Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2811/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้รับแบบแจ้งการประเมินภาษีเพิ่มเติมตามฟ้องแล้วยื่นอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าต่ออธิบดีกรมศุลกากรเกินกำหนด 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 112 ทวิ วรรคท้าย และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามประมวลรัษฎากร หรือหากจะถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ยื่นต่ออธิบดีกรมศุลกากรเป็นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าด้วยในฐานะที่กรมศุลกากรเป็นเจ้าหน้าที่เรียกเก็บภาษีการค้าเพื่อกรมสรรพากร การยื่นอุทธรณ์ภาษีการค้าของจำเลยก็เกินกำหนด 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 เช่นกัน อุทธรณ์การประเมินของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่จะรับไว้วินิจฉัยไม่ได้จึงไม่มีข้อวินิจฉัยหรือผลการพิจารณาอุทธรณ์ที่จะแจ้งให้จำเลยทราบ และเมื่อจำเลยไม่ชำระค่าอากรขาเข้าและภาษีการค้าตามที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์เรียกเก็บโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ จำเลยมิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จำเลยย่อมหมดสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านว่าการประเมินภาษีเพิ่มเติมของโจทก์ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ป.รัษฎากร มาตรา 30 ป.รัษฎากร มาตรา 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ สั่งสินค้าประเภทคอนเดนเซอร์เข้ามาในประเทศไทยโดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าและเอกสารประกอบสำแดงจำนวนสินค้าว่ามีราคาแท้จริง ๒๐๖,๔๐๒.๐๗ บาทและได้เสียค่าอากรขาเข้าภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล รวมทั้งสิ้น ๘๔,๓๙๕.๕๐ บาท พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ดำเนินการตีราคาสินค้าใหม่เป็นเงิน ๑,๑๔๔,๙๙๙.๖๖ บาท เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงได้ประเมินภาษีสินค้าทั้งหมดของจำเลยที่ ๑ ใหม่ และแจ้งให้เสียเพิ่มเป็นเงิน ๓๗๖,๘๒๓.๗๗ บาท จำเลยที่ ๑ ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้วไม่ชำระค่าภาษีอากรดังกล่าวภายในกำหนด และไม่อุทธรณ์การประเมิน จำเลยที่ ๑ จึงต้องเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย รวมเป็นเงินที่จำเลยที่ ๑ ต้องชำระให้โจทก์ทั้งสิ้น ๖๗๘,๔๔๑.๖๔ บาทจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด และหุ้นส่วนผู้จัดการต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยเงินเพิ่มอากรขาเข้า เงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ สั่งและนำสินค้าเข้ามาในประเทศไทยโดยชำระภาษีครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินไม่ถูกต้อง จำเลยที่ ๑ ได้อุทธรณ์การประเมินต่อโจทก์แล้ว โจทก์มิได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย ขณะจำเลยที่ ๑ สั่งสินค้าตามฟ้องเข้ามาจำเลยที่ ๒ ยังมิได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่ม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับแบบแจ้งการประเมินภาษีเพิ่มเติมตามฟ้องไว้แล้วตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๘ เมื่อปรากฏตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย ล.๑ ว่าจำเลยที่ ๑ ยื่นอุทธรณ์การประเมินเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๑ จึงยื่นอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าเกินกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๑๑๒ ทวิ วรรคท้าย แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๒๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ทั้งนี้โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นอุทธณ์การประเมินภาษีการค้าต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากรแต่ประการใด อย่างไรก็ดีหากจะถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย

ล.๑ ที่ยื่นต่ออธิบดีกรมศุลกากร เป็นการยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าด้วยในฐานะที่กรมศุลกากรเป็นเจ้าหน้าที่เรียกเก็บภาษีการค้าเพื่อกรมสรรพากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ ทวาทศการยื่นอุทธรณ์ภาษีการค้าของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวก็เกินกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๐ เช่นกัน อุทธรณ์การประเมินของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย ล.๑ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ทั้งอธิบดีกรมศุลกากรและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร จะรับไว้วินิจฉัยไม่ได้ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จึงไม่มีข้อวินิจฉัยหรือผลของการพิจารณาอุทธรณ์ที่อธิบดีกรมศุลกากรจะแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ทราบตามกฎหมายดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา และเมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าอากรขาเข้าและภาษีการค้าตามที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ประเมินเรียกเก็บโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้

ส่วนประเด็นข้อ ๒ นั้น เมื่อจำเลยที่ ๑ มิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จำเลยที่ ๑ ย่อมหมดสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านว่าการประเมินภาษีเพิ่มเติมของโจทก์ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายส่งศักดิ์ เปรมวุติ
ศาลอุทธรณ์ - นายเดือน จิตรกร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11002/2554

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ฉ ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7(1) และมาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4356/2536

โจทก์นำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นเที่ยวแรกและเที่ยวที่สองเรียกว่าคอมเบิลเพลทส่วนเที่ยวที่สามเรียกว่ารีรอยเลเบิล สต๊อก เพลทเป็นสินค้าที่มีลักษณะแตกต่างกันจึงควรมีราคาไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาแท้จริงในท้องตลาดจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4794/2533

พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 ทวิวรรคสามเป็นเพียงข้อกำหนดว่าอาจอุทธรณ์ได้ ถ้ามิได้อุทธรณ์ก็มิได้ตัดสิทธิในการฟ้องคดี เมื่อมีการอุทธรณ์แล้วแม้จะมิได้พิจารณาอุทธรณ์หรือพิจารณาไม่เสร็จก็มิได้ห้ามมิใ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 626222)

การที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องจำเลยในข้อหาสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงอากรเป็นเรื่องที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งสำนวนไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน อันเป็นขั้นตอนในชั้นสอบสวนคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4496/2555

ข้อจำกัดในอำนาจฟ้องตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 8 ต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้ต้องอุทธรณ์การประเมิน ซึ่งในคดีนี้ แม้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30 บัญญัติให้ต้องอุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้