Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1991/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปโดยปัจจุบันทันด่วนต่อเนื่องจากการที่ผู้ตายใช้ศอกกระแทกหน้าอกจำเลย เป็นเหตุให้จำเลยชกต่อยผู้ตาย 1 ทีแล้ววิ่งหนีจากนั้น ส. จึงเข้าซ้ำเติมใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตาย ซึ่งจำเลยและ ส. ต่างคนต่างทำร้ายผู้ตายโดยมิได้สมคบกันมาก่อน ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับ ส. ฆ่าผู้ตายคงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายโดยชกผู้ตาย 1 ที จำเลยจึงต้องมีความผิดแต่เฉพาะการกระทำของตนเองฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 เท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายสมชาย จันทร์หอม ร่วมกันชกต่อยและใช้มีดปลายแหลมแทงนายบุญเลิศ สิงห์ทอง ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83, 33 ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ศาลมีคำสั่งให้ริบมีดของกลางในคดีอื่นแล้ว จึงให้ยกคำขอส่วนนี้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยชกต่อยผู้ตาย 1 ที และนายสมชาย จันทร์หอม จำเลยในคดีอาญาของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2224/2535 ใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธแทงทำร้ายผู้ตายถูกอวัยวะสำคัญหลายแผลโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาว่าจำเลยร่วมกับนายสมชายฆ่าผู้ตายหรือไม่ โจทก์มีประจักษ์พยานปากเดียวคือนายบุญมา ลาฤทธิ์ซึ่งเบิกความว่า เห็นจำเลยและนายสมชายเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายโดยจำเลยจับคอเสื้อด้านหลังของผู้ตายไว้แล้วชกต่อยผู้ตายส่วนนายสมชายแทงผู้ตาย สำหรับพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุก็ดีหรือหลังเกิดเหตุก็ดีจะเป็นอย่างไร ประจักษ์พยานโจทก์มิได้เบิกความถึง

พยานหลักฐานที่โจทก์อาศัยอ้างอิงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยสมคบกับนายสมชายฆ่าผู้ตายก็คือคำให้การรับสารภาพของจำเลยตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.6 และคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.6 ปรากฏข้อความตรงกันอยู่ประการหนึ่งว่า จำเลยเข้าไปหาผู้ตายเพื่อสอบถามหาผู้ที่เป็นต้นเหตุให้นายแดงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม และข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับที่จำเลยเบิกความว่าจำเลยเข้าไปสอบถามผู้ตายว่าทำไมตีกันจึงถูกผู้ตายทำร้ายโดยใช้ศอกกระแทกถูกหน้าอกเป็นเหตุให้จำเลยชกผู้ตายถูกที่กกหู 1 ที แล้วจำเลยวิ่งหลบหนีไปเพราะกลัวถูกพวกของผู้ตายเข้าช่วยทำร้ายจำเลย นอกจากนี้พยานหลักฐานของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้มาก่อนเกิดเหตุว่า

นายสมชายพวกของจำเลยพกมีดปลายแหลมไปเที่ยวในงานและจำเลยคบคิดหรือชักชวนนายสมชายไปฆ่าผู้ตาย หรือจำเลยเข้าช่วยในการที่นายสมชายใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธแทงผู้ตาย เห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าวมีเหตุผลเชื่อได้ว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นไปโดยปัจจุบันทันด่วนต่อเนื่องจากการที่ผู้ตายใช้ศอกกระแทกหน้าอกจำเลยเป็นเหตุให้จำเลยชกต่อยผู้ตาย 1 ทีแล้ววิ่งหนี จากนั้นนายสมชายจึงเข้าซ้ำเติมใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตาย ซึ่งจำเลยและนายสมชายต่างคนต่างทำร้ายผู้ตายโดยมิได้สมคบกันมาก่อน แม้จะฟังตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยว่าจำเลยและนายสมชายยังเที่ยวงานต่อด้วยกันหลังเกิดเหตุ พฤติการณ์ดังกล่าวก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับนายสมชายฆ่าผู้ตาย

คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายโดยชกผู้ตาย 1 ที ตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องระบุว่าผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะเสียเลือดมาก ความตายของผู้ตายมิได้เกิดจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงต้องมีความผิดแต่เฉพาะการกระทำของตนเองเท่านั้น และบาดแผลของผู้ตายที่ได้รับนอกจากบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมแล้วไม่มีบาดแผลอื่นที่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจากถูกจำเลยชกต่อย จำเลยจึงมีความผิดเพียงฐานทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจเพราะโจทก์ได้บรรยายฟ้องด้วยว่าจำเลยชกต่อยประทุษร้ายผู้ตาย ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายกฟ้องโจทก์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 ให้ลงโทษจำคุก 1 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5902/2567

จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกในส่วนที่โจทก์ทั้งสามจะได้รับตามพินัยกรรมไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของจำเลยทั้งสองถึงสองครั้งโดยไม่ได้รับความเห็นชอบหรือยินยอมจากโจทก์ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2567

แม้จะไม่มีพยานเห็นขณะจำเลยร่วมกับ บ. ยกถังสแตนเลสของโจทก์ร่วมขึ้นรถกระบะ แต่จากพฤติการณ์ที่จำเลยและ บ. ร่วมนั่งมาในรถกระบะคันเดียวกันโดยขาออกจากไร่มีถังดังกล่าวบรรทุกอยู่ที่กระบะท้าย ครั้นเมื่อกลับเข้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้