Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1916/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยใช้ เหล็กขูดชาฟท์ ซึ่ง เป็นวัตถุที่มีคมถึง สามคน มีความยาวถึง 6 นิ้ว ตั้งใจแทงผู้เสียหายตรง บริเวณหน้าอก ซึ่ง เป็นอวัยวะส่วนสำคัญ เมื่อแทงครั้งแรกถูก ผู้เสียหายใช้ มือปัด จำเลยก็เข้าแทงซ้ำอีกครั้ง พฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่าจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำว่าอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายเมื่อการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลโดย แทงไม่ถูก หน้าอกผู้เสียหายจำเลยจึงมีความผิดฐาน พยายามฆ่า.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ให้จำคุก 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 80 ให้จำคุก1 ปี 4 เดือนโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นควรวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาจำเลยก่อนว่าจำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายหรือไม่พยานโจทก์ก็มีนายประนอม ไม่ทุกข์ผู้เสียหาย และนางแช่ม ไม่ทุกข์มารดาผู้เสียหาย เบิกความทำนองเดียวกันว่าในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ10 นาฬิกา เมื่อผู้เสียหายกับนายเสริมซึ่งเป็นญาติที่เดินทางมาจากจังหวัดพัทลุงขึ้นมาบนบ้านแจ้งข่าวเรื่องผู้เสียหายถึงแก่ความตายให้นางแช่มทราบแล้ว จำเลยซึ่งนั่งดื่มสุรากับพวกอยู่ที่หน้าบ้านผู้เสียหายได้ตะโกนด่าผู้เสียหายว่า "เย็ดแม่ อย่าทำเฒ่า" (หมายความว่าอย่ามายุ่ง) นางแช่มบอกจำเลยว่าเป็นหลานมาติดประกาศงานศพจำเลยตะโกนเรียกผู้เสียหายให้ลงไป เมื่อผู้เสียหายเดินลงไปจำเลยคว้าขวดสุราตีศีรษะผู้เสียหาย

มีผู้เข้าไปห้าม จำเลยซึ่งนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวจึงเดินกลับบ้าน ต่อมาอีก 2-3 นาที จำเลยนุ่งกางเกงขาสั้นสวมเสื้อปล่อยชายเดินกลับมาที่บ้านผู้เสียหายผู้เสียหายเข้าไปถามจำเลยถึงสาเหตุที่ใช้ขวดสุราตีผู้เสียหายจำเลยได้ชักเหล็กขูดชาฟท์ออกมาจากเอวแล้วแทงที่บริเวณหน้าอกผู้เสียหาย ผู้เสียหายใช้มือปัดจำเลยเข้าประชิดตัวเงื้อจะแทงซ้ำผู้เสียหายจึงใช้มือทั้งสองข้างจับเหล็กขูดชาฟท์ไว้ จำเลยพยายามจะดันเหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหาย เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองปากต่างเป็นประจักษ์พยานเบิกความได้สอดคล้องต้องกันอย่างมีเหตุผล นอกจากนี้ยังมีร้อยตำรวจตรีพิทักษ์ ประภาถะโร พนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันว่า พยานทั้งสองปากได้มาแจ้งความเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2531ระบุว่า

ผู้เสียหายถูกจำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงอันเป็นการแจ้งความหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ซึ่งไม่เนิ่นนานเกินไป จึงเชื่อว่าได้แจ้งความไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงโดยมิได้เสริมแต่งขึ้นเพื่อปรักปรำจำเลย ทั้งจ่าสิบตำรวจภิญโญ บัวกิ่ง พยานโจทก์ผู้จับกุมจำเลยก็เบิกความยืนยันว่า จำเลยให้การรับสารภาพในขณะถูกจับกุมตามบันทึกการจับกุม เอกสารหมาย จ.1 เมื่อรับฟังประกอบกันแล้วทำให้พยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง ที่จำเลยนำสืบว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายชกต่อยจำเลยโดยอ้างว่าเป็นเพราะผู้เสียหายขอเงินจำเลยเพื่อซื้อสุราจำเลยไม่มี นางเคลื่อน นาพอ จึงหยิบเงินให้แทนแต่ผู้เสียหายไม่เอา จะเอาแต่เงินของจำเลยและด่าว่าจำเลยนั้น เป็นเรื่องที่ขัดต่อเหตุผล

ทั้งจำเลยก็ไม่เคยไปแจ้งความว่าถูกผู้เสียหายทำร้ายร่างกายดังที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ส่วนที่จำเลยอ้างว่าพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญเกี่ยวกับวันที่ผู้เสียหายไปแจ้งความ และที่เกี่ยวกับสถานที่อยู่ของผู้ใหญ่บ้านในขณะเกิดเหตุนั้น เห็นว่า ข้อแตกต่างเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงภายหลังเกิดเหตุอันเป็นคนละตอนกับขณะที่เกิดเหตุ ส่วนข้อแตกต่างอื่น ๆ ตามฎีกาจำเลยนอกจากนี้ก็เป็นเพียงรายละเอียดที่เป็นผลความเท่านั้น ไม่มีผลทำให้พยานโจทก์มีน้ำหนักลดน้อยลงแต่ประการใด พยานจำเลยจึงไม่อาจรับฟังทักท้วงพยานโจทก์ได้คดีฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายจริง ตามที่โจทก์นำสืบ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาโจทก์มีว่า

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะจำเลยใช้ขวดสุราตีศีรษะผู้เสียหาย จำเลยนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว เมื่อจำเลยกลับไปบ้านได้ 2-3 นาที ต่อมาก็กลับมาที่บ้านผู้เสียหายโดยนุ่งกางเกงขาสั้นและใส่เสื้อปล่อยชาย พกเหล็กขูดชาฟท์ไว้ที่เอวด้านหน้าเมื่อผู้เสียหายเดินเข้ามาหา จำเลยก็ชักเหล็กขูดชาฟท์ซึ่งมีส่วนปลายแหลมยาวประมาณ 2 นิ้วออกมาจากเอวแล้วจ้วงแทงมาที่บริเวณหน้าอกผู้เสียหาย ผู้เสียหายใช้แขนขวาปัดเป็นเหตุให้แทงถูกข้อมือขวาของผู้เสียหาย จำเลยเข้าประชิดตัวผู้เสียหายและเงื้อเหล็กขูดชาฟท์จะแทงซ้ำอีกครั้ง ผู้เสียหายใช้มือทั้งสองข้างจับเหล็กขูดชาฟท์ไว้ จำเลยก็พยายามจะดันเหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายเห็นว่า

เหล็กขูดชาฟท์เป็นวัตถุที่มีคมถึงสามคมและเฉพาะที่มีคมความยาว 6 นิ้ว ถือได้ว่าเป็นอาวุธร้ายแรง การที่จำเลยตั้งใจแทงผู้เสียหายตรงบริเวณหน้าอกซึ่งเป็นอวัยวะส่วนสำคัญ เมื่อแทงครั้งแรกถูกผู้เสียหายใช้มือปัดจำเลยก็ได้เข้ามาแทงซ้ำอีกครั้งหนึ่งเช่นนี้ จำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำของจำเลยได้ว่าอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ ข้อเท็จจริงตามพฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย เมื่อการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลโดยแทงไม่ถูกหน้าอกผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามที่โจทก์ฟ้อง..."

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำลอง สุขศิร
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6876/2568

แม้จำเลยไม่อาจยกเอาความสำคัญผิดในตัวบุคคลตาม ป.อ. มาตรา 61 มาเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายก็ตาม แต่การจะรับฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าบุพการีอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นหรือไม่นั้น จำเลยจะต้…

Supreme Court Judgment No. 13908/2558

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ก่อให้จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันฆ่า ส. ผู้เสียหายและ อ. ผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อมา จำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายและผู้ตายหลายนัดโดยเจตนาฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเนื…

Supreme Court Judgment No. 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

Supreme Court Judgment No. 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

Supreme Court Judgment No. 9693/2554

เมื่อสายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนได้แล้ว ผู้เสียหายกับพวกเข้าไปจับกุมจำเลยทั้งสาม โดยใช้รถยนต์ 2 คัน คันหนึ่งขับไปขวางหน้ารถยนต์ที่จำเลยที่ 1 เป็นคนขับ และรถยนต์อีกคันหนึ่งที่มีผู้เสียหายนั่งมาด้วยขับไป…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up