Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1991/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปโดยปัจจุบันทันด่วนต่อเนื่องจากการที่ผู้ตายใช้ศอกกระแทกหน้าอกจำเลย เป็นเหตุให้จำเลยชกต่อยผู้ตาย 1 ทีแล้ววิ่งหนีจากนั้น ส. จึงเข้าซ้ำเติมใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตาย ซึ่งจำเลยและ ส. ต่างคนต่างทำร้ายผู้ตายโดยมิได้สมคบกันมาก่อน ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับ ส. ฆ่าผู้ตายคงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายโดยชกผู้ตาย 1 ที จำเลยจึงต้องมีความผิดแต่เฉพาะการกระทำของตนเองฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 เท่านั้น

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายสมชาย จันทร์หอม ร่วมกันชกต่อยและใช้มีดปลายแหลมแทงนายบุญเลิศ สิงห์ทอง ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83, 33 ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ศาลมีคำสั่งให้ริบมีดของกลางในคดีอื่นแล้ว จึงให้ยกคำขอส่วนนี้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยชกต่อยผู้ตาย 1 ที และนายสมชาย จันทร์หอม จำเลยในคดีอาญาของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2224/2535 ใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธแทงทำร้ายผู้ตายถูกอวัยวะสำคัญหลายแผลโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาว่าจำเลยร่วมกับนายสมชายฆ่าผู้ตายหรือไม่ โจทก์มีประจักษ์พยานปากเดียวคือนายบุญมา ลาฤทธิ์ซึ่งเบิกความว่า เห็นจำเลยและนายสมชายเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายโดยจำเลยจับคอเสื้อด้านหลังของผู้ตายไว้แล้วชกต่อยผู้ตายส่วนนายสมชายแทงผู้ตาย สำหรับพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุก็ดีหรือหลังเกิดเหตุก็ดีจะเป็นอย่างไร ประจักษ์พยานโจทก์มิได้เบิกความถึง

พยานหลักฐานที่โจทก์อาศัยอ้างอิงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยสมคบกับนายสมชายฆ่าผู้ตายก็คือคำให้การรับสารภาพของจำเลยตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.6 และคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.6 ปรากฏข้อความตรงกันอยู่ประการหนึ่งว่า จำเลยเข้าไปหาผู้ตายเพื่อสอบถามหาผู้ที่เป็นต้นเหตุให้นายแดงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม และข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับที่จำเลยเบิกความว่าจำเลยเข้าไปสอบถามผู้ตายว่าทำไมตีกันจึงถูกผู้ตายทำร้ายโดยใช้ศอกกระแทกถูกหน้าอกเป็นเหตุให้จำเลยชกผู้ตายถูกที่กกหู 1 ที แล้วจำเลยวิ่งหลบหนีไปเพราะกลัวถูกพวกของผู้ตายเข้าช่วยทำร้ายจำเลย นอกจากนี้พยานหลักฐานของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้มาก่อนเกิดเหตุว่า

นายสมชายพวกของจำเลยพกมีดปลายแหลมไปเที่ยวในงานและจำเลยคบคิดหรือชักชวนนายสมชายไปฆ่าผู้ตาย หรือจำเลยเข้าช่วยในการที่นายสมชายใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธแทงผู้ตาย เห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าวมีเหตุผลเชื่อได้ว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นไปโดยปัจจุบันทันด่วนต่อเนื่องจากการที่ผู้ตายใช้ศอกกระแทกหน้าอกจำเลยเป็นเหตุให้จำเลยชกต่อยผู้ตาย 1 ทีแล้ววิ่งหนี จากนั้นนายสมชายจึงเข้าซ้ำเติมใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตาย ซึ่งจำเลยและนายสมชายต่างคนต่างทำร้ายผู้ตายโดยมิได้สมคบกันมาก่อน แม้จะฟังตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยว่าจำเลยและนายสมชายยังเที่ยวงานต่อด้วยกันหลังเกิดเหตุ พฤติการณ์ดังกล่าวก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับนายสมชายฆ่าผู้ตาย

คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายโดยชกผู้ตาย 1 ที ตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องระบุว่าผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะเสียเลือดมาก ความตายของผู้ตายมิได้เกิดจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงต้องมีความผิดแต่เฉพาะการกระทำของตนเองเท่านั้น และบาดแผลของผู้ตายที่ได้รับนอกจากบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมแล้วไม่มีบาดแผลอื่นที่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจากถูกจำเลยชกต่อย จำเลยจึงมีความผิดเพียงฐานทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจเพราะโจทก์ได้บรรยายฟ้องด้วยว่าจำเลยชกต่อยประทุษร้ายผู้ตาย ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายกฟ้องโจทก์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 ให้ลงโทษจำคุก 1 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

Matter details

Panel of judges
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

Supreme Court Judgment No. 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

Supreme Court Judgment No. 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 1856/2567

พยานหลักฐานของโจทก์เมื่อรับฟังประกอบกันทั้งหมดแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยมีส่วนรู้เห็นเป็นใจและร่วมเป็นตัวการในการกระทำความผิดตามฟ้องกับ น. ด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยทำหน้าที่ขับรถในการขนล…

Supreme Court Judgment No. 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up