Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1916/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้ เหล็กขูดชาฟท์ ซึ่ง เป็นวัตถุที่มีคมถึง สามคน มีความยาวถึง 6 นิ้ว ตั้งใจแทงผู้เสียหายตรง บริเวณหน้าอก ซึ่ง เป็นอวัยวะส่วนสำคัญ เมื่อแทงครั้งแรกถูก ผู้เสียหายใช้ มือปัด จำเลยก็เข้าแทงซ้ำอีกครั้ง พฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่าจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำว่าอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายเมื่อการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลโดย แทงไม่ถูก หน้าอกผู้เสียหายจำเลยจึงมีความผิดฐาน พยายามฆ่า.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ให้จำคุก 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 80 ให้จำคุก1 ปี 4 เดือนโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นควรวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาจำเลยก่อนว่าจำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายหรือไม่พยานโจทก์ก็มีนายประนอม ไม่ทุกข์ผู้เสียหาย และนางแช่ม ไม่ทุกข์มารดาผู้เสียหาย เบิกความทำนองเดียวกันว่าในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ10 นาฬิกา เมื่อผู้เสียหายกับนายเสริมซึ่งเป็นญาติที่เดินทางมาจากจังหวัดพัทลุงขึ้นมาบนบ้านแจ้งข่าวเรื่องผู้เสียหายถึงแก่ความตายให้นางแช่มทราบแล้ว จำเลยซึ่งนั่งดื่มสุรากับพวกอยู่ที่หน้าบ้านผู้เสียหายได้ตะโกนด่าผู้เสียหายว่า "เย็ดแม่ อย่าทำเฒ่า" (หมายความว่าอย่ามายุ่ง) นางแช่มบอกจำเลยว่าเป็นหลานมาติดประกาศงานศพจำเลยตะโกนเรียกผู้เสียหายให้ลงไป เมื่อผู้เสียหายเดินลงไปจำเลยคว้าขวดสุราตีศีรษะผู้เสียหาย

มีผู้เข้าไปห้าม จำเลยซึ่งนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวจึงเดินกลับบ้าน ต่อมาอีก 2-3 นาที จำเลยนุ่งกางเกงขาสั้นสวมเสื้อปล่อยชายเดินกลับมาที่บ้านผู้เสียหายผู้เสียหายเข้าไปถามจำเลยถึงสาเหตุที่ใช้ขวดสุราตีผู้เสียหายจำเลยได้ชักเหล็กขูดชาฟท์ออกมาจากเอวแล้วแทงที่บริเวณหน้าอกผู้เสียหาย ผู้เสียหายใช้มือปัดจำเลยเข้าประชิดตัวเงื้อจะแทงซ้ำผู้เสียหายจึงใช้มือทั้งสองข้างจับเหล็กขูดชาฟท์ไว้ จำเลยพยายามจะดันเหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหาย เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองปากต่างเป็นประจักษ์พยานเบิกความได้สอดคล้องต้องกันอย่างมีเหตุผล นอกจากนี้ยังมีร้อยตำรวจตรีพิทักษ์ ประภาถะโร พนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันว่า พยานทั้งสองปากได้มาแจ้งความเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2531ระบุว่า

ผู้เสียหายถูกจำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงอันเป็นการแจ้งความหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ซึ่งไม่เนิ่นนานเกินไป จึงเชื่อว่าได้แจ้งความไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงโดยมิได้เสริมแต่งขึ้นเพื่อปรักปรำจำเลย ทั้งจ่าสิบตำรวจภิญโญ บัวกิ่ง พยานโจทก์ผู้จับกุมจำเลยก็เบิกความยืนยันว่า จำเลยให้การรับสารภาพในขณะถูกจับกุมตามบันทึกการจับกุม เอกสารหมาย จ.1 เมื่อรับฟังประกอบกันแล้วทำให้พยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง ที่จำเลยนำสืบว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายชกต่อยจำเลยโดยอ้างว่าเป็นเพราะผู้เสียหายขอเงินจำเลยเพื่อซื้อสุราจำเลยไม่มี นางเคลื่อน นาพอ จึงหยิบเงินให้แทนแต่ผู้เสียหายไม่เอา จะเอาแต่เงินของจำเลยและด่าว่าจำเลยนั้น เป็นเรื่องที่ขัดต่อเหตุผล

ทั้งจำเลยก็ไม่เคยไปแจ้งความว่าถูกผู้เสียหายทำร้ายร่างกายดังที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ส่วนที่จำเลยอ้างว่าพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญเกี่ยวกับวันที่ผู้เสียหายไปแจ้งความ และที่เกี่ยวกับสถานที่อยู่ของผู้ใหญ่บ้านในขณะเกิดเหตุนั้น เห็นว่า ข้อแตกต่างเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงภายหลังเกิดเหตุอันเป็นคนละตอนกับขณะที่เกิดเหตุ ส่วนข้อแตกต่างอื่น ๆ ตามฎีกาจำเลยนอกจากนี้ก็เป็นเพียงรายละเอียดที่เป็นผลความเท่านั้น ไม่มีผลทำให้พยานโจทก์มีน้ำหนักลดน้อยลงแต่ประการใด พยานจำเลยจึงไม่อาจรับฟังทักท้วงพยานโจทก์ได้คดีฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายจริง ตามที่โจทก์นำสืบ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาโจทก์มีว่า

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะจำเลยใช้ขวดสุราตีศีรษะผู้เสียหาย จำเลยนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว เมื่อจำเลยกลับไปบ้านได้ 2-3 นาที ต่อมาก็กลับมาที่บ้านผู้เสียหายโดยนุ่งกางเกงขาสั้นและใส่เสื้อปล่อยชาย พกเหล็กขูดชาฟท์ไว้ที่เอวด้านหน้าเมื่อผู้เสียหายเดินเข้ามาหา จำเลยก็ชักเหล็กขูดชาฟท์ซึ่งมีส่วนปลายแหลมยาวประมาณ 2 นิ้วออกมาจากเอวแล้วจ้วงแทงมาที่บริเวณหน้าอกผู้เสียหาย ผู้เสียหายใช้แขนขวาปัดเป็นเหตุให้แทงถูกข้อมือขวาของผู้เสียหาย จำเลยเข้าประชิดตัวผู้เสียหายและเงื้อเหล็กขูดชาฟท์จะแทงซ้ำอีกครั้ง ผู้เสียหายใช้มือทั้งสองข้างจับเหล็กขูดชาฟท์ไว้ จำเลยก็พยายามจะดันเหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายเห็นว่า

เหล็กขูดชาฟท์เป็นวัตถุที่มีคมถึงสามคมและเฉพาะที่มีคมความยาว 6 นิ้ว ถือได้ว่าเป็นอาวุธร้ายแรง การที่จำเลยตั้งใจแทงผู้เสียหายตรงบริเวณหน้าอกซึ่งเป็นอวัยวะส่วนสำคัญ เมื่อแทงครั้งแรกถูกผู้เสียหายใช้มือปัดจำเลยก็ได้เข้ามาแทงซ้ำอีกครั้งหนึ่งเช่นนี้ จำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำของจำเลยได้ว่าอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ ข้อเท็จจริงตามพฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย เมื่อการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลโดยแทงไม่ถูกหน้าอกผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามที่โจทก์ฟ้อง..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำลอง สุขศิร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6876/2568

แม้จำเลยไม่อาจยกเอาความสำคัญผิดในตัวบุคคลตาม ป.อ. มาตรา 61 มาเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายก็ตาม แต่การจะรับฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าบุพการีอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นหรือไม่นั้น จำเลยจะต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13908/2558

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ก่อให้จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันฆ่า ส. ผู้เสียหายและ อ. ผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อมา จำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายและผู้ตายหลายนัดโดยเจตนาฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเนื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9693/2554

เมื่อสายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนได้แล้ว ผู้เสียหายกับพวกเข้าไปจับกุมจำเลยทั้งสาม โดยใช้รถยนต์ 2 คัน คันหนึ่งขับไปขวางหน้ารถยนต์ที่จำเลยที่ 1 เป็นคนขับ และรถยนต์อีกคันหนึ่งที่มีผู้เสียหายนั่งมาด้วยขับไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้