียวกันกับคำว่าราคาตลาดตาม ป.รัษฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9872/2544

ภาษีการค้าที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินให้โจทก์ต้องชำระเพิ่มเติมในปีภาษี 2533 และ 2534 เกิดขึ้นจากเจ้าพนักงานประเมินเมื่อปี 2538 เห็นว่าโจทก์ชำระภาษีการค้าไม่ถูกต้องและจะต้องชำระภาษีการค้าเพิ่มเติม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7310/2539

พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 8(25) เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคล-…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2131/2537

สัญญาข้อ 3.2 ระบุหน้าที่ของโจทก์ว่า โจทก์มีหน้าที่จัดหาแรงงานวัสดุ เครื่องมือเครื่องใช้ทั้งหมดและปฏิบัติงานทั้งสิ้นกับข้อ 3.3 ระบุว่าการไฟฟ้ามีหน้าที่จ่ายค่าจ้างแรงงาน วัสดุเครื่องมือเครื่องใช้และงานท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2444/2533

โจทก์มิได้ทำและนำบัญชีมาแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือเมื่อสิ้นปี เจ้าพนักงานประเมินจึงมีสิทธิที่จะถือว่าสินค้าที่โจทก์ซื้อมาได้ขายหมดไปแต่ ละปี ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินนำเอายอดเงินที่อ้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้