Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2297/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโจทก์ยื่น รายการเสียภาษีการค้าตามใบขนสินค้าขาเข้าและ แบบแสดงรายการการค้า สำหรับสินค้ารายพิพาทในอัตราร้อยละ 1.5 ของรายรับ โดยขอ วางหลักประกันภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับและ ทำหนังสือขอให้นำเรื่องเสนอต่อ คณะเจ้าหน้าที่ประสานงานภาษีการค้าพิจารณาเกี่ยวกับอัตราภาษีการค้าถ้าโจทก์ไม่วางหลักประกันจำเลยที่ 1 ก็ไม่ยอมปล่อยให้โจทก์นำเข้าซึ่งสินค้ารายพิพาทเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้เขียนสั่งการไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า ของโจทก์ให้โจทก์วางหลักประกันภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7.0 แล้วส่งเรื่องให้คณะเจ้าหน้าที่ประสานงานภาษีการค้าพิจารณาดังนี้ถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับภาษีการค้าสำหรับสินค้า รายพิพาทเกิดขึ้นแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์มีอำนาจฟ้องกระดาษลายน้ำมีตรานกวายุภักษ์ในวงกลมและพิมพ์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า THAILOTTERY เป็นกระดาษลายน้ำมิใช่เอกสารหรือสิ่งตีพิมพ์ต้องเสียภาษีการค้าอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 1 ชนิด 1 แห่ง ประมวลรัษฎากรหาใช่เสียภาษีการค้าอัตราร้อยละ 1.5 ของ รายรับ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 1 ชนิด 6 ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.รัษฎากร มาตรา 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำเอกสารสิ่งตีพิมพ์เป็นกระดาษลายน้ำมีตรานกวายุภักษ์ในวงกลมและพิมพ์ข้อความว่า THAI LOTTERY เข้ามาในราชอาณาจักรไทยเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารประเภทป้องกันการปลอมแปลง ใช้สำหรับพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลไทยโดยเฉพาะ จะนำไปจำหน่ายเป็นสินค้าเหมือนอย่างกระดาษธรรมดาทั่วไปไม่ได้ โจทก์ควรจะต้องเสียภาษีสำหรับสินค้ารายนี้ในอัตราร้อยละ 1.5ของรายรับ ในฐานะเป็นเอกสารหรือสิ่งตีพิมพ์ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 1 ชนิด 6 แห่งประมวลรัษฎากร แต่จำเลยที่ 1 เพื่อจำเลยที่ 2 เรียกเก็บภาษีการค้าจากโจทก์ในอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับในฐานะเป็นสินค้าชนิด 1 อันเป็นการเรียกเก็บเกินกว่าที่โจทก์ควรจะต้องเสียตามกฎหมาย

โจทก์ขอชำระภาษีให้แก่จำเลยที่ 1 ไปก่อนในอัตราร้อยละ 1.5 ของรายรับ และโจทก์นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางเป็นประกันภาษีการค้าร้อยละ 7.0 แก่จำเลยที่ 1 เพื่อให้จำเลยยอมปล่อยเอกสารสิ่งตีพิมพ์ดังกล่าวให้โจทก์นำเข้าได้ และโจทก์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้พิจารณาสั่งให้โจทก์เสียภาษีการค้าในอัตราเพียงร้อยละ 1.5 ของรายรับแต่จำเลยทั้งสองหายอมสั่งตามที่โจทก์ร้องขอไม่ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหลักประกันแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย และถือว่าโจทก์เสียภาษีการค้าอัตราร้อยละ 1.5ของรายรับเป็นการชอบแล้ว

จำเลยทั้งสองให้การว่า สินค้าที่โจทก์นำเข้าเป็นกระดาษลายน้ำ มิใช่เป็นเอกสารสิ่งตีพิมพ์ ต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับ เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1ยังมิได้ให้โจทก์เสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับ โจทก์ก็วางประกันเพราะประสงค์จะรับสินค้าไปก่อน โจทก์ขอให้นำเรื่องเสนอคณะเจ้าหน้าที่ประสานงานภาษีการค้า จำเลยที่ 1 ได้นำเสนอแล้วและคณะเจ้าหน้าที่ยังมิได้มีมติเกี่ยวกับอัตราภาษีการค้าทั้งยังมิได้แจ้งการประเมินภาษีการค้าไปยังโจทก์ จำเลยมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 อ้างว่า โจทก์ยื่นรายการเสียภาษีการค้าตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าสำหรับสินค้ารายพิพาทในอัตราร้อยละ 1.5 ของรายรับ โดยขอวางหลักประกันภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับไว้เองเพื่อประสงค์จะรับสินค้าไปก่อน และโจทก์ได้ทำหนังสือตามเอกสารหมาย จ.7 หรือ ล.4 ขอให้นำเรื่องเสนอต่อคณะเจ้าหน้าที่ประสานงานภาษีการค้าหรือที่เรียกว่า ค.ป.ค. ให้พิจารณาเกี่ยวกับอัตราภาษีการค้า เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1และคณะเจ้าหน้าที่ประสานงานภาษีการค้ายังมิได้สั่งการและทำคำชี้ขาดให้โจทก์เสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับ การโต้แย้งสิทธิของโจทก์ยังไม่เกิดขึ้นและโจทก์ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ปรากฏตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ว่า ถ้าโจทก์ไม่วางหลักประกันเช่นว่านี้ จำเลยที่ 1 ก็ไม่ยอมปล่อยให้โจทก์นำเข้าซึ่งสินค้ารายพิพาท และหนังสือของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.7 หรือ ล.4 จำเลยทั้งสองก็ไม่ยอมสั่งการให้ตามที่โจทก์ร้องขอจึงขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหลักประกันคือหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสีลมตามฟ้องให้แก่โจทก์ โดยถือว่าโจทก์เสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 1.5 ของรายรับ เป็นการชอบแล้ว และห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเรียกเก็บภาษีการค้าจากโจทก์ในอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับ และจำเลยทั้งสองให้การโต้เถียงอ้างว่าสินค้ารายพิพาทเป็นกระดาษลายน้ำ มิใช่เอกสารหรือสิ่งตีพิมพ์ ต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 1ชนิด 1 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อเท็จจริงตามทางนำสืบก็ได้ความว่าเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้เขียนสั่งการไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าของโจทก์ ตามเอกสารหมาย

จ.2 หรือ ล.1 ตรงช่องบันทึกพิธีการมีข้อความระบุให้โจทก์วางเงินประกันภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7.0 แล้วส่งเรื่องให้ ค.ป.ค. หรือคณะเจ้าหน้าที่ประสานงานภาษีการค้าพิจารณา และในที่สุดคณะเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ทำคำชี้ขาดว่าสินค้ารายพิพาทของโจทก์ไม่ใช่สิ่งตีพิมพ์ โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับ ดังนี้ ถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับภาษีการค้าสำหรับสินค้ารายพิพาทของโจทก์เกิดขึ้นแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสินค้ารายพิพาทของโจทก์เป็นกระดาษลายน้ำ มิใช่เอกสารหรือสิ่งตีพิมพ์ ต้องเสียภาษีการค้าอัตราร้อยละ 7.0 ของรายรับ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า 1 ชนิด 1 แห่งประมวลรัษฎากร

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติ บูรพรรณ์ · ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1558/2537

โจทก์เป็นผู้ผลิตน้ำตาลทรายดิบและน้ำตาลทรายขาวออกจำหน่ายจึงเป็นผู้ประกอบการค้า และน้ำตาลทรายดิบเป็นสินค้าที่ระบุไว้ในบัญชีไม่ได้รับยกเว้นภาษีการค้า โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้า ประกาศอธิบดีกรมสรรพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2755/2534

การที่ ป. กรรมการของโจทก์ลงลายมือชื่อในคำอุทธรณ์ที่อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพียงคนเดียวโดยมิได้ประทับตราบริษัทโจทก์ เป็นการกระทำภายในขอบวัตถุประสงค์ของโจทก์ โจทก์ก็ได้ยอมรับเอาผลของการกระทำน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3199/2532

สินค้าพิพาทเป็นเส้นใยสังเคราะห์ ที่เรียกว่า พี.โอ.วาย.ซึ่งเป็นเส้นใยที่ไม่มีความยืดหยุ่น ยังใช้ทอผ้าไม่ได้ หากจะนำไปใช้ทอผ้าต้องนำไปผ่านกรรมวิธีตีเกลียว ให้เป็นเส้นด้ายอีกชั้นหนึ่งก่อน สินค้าดังกล่าวจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2524/2530

ในกรณีที่ผู้ประกอบการค้านำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรประมวลรัษฎากร มาตรา 78 เอกาทศ และมาตรา 78 ทวาทศ ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดให้กรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีการค้าเพื่อกรมสรรพากรได้ ผลจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2811/2525

จำเลยได้รับแบบแจ้งการประเมินภาษีเพิ่มเติมตามฟ้องแล้วยื่นอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าต่ออธิบดีกรมศุลกากรเกินกำหนด 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 112 ทวิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้