Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2440/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ผู้อุทธรณ์ในชั้นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่นำพยานซึ่งมีความหมายถึงพยานหลักฐานอันควรแก่เรื่องมาแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินตามคำสั่ง ดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา 32 แห่งประมวลรัษฎากรโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรโจทก์จึงหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลตามมาตรา 30 (2), 33 แห่งประมวลรัษฎากร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.รัษฎากร มาตรา 30 ป.รัษฎากร มาตรา 32 ป.รัษฎากร มาตรา 33

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ที่ให้ชำระภาษีเงินได้และเงินเพิ่มเป็นเงิน ๓๘๐,๑๗๓.๗๔ บาท

จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้หลายประการและว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินซึ่งสั่งตามมาตรา ๓๒ แห่งประมวลรัษฎากรให้โจทก์นำพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับซื้อขายทรัพย์สินมีค่าของโจทก์มาแสดง โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลตามมาตรา ๓๓ แห่งประมวลรัษฎากรคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาตามฟ้อง แต่ให้โจทก์เสียภาษีเงินได้จากเงินได้สุทธิประจำพ.ศ.๒๕๑๖ ถึง ๒๕๑๘ จำนวน ๒๕๖,๐๙๗.๘๖ บาท ๑๙๗,๕๒๔.๘๖ บาท และ ๑๘๖,๑๕๓.๐๒ บาท เมื่อคำนวณแล้วจำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่มต้องไม่น้อยกว่า๕๓,๑๕๖.๘๒ บาท ๒๘,๓๓๓.๔๕ บาท และ ๒๔,๕๗๓.๙๐ บาท ตามลำดับ

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีเงินได้ในปีพ.ศ.๒๕๑๖ เฉพาะเงินได้สุทธิจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ คิดเกินไปไม่หักออกให้โจทก์ นอกจากนี้ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่ว่าการที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินซึ่งสั่งตามมาตรา๓๒ แห่งประมวลรัษฎากรให้โจทก์นำพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับการซื้อขายทรัพย์สินมีค่าของโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำอุทธรณ์ ซึ่งเป็นหลักฐานอันควรแก่เรื่องมาแสดง เมื่อโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่ง โจทก์ย่อมหมดสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลตามมาตรา ๓๓ แห่งประมวลรัษฎากรได้ความตามคำเบิกความของนายวีระศักดิ์ เกตุพันธ์ นิติกร ๖ กองอุทธรณ์กรมสรรพากรว่าเมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โดยขอให้ยกเลิกการประเมินและขอให้งดหรือลดเงินเพิ่มซึ่งโจทก์อ้างว่าโจทก์มีลูกหนี้นำเงินมาชำระหนี้ในปีพ.ศ.๒๕๑๖จำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท และโจทก์ได้ขายทรัพย์สินซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ไปในปีพ.ศ.๒๕๑๖ จำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ และในปีพ.ศ.๒๕๑๘ เป็นเงิน ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทเศษนั้น

นายวีระศักดิ์ได้ตรวจสอบและเรียกโจทก์มาให้ถ้อยคำ ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๕ โจทก์ไม่ยอมมาครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๒๖ โจทก์มาแต่ขอผัดนำพยานมาให้ไต่สวนในเดือนกันยายน ๒๕๒๖ แต่เมื่อถึงกำหนดเดือนกันยายนตามนัด โจทก์ได้มอบอำนาจให้นายประทีป แสงธรรมรัตน์มาให้การต่อนายวีระศักดิ์นายประทีปได้ให้การว่ายินดีจะนำพยานที่รับซื้อทรัพย์สินตามกล่าวอ้างมาให้เจ้าพนักงานไต่สวนในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๒๖ เป็นต้นไปหากไม่นำพยานมาให้ไต่สวนก็ขอให้เจ้าพนักงานพิจารณาดำเนินกระบวนพิจารณาไปเสมือนหนึ่งว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบประกอบคำอุทธรณ์ทุกประเด็นครั้นเมื่อถึงเดือนตุลาคมตามนัด โจทก์ก็ไม่ได้นำพยานมาให้ถ้อยคำ นายวีระศักดิ์ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานสืบตามข้อกล่าวอ้างคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงเห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินถูกต้องแล้ว

คงผิดพลาดเพียงยอดเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ที่เจ้าพนักงานประเมินยกยอดค่าเพิ่มทรัพย์สินสุทธิของปีพ.ศ.๒๕๑๖คลาดเคลื่อน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงพิจารณาปรับปรุงให้ถูกต้องเป็นผลให้ภาษีลดลง และมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ยกอุทธรณ์ของดจทก์เฉพาะที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีพ.ศ.๒๕๑๗-๒๕๑๘

ศาลฎีกาเห็นว่าได้ความดังกล่าวกรณีของโจทก์จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ผู้อุทธรณ์ในชั้นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่นำพยานซึ่งมีความหมายถึงพยานหลักฐานอันควรแก่เรื่องมาแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินตามคำสั่ง ดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๒ แห่งประมวลรัษฎากรโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรโจทก์จึงหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลตามมาตรา ๓๐ (๒), ๓๓ แห่งประมวลรัษฎากรดังที่จำเลยทั้งสี่ฎีกา และดังนั้นจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์และฎีกาของจำเลยทั้งสี่ในข้ออื่นต่อไปอีก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุนพ กีรติยุติ
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3700/2552

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 25 ซึ่งบัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง..." จำนวนทุนท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 266719)

จำเลยโต้แย้งว่า ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคสาม, 33 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 8 (4) (9) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฯ ขอให้ศาลล้มละลายกลางส่งคำร้องข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2548

จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง อันเป็นการดำเนินการตาม ป.รัษฎากรฯ มาตรา 30 (2) แล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 110308)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้ค่าภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายหลังจากที่โจทก์ได้แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7405/2544

จำเลยอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้แต่ขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดี คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังมิได้มีคำวินิจฉัย ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อาจมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่ง ของเจ้าพนัก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้