Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1883/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์สั่งสินค้าอุปกรณ์ท่อน้ำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร ราคาสินค้าดังกล่าวที่เสนอขายเป็นราคามาตรฐานสากล แต่ผู้ขายหักส่วนลดให้โจทก์ 58% ราคาที่หักส่วนลดแล้วเป็นราคาตลาด ดังนี้ ต้องถือราคาที่หักส่วนลดแล้วเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ. ที่จะคำนวณเพื่อเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร เพราะรายรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79 (6) หมายความว่ามูลค่าของสินค้าในวันนำเข้าในราชอาณาจักร ซึ่งมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากรที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นให้ความหมายคำว่า มูลค่าว่า ราคาตลาดของทรัพย์สิน ทั้งโจทก์ได้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตผ่านธนาคารและชำระเงินไปตามตั๋วแลกเงินในจำนวนราคาที่หักส่วนลดแล้ว ราคาสินค้าที่หักส่วนลดนี้จึงเป็นราคาที่แท้จริง เป็นราคาตลาดและราคา ซี.ไอ.เอฟ. ที่ถูกต้องเชื่อถือได้ จำเลยไม่มีอำนาจที่จะอาศัยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 4) ประเมินราคา ซี.ไอ.เอฟ. ใหม่ โดยถือเอาราคาสินค้าก่อนหักส่วนลดเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ.มาเป็นหลักในการประเมินภาษีการค้าของโจทก์อีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 77 ป.รัษฎากร มาตรา 79

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าโดยสั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักรเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๐๘ โจทก์สั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ท่อน้ำขนาดต่าง ๆ จำนวน ๒๙๗ หีบจากประเทศญี่ปุ่นในราคา ซี.ไอ.เอฟ.กรุงเทพฯ ซึ่งหมายความว่าเป็นราคาสินค้าที่รวมค่าประกันภัยและค่าขนส่งทางเรือจนถึงท่าเรือกรุงเทพฯ ไว้ด้วย คิดเป็นเงินไทย ๑๑๐,๕๔๓.๐๖ บาท และได้นำรายรับจากการนำสินค้าเข้าดังกล่าวไปยื่นชำระภาษีการค้าโดยบวกอากรขาเข้า ๕,๘๕๘.๑๖ บาท ค่าขนถ่ายสินค้า ๗๘๘.๘๐ บาท และกำไรมาตรฐาน ๑๑,๗๑๘.๙๖ บาท รวมเป็นรายรับที่จะคำนวณเสียภาษีการค้าทั้งสิ้น ๑๒๘,๙๐๘.๕๘ บาท ชำระภาษีการค้า ๕% ของยอดรายรับเป็นเงิน ๖,๔๔๕๘.๔๓ บาท และภาษีบำรุงเทศบาล ๑๐% ของยอดภาษีการค้าเป็นเงิน ๖๔๔.๕๔ บาท

รวมเป็นภาษีที่โจทก์ชำระไปแล้วเป็นเงิน ๗,๐๘๙.๙๗ บาท ต่อมาเจ้าพนักงานการประเมินของจำเลยที่ ๑ ได้ส่งแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้า (ภ.ค.(พ.) ๘) ที่ กค.๐๘๐๕/ก.๘๐๑๐ แจ้งว่า โจทก์ยื่นรายการเพื่อเสียภาษีการค้าจากรายรับขาดไป ๑๖๗,๙๒๐.๒๖ บาท ยอดรายรับที่ถูกต้องคือ ๒๙๖,๘๒๘.๘๔ บาท จึงประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าเพิ่ม เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และภาษีบำรุงเทศบาล รวมเป็นค่าภาษีที่ให้โจทก์ชำระอีก ๒๐,๖๘๗.๗๖ บาท อันเป็นการประเมินที่ไม่ชอบ เพราะประเมินรายรับจากราคาสินค้าที่สำแดงในใบขนสินค้าเข้า ซึ่งเป็นราคาเบื้องต้นก่อนหักส่วนลด และมิใช่ราคา ซี.ไอ.เอฟ. อันจะนำไปคำนวณเป็นรายรับเพื่อเสียภาษีการค้าราคาที่สำแดงในใบขนสินค้าไม่เกี่ยวข้องกับการเสียอากรขาเข้า และเป็นเพียงวิธีการทางด้านศุลกากรในการนำสินค้าออกจากท่าเรือ

ราคาสินค้าที่นำไปคำนวณเป็นรายรับเพื่อเสียภาษีการค้า จะต้องเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ.ของสินค้าที่ซื้อขายจริงและหักส่วนลดออกแล้ว โจทก์ได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษีดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งจำเลยที่ ๒,๓ และ ๔ เป็นกรรมการ และสั่งยกอุทธรณ์ของโจทก์อ้างว่าการประเมินถูกต้องและชอบแล้ว ขอให้เพิกถอนแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้า (ภ.ค.(พ.) ๘) ที่ กค.๐๘๐๕/ก.๘๐๑๐ ของจำเลยที่ ๑ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ (ภ.ส.๗) เลขที่ ๑๙/๒๕๑๕ ของจำเลยที่ ๒,๓ และ ๔

จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์ยื่นชำระภาษีการค้าจากรายรับ ๑๒๘,๙๐๘.๕๘ บาท โดยหักส่วนลด ๕๘% แล้ว เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ประเมินเก็บภาษีจากหลักฐานตามใบอินวอยซ์ซึ่งเจ้าหน้าที่ของโจทก์แจ้งราคาสินค้าก่อนหักส่วนลดแสดงไว้ในใบขนคิดเป็นเงินไทย ๒๖๓,๑๙๗.๙๖ บาท ซึ่งขาดไป ๑๖๗,๙๒๐.๒๖ บาท เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจทำได้ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ ๔) ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ โดยให้ถือราคา ซี.ไอ.เอฟ.บวกอากรขาเข้า ค่าขนถ่ายและกำไรมาตรฐานเป็นเกณฑ์คำนวณภาษีการค้า หากราคา ซี.ไอ.เอฟ.ที่ผู้นำเข้าแสดงมาไม่เชื่อถือ เจ้าพนักงานมีอำนาจประเมินราคา ซี.ไอ.เอฟ.ใหม่ โดยเทียบเคียงกับราคาตลาดที่อาจเทียบเคียงได้ หรือราคาตลาดโลก ทั้งราคาตามที่แสดงในใบขนกรณีนี้เป็นราคาตามมาตรฐานโลก แม้ต่อมาจะปรากฏว่าสินค้ารายนี้ได้รับส่วนลดจากราคาตลาดลงอีก ๕๘% ก็ไม่ควรถือราคาที่หักส่วนลดแล้วเป็นราคาตลาดเพื่อเสียภาษี เจ้าพนักงานประเมินและจำเลยที่ ๒,๓ และ ๔ ปฏิบัติชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้า (ภ.ค.(พ.) ๘) ที่ กค.๐๘๐๕/ก.๘๐๑๐ ของจำเลยที่ ๑ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ (ก.ส.๗) เลขที่ ๑๗/๒๕๑๕ ของจำเลยที่ ๒,๓ และ ๔

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์แสดงรายรับในการเสียภาษีการค้าตามราคา ซี.ไอ.เอฟ.คิดเป็นเงินไทย ๑๑๐,๕๔๓.๐๖ บาท ซึ่งหักส่วนลด ๕๘% แล้ว บวกด้วยอากรขาเข้า ค่าขนถ่ายสินค้าและกำไรมาตรฐานรวมเป็นรายรับที่จะไปประเมินภาษีการค้าเป็นเงิน ๑๒๘,๙๐๘.๕๘ บาท เป็นค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่โจทก์ได้ชำระไป ๗,๐๘๙.๙๗ บาท ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินภาษีของจำเลยที่ ๑ ประเมินภาษีการค้าของโจทก์ไม่ โดยถือราคาสินค้าก่อนหักส่วนลด ๕๘% เป็นเงิน ๒๙๖,๘๒๘.๘๔ บาท โจทก์แสดงรายรับสินค้าขาดไป ๑๖๗,๙๒๐.๒๖ บาท โจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่งต่อจำเลยที่ ๒,๓ และ ๔ ซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาคำร้องอุทธรณ์ คณะกรรมการยกอุทธรณ์ของโจทก์ ราคาสินค้าของโจทก์ก่อนหักส่วนลด ๕๘% เป็นราคามาตรฐานสากล ราคาซื้อขายจริงคือราคาที่คิดหักส่วนลดแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะตลาดในการซื้อขาย ในปัญหาที่ว่าจะถือราคาก่อนหักส่วนลดหรือหักส่วนลดแล้วเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ.ที่จะคำนวณเพื่อเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความว่า ราคาสินค้าที่เสนอขายก่อนหักส่วนลดเป็นราคามาตรฐานสากล ส่วนราคาที่หักส่วนลดแล้วเป็นราคาตลาดนั้น ตรงกับความหมายของคำว่ารายรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๙ (๖) หมายความว่ามูลค่าของสินค้าในวันนำเข้าในราชอาณาจักร ซึ่งมาตรา ๗๗ แห่งประมวลรัษฎากรที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นให้ความหมายคำว่ามูลค่าว่าราคาตลาดของทรัพย์สิน และโจทก์นำสืบได้ว่าโจทก์ได้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตผ่านธนาคาร และได้ชำระราคาไปตามตั๋วแลกเงินในจำนวนราคาที่หักส่วนลดแล้ว เป็นหลักฐานที่ฟังได้ว่าเป็นราคาที่แท้จริง และเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ. ฝ่ายจำเลยได้ยึดถือราคาสินค้าก่อนหักส่วนลดในใบอินวอยซ์และจำนวนราคาในใบขนสินค้าขาเข้าเป็นราคาตลาดโลกว่าเป็นราคา

ซี.ไอ.เอฟ. โดยมีความเห็นว่า ราคาสินค้าของโจทก์เมื่อหักส่วนลดแล้วเป็นราคาที่ต่ำกว่าความจริงอันไม่พึงเชื่อถือนั้น โจทก์นำสืบได้ว่าราคาสินค้าเมื่อหักส่วนลดแล้วเป็นราคาที่แท้จริงที่โจทก์ได้ชำระราคาไปและเป็นราคาตลาด ส่วนใบขนสินค้าขาเข้าเป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่ของโจทก์เป็นผู้กรอกราคาสินค้าก่อนหักส่วนลด เพื่อความสะดวกในการขนสินค้าและคิดอากรขาเข้าตามน้ำหนักของสินค้าเท่านั้น ฎีกาของจำเลยกล่าวแต่เพียงว่า การลดราคาสินค้าในกรณีของโจทก์น่าจะเป็นเพียงตัวเลขมากกว่าจะมีการลดราคากันจริงจังนั้น เป็นเพียงการคาดคะเนของจำเลยเท่านั้น เมื่อราคาสินค้าที่หักส่วนลดเป็นราคาที่แท้จริง เป็นราคาตลาดและเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ. ที่ถูกต้องเชื่อถือได้

จำเลยก็ไม่มีอำนาจที่จะอาศัยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ ๔) ประเมินราคา ซี.ไอ.เอฟ.ใหม่ โดยถือเอาราคาสินค้าก่อนหักส่วนลดเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ.มาเป็นหลักในการประเมินภาษีการค้าของโจทก์ได้อีก และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒,๓ และ ๔ ที่ยกอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษีการค้าของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · สนิท บริรักษ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4987/2546

โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮ่องกงและมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยทำสัญญากับบริษัท ย. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศอังกฤษและไม่ได้ประกอบกิจการในประเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4768/2540

ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 77 และมาตรา 79 (8) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ป. รัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2508 มาตรา 6 และมาตรา 11 นั้น มูลค่าของรถยนต์อันจักถือเป็นรายรับเพื่อคำนวณภาษีการค้า คื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4065/2534

ย. ดัดแปลงหรือจัดให้ผู้อื่นดัดแปลงรถยนต์กระบะบรรทุกให้เป็นรถยนต์นั่งและจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงลักษณะรถเมื่อเดือนสิงหาคม2529 จึงถือได้ว่า ย. เป็นผู้ประกอบการค้าในฐานะผู้ผลิต มีหน้าที่เสียภาษีการค้าของเดือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2530

การที่โจทก์ประกอบกิจการห้องอาหารโดยมีดนตรีไม่ว่าดนตรีนั้นจะมีเฉพาะเวลากลางคืนหรือไม่ก็ตาม ไม่ถือว่าโจทก์ประกอบการค้าประเภทการค้า 7.(ง)ภัตตาคารอื่นนอกจาก(ค) แต่ถือเป็นการประกอบการค้าประเภทการค้า 7.(ก)…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3137/2529

โจทก์ประกอบการค้าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยยืมเงินธนาคารมาดำเนินการการที่โจทก์โอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างชำระหนี้ให้ธนาคารตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมทำให้หนี้ของโจทก์ลดลงนับได้ว่าโจทก์ได้รับประโยชน์ตอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้