Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2330/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 4อัฏฐ บัญญัติให้คนต่างด้าวซึ่งมีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นปกติธุระ เกี่ยวกับการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพยื่นคำร้องขอรับใบผ่านภาษีอากรโดยมีหลักประกันหรือหลักทรัพย์อยู่ในประเทศไทยพอคุ้มค่าภาษีอากรที่ค้างหรือที่จะต้องชำระนั้น ก็เพียงป้องกันไม่ให้รัฐต้องขาดรายได้จากภาษีอากรที่คนต่างด้าวค้างชำระหรือที่จะต้องชำระ เพราะเหตุที่คนต่างด้าวออกจากประเทศไทยไปแล้วไม่กลับเข้ามาในประเทศไทยอีกจำเลยทำสัญญาค้ำประกัน อ.คนต่างด้าวไว้ต่อโจทก์ เนื่องจากเหตุที่ อ.มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ และร้องขอรับใบผ่านภาษีอากรนั้นเป็นการค้ำประกันการเดินทางไปต่างประเทศของ อ.ว่าเมื่ออ.ไปต่างประเทศแล้วจะต้องเดินทางกลับมาประเทศไทยภายใน 180 วันนับแต่วันออกใบผ่านภาษีอากร ดังนั้น ที่สัญญาค้ำประกันระบุว่า"หากทางราชการจะเรียกร้อง (ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร)เอาจาก อ.ไม่ได้หรือไม่สะดวก ข้าพเจ้า (จำเลย) ยินยอมชำระแทนให้จนครบถ้วนทั้งสิ้น" นั้น หมายถึงว่าถ้าอ.ไม่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยภายใน 180 วันนั้นนับตั้งแต่วันออกใบผ่านภาษีอากรหากทางราชการจะเรียกร้องภาษีอากรเอาจาก อ.ไม่ได้หรือไม่สะดวก จำเลยยินยอมชำระแทนให้จนครบ มิใช่หมายความว่าแม้ อ.เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยภายใน 180 วันนับตั้งแต่วันออกใบผ่านภาษีอากรแล้ว หากทางราชการจะเรียกร้องเอาจาก อ.ไม่ได้หรือไม่สะดวกแล้วจำเลยยังจะต้องรับผิดชำระแทนจนครบถ้วนอ.คนต่างด้าวได้รับใบผ่านภาษีอากรประเภทเดินทางหลายครั้ง(ระบบ ผ.3ก) มีสิทธิใช้ใบผ่านภาษีอากรเดินทางไปต่างประเทศได้หลายครั้ง แต่ต้องเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยภายใน 180 วันนับตั้งแต่วันออกใบผ่านภาษีอากรแล้ว เมื่อ อ.ได้เดินทางไปต่างประเทศแล้วกลับเข้ามาในประเทศไทย หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปต่างประเทศอีกภายใน 180 วันนั้นแล้วไม่ได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกเลย ดังนี้ สัญญาค้ำประกันดังกล่าวหาได้ระงับไปเพราะ อ.กลับเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกไม่ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้ภาษีอากรแทน อ.ตามสัญญาค้ำประกันจำเลยขอค้ำประกัน อ.ต่อโจทก์ว่าถ้าอ.มีหน้าที่จะต้องเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรไม่ว่าในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะแทนผู้อื่น หากทางราชการจะเรียกร้องเอาจาก อ.ไม่ได้หรือไม่สะดวก จำเลยยินยอมชำระแทนให้จนครบถ้วนดังนั้นหนี้อากรแสตมป์และเงินเพิ่มที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดบ. โดย อ.หุ้นส่วนผู้จัดการค้างชำระอยู่ก่อนที่จำเลยจะค้ำประกันอ. แม้เจ้าพนักงานประเมินจะแจ้งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ. นำเงินอากรแสตมป์และเงินเพิ่มไปชำระหลังจากที่จำเลยค้ำประกัน อ. จำเลยก็จะต้องรับผิดเพราะหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่ อ. ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องชำระให้โจทก์ เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด บ. ที่อ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการผิดนัดไม่ชำระภาษีอากรต้องถือว่า อ. ผิดนัดด้วย โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้ฟ้องให้จำเลยผู้ค้ำประกันชำระหนี้ภาษีอากรแทน อ.ได้ โดยไม่จำต้องทวงถามจำเลยก่อน และไม่จำต้องเรียกร้องหรือทวงถามให้อ. รับผิดเป็นส่วนตัวก่อน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายอูจีเนียว แอลบัลเตาที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด บัลเตามาเก็ตติ้ง เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2514 จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันภาษีอากรของนายอูจีเนียว แอลบัลเตาที่ 3 ไว้ต่อโจทก์ว่าตามที่นายอูจีเนียว แอลบัลเตาที่ 3 ยื่นคำร้องขอใบผ่านภาษีอากรไว้ต่อทางราชการโดยนายอูจีเนียวจะเดินทางออกไปนอกประเทศไทยนั้น หากนายอูจีเนียวมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรไม่ว่าในฐานะใด และทางราชการจะเรียกร้องเอาจากนายอูจีเนียวไม่ได้หรือไม่สะดวก จำเลยยินยอมชำระแทนให้จนครบปรากฏต่อมาว่าเมื่อนายอูจีเนียวเดินทางออกนอกประเทศแล้วยังไม่กลับเข้ามาในประเทศไทย ไม่ชำระภาษีอากรที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด บัลเตามาเก็ตติ้งซึ่งตนเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องชำระต่อโจทก์เป็นเงิน 231,160 บาท 25 สตางค์ ซึ่งจำเลยจะต้องรับผิด จึงขอให้บังคับให้จำเลยรับผิดในเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า

หนี้ค่าภาษีอากรไม่มีจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างใบผ่านภาษีอากรมีอายุไม่เกิน 180 วันนับแต่วันออก จำเลยต้องรับผิดตามอายุของใบผ่านภาษีอากรเท่านั้นซึ่งล่วงเลยกำหนดแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ทั้งนายอูจีเนียวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยภายในกำหนดอายุใบผ่านภาษีอากรและเดินทางเข้าออกอีกหลายครั้ง สัญญาค้ำประกันจึงระงับไปและจำเลยไม่จำต้องรับผิดหากจำเลยต้องรับผิดก็เฉพาะเพียงจำนวนภาษีซึ่งตรวจปรากฏในวันที่ผู้ขอชำระภาษีอากรยื่นคำร้องขอผ่านภาษีอากรเท่านั้น จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวหรือทวงถามจากโจทก์ โจทก์ชอบที่จะเอาชำระหนี้จากลูกหนี้ก่อนและลูกหนี้มีทางชำระหนี้ได้ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาค้ำประกันระงับไปแล้วเพราะนายอูจีเนียวเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยแล้วเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2514 และไม่ปรากฏว่าได้เดินทางออกไปนอกประเทศอีก

จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาค้ำประกันดังกล่าวเป็นการค้ำประกันในกรณีที่นายอูจีเนียวคนต่างด้าวมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร หาใช่ค้ำประกันการเดินทางออกนอกประเทศของนายอูจีเนียวไม่ จำเลยจะหลุดพ้นความรับผิดต่อเมื่อจำเลยพิสูจน์ได้ว่าขณะที่โจทก์ฟ้องนายอูจีเนียวอยู่ในประเทศไทยและทางราชการจะเรียกร้องบังคับหนี้ภาษีอากรจากนายอูจีเนียวได้โดยสะดวกเมื่อจำเลยพิสูจน์ไม่ได้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยได้ตามสัญญา และห้างหุ้นส่วนจำกัดบัลเตามาเก็ตติ้งไม่มีทางชำระหนี้ภาษีดังกล่าวได้ โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดชอบต่อโจทก์

พิพากษากลับให้จำเลยใช้เงิน 231,610 บาท 25 สตางค์ กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายอูจีเนียวเป็นคนต่างด้าวและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดบัลเตามาเก็ตติ้ง เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2514 นายอูจีเนียวยื่นคำร้องต่อโจทก์ว่าประสงค์จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ขอให้โจทก์ออกใบผ่านภาษีอากรให้ ในวันนั้นจำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์ว่าตามที่นายอูจีเนียวยื่นคำร้องไว้นั้น ถ้านายอูจีเนียวจะต้องเสียภาษีตามประมวลรัษฎากรไม่ว่าในฐานะใด หากทางราชการจะเรียกร้องเอาจากนายอูจีเนียวไม่ได้หรือไม่สะดวกจำเลยยินยอมชำระแทนให้จนครบโจทก์จึงออกใบผ่านภาษีให้แก่นายอูจีเนียว

ต่อจากนั้นนายอูจีเนียวก็เดินทางไปต่างประเทศปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดบัลเตามาเก็ตติ้งค้างภาษีตามจำนวนที่ฟ้อง และไม่มีทรัพย์สินใดที่จะชำระค่าภาษีที่ค้างได้ ทั้งยังฟังได้ว่าหลังจากที่นายอูจีเนียวเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่22 สิงหาคม 2514 แล้ว ได้เดินทางไปต่างประเทศอีก และไม่ได้กลับเข้ามาในประเทศภายใน 180 วันนับแต่วันออกใบผ่านภาษีอากรศาลฎีกาเห็นว่าที่ประมวลรัษฏากร มาตรา 4 อัฏฐ บัญญัติให้คนต่างด้าวซึ่งมีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นปกติธุระเกี่ยวกับการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพยื่นคำร้องขอรับใบผ่านภาษีอากรโดยมีหลักประกันหรือหลักทรัพย์อยู่ในประเทศไทยพอคุ้มค่าภาษีอากรที่ค้างหรือที่จะต้องชำระนั้น

ก็เพียงป้องกันไม่ให้รัฐต้องขาดรายได้จากภาษีอากรที่คนต่างด้าวค้างชำระหรือที่จะต้องชำระเพราะเหตุที่คนต่างด้าวออกจากประเทศไทยไปแล้วไม่กลับเข้ามาในประเทศไทยอีกจำเลยทำสัญญาค้ำประกันกับนายอูจีเนียวคนต่างด้าวไว้ต่อโจทก์เนื่องจากเหตุที่นายอูจีเนียวมีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ และร้องขอรับใบผ่านภาษีอากรนั้นเป็นการค้ำประกันการเดินทางไปต่างประเทศของนายอูจีเนียวเมื่อนายอูจีเนียวไปต่างประเทศแล้วจะต้องเดินทางกลับมาประเทศไทยภายใน180 วันนับแต่วันออกใบผ่านภาษีอากร ดังนั้น ที่สัญญาค้ำประกันระบุว่า "หากทางราชการจะเรียกร้อง (ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร) เอาจากนายอูจีเนียวไม่ได้หรือไม่สะดวก ข้าพเจ้า (จำเลย) ยินยอมชำระแทนให้จนครบถ้วนทั้งสิ้น"

นั้นหมายถึงว่า ถ้านายอูจีเนียวไม่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยภายใน 180 วันนับแต่วันออกใบผ่านภาษีอากร หากทางราชการจะเรียกร้องภาษีอากรเอาจากนายอูจีเนียวไม่ได้หรือไม่สะดวก จำเลยยินยอมชำระแทนให้จนครบ มิใช่หมายความว่าแม้นายอูจีเนียวเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยภายใน 180 วันนับแต่วันออกใบผ่านภาษีอากรแล้ว หากทางราชการจะเรียกร้องเอาจากนายอูจีเนียวไม่ได้หรือไม่สะดวกแล้วจำเลยยังจะต้องรับผิดชำระแทนจนครบถ้วนนายอูจีเนียวคนต่างด้าวได้รับใบผ่านภาษีอากรประเภทเดินทางหลายครั้ง (ระบบ ผ.3 ก) มีสิทธิใช้ใบผ่านภาษีอากรเดินทางไปต่างประเทศได้หลายครั้ง แต่ต้องเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยภายใน 180 วันนับแต่วันออกใบผ่านภาษีอากรแล้ว

เมื่อนายอูจีเนียวได้เดินทางไปต่างประเทศแล้วกลับเข้ามาในประเทศไทย หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปต่างประเทศอีกภายใน 180 วันนั้นแล้วไม่ได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกเลย ดังนี้ สัญญาค้ำประกันดังกล่าวหาได้ระงับไปเพราะนายอูจีเนียวกลับเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกไม่ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้ภาษีอากรแทนนายอูจีเนียวตามสัญญาค้ำประกันจำเลยขอค้ำประกันนายอูจีเนียวต่อโจทก์ว่า ถ้านายอูจีเนียวมีหน้าที่จะต้องเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรไม่ว่าในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะแทนผู้อื่น หากทางราชการจะเรียกร้องเอาจากนายอูจีเนียวไม่ได้หรือไม่สะดวกจำเลยยินยอมชำระแทนให้จนครบถ้วน ดังนั้น หนี้อากรแสตมป์และเงินเพิ่มที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดบัลเตามาเก็ตติ้ง โดยนายอูจีเนียวหุ้นส่วนผู้จัดการค้างชำระอยู่ก่อนที่จำเลยจะค้ำประกันนายอูจีเนียว

แม้เจ้าพนักงานประเมินจะแจ้งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดบัลเตามาเก็ตติ้ง นำเงินอากรแสตมป์และเงินเพิ่มไปชำระหลังจากที่จำเลยค้ำประกันนายอูจีเนียว จำเลยก็จะต้องรับผิดเพราะหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่นายอูจีเนียวในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องชำระให้โจทก์ เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดที่นายอูจีเนียวเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการผิดนัดไม่ชำระภาษีอากรต้องถือว่านายอูจีเนียวผิดนัดด้วย โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้ฟ้องให้จำเลยผู้ค้ำประกันชำระหนี้ภาษีอากรแทนนายอูจีเนียวได้ โดยไม่จำต้องทวงถามจำเลยก่อน และไม่จำต้องเรียกร้องหรือทวงถามให้นายอูจีเนียวรับผิดเป็นส่วนตัวก่อนพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้