Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีไว้ลอย ๆ เพียงว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ของโจทก์ เนื่องจากทำขึ้นโดยขัดต่อระเบียบข้อบังคับของโจทก์เป็นคำให้การที่ไม่แสดงให้แจ้งชัดถึงเหตุแห่งการปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177วรรคสอง จึงไม่มีประเด็นว่านาย ห. ทำสัญญาแลกเช็คเป็นเงินสดตามเอกสารหมาย จ.4 ให้โจทก์ในฐานะเป็นตัวแทนหรือกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ และปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะต้องวินิจฉัยให้ โจทก์มี น. เป็นพยานเบิกความว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ และโจทก์มอบอำนาจให้ น.ฟ้องคดีแทนตามหนังสือมอบอำนาจ จำเลยมิได้นำสืบโต้แย้ง ฟังได้ว่าลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจเป็นลายมืออันแท้จริงของผู้มีอำนาจของโจทก์ตามหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ และโจทก์ได้มอบอำนาจให้ น. ฟ้องคดีแทน น. จึงมีอำนาจฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล โจทก์มีวัตถุประสงค์ซื้อลดตั๋วเงินและตราสารอันเปลี่ยนมือได้ทุกชนิดในการฟ้องคดีโจทก์มอบให้นายนิพนธ์ โรจนโสภณดิษฐ์ ดำเนินการแทนเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2525 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาแลกเช็คเป็นเงินสดกับโจทก์มีจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ค้ำประกันหนี้จำเลยที่ 1ต่อโจทก์ โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้นำเช็คมาขายแลกเงินสดกับโจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์ได้นำเข้าบัญชีของโจทก์แต่ธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสี่เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 4 ให้การว่า

ลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจไม่ใช่ลายมือกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ นายนิพนธ์ ผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ จำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้นำเช็คพิพาทมาแลกเป็นเงินสดกับโจทก์ ซึ่งไม่ถูกต้องตามที่จดทะเบียนไว้ และเป็นการแลกเกินวงเงินที่จำเลยที่ 4 ค้ำประกัน จำเลยที่ 4 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน360,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย โดยให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4ประการแรกว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 4ในปัญหาว่า นายหงชาด เอื้อจงประสิทธิ์ ลงชื่อในสัญญาแลกเช็คเป็นเงินสดตามเอกสารหมาย จ.4 ขัดต่อข้อบังคับของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำให้การต่อสู้คดีของจำเลยที่ 4ในข้อ 2 จำเลยที่ 4 ให้การลอย ๆ ไว้แต่เพียงว่า จำเลยที่ 4ไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ต่อโจทก์เนื่องจากทำขึ้นโดยขัดต่อระเบียบข้อบังคับของโจทก์เท่านั้น จึงเป็นคำให้การที่ไม่แสดงให้แจ้งชัดถึงเหตุแห่งการปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง จึงไม่มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้องไปวินิจฉัยในปัญหาว่า ที่นายหงชาดเอื้อจงประสิทธิ์ ทำสัญญาแลกเช็คเป็นเงินสดตามเอกสารหมาย จ.4ให้โจทก์ในฐานะเป็นตัวแทนหรือกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ ทั้งปัญหาดังกล่าวนี้ไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยให้จำเลยที่ 4 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้จำเลยที่ 4 ชอบแล้ว

ฎีกาของจำเลยที่ 4 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยที่ 4 ฎีกาต่อไปว่า นายนิพนธ์ โรจนโสภณดิษฐ์ ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะลายมือชื่อนายวิเชษฐ์ กาญจนกิจ ที่มอบอำนาจให้นายนิพนธ์ ฟ้องคดีแทนโจทก์ตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2ไม่เหมือนลายมือชื่อนายวิเชษฐ์ ที่ปรากฏตามสัญญาแลกเช็คเป็นเงินสดเอกสารหมาย จ.4 แสดงว่าไม่มีการมอบอำนาจให้นายนิพนธ์ ฟ้องคดีแทนโจทก์นั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์มีนายนิพนธ์ เป็นพยานเบิกความยืนยันว่าโจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามหนังสือรับรองของกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตามเอกสารหมาย จ.1 และโจทก์มอบอำนาจให้พยานฟ้องคดีแทนตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2จำเลยที่ 4 มิได้นำสืบโต้แย้งเป็นอย่างอื่น

ย่อมฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ลายมือชื่อของนายวิเชษฐ์ ตามหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของนายวิเชษฐ์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ ตามหนังสือรับรองของกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์และโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายนิพนธ์ ฟ้องคดีแทน การที่ลายมือชื่อของนายวิเชษฐ์ ตามหนังสือมอบอำนาจเหมือนหรือไม่เหมือนกับลายมือชื่อที่ปรากฏตามสัญญาแลกเช็คเป็นเงินสดนั้นหามีผลทำให้รับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้นายนิพนธ์ แต่อย่างใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้นายนิพนธ์ ฟ้องคดีแทนโจทก์นายนิพนธ์ จึงมีอำนาจฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 4 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนที่จำเลยที่ 4 ฎีกาว่า ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินจะเรียกเอาจากลูกค้าได้ไม่เกินอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี

มาตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2529จนถึงปัจจุบันแล้ว จำเลยที่ 4 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เกินอัตราดังกล่าวนั้น เห็นว่า ในปัญหาว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินจะเรียกเอาจากลูกค้าได้ในอัตราเท่าใด เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อจำเลยที่ 4 มิได้ให้การต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ จันเทรมะ · ชุม สุกแสงเปล่ง · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2535

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ จำเลยมิได้ให้การถึงตราที่ใช้ประทับอยู่ในช่องผู้เช่าซื้อในหนังสือสัญญาเช่าซื้อว่าชอบหรือไม่อย่างไร เมื่อจำเลยไม่ให้การถึงต้องถือว่าจำเลยรั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7463/2553

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 บัญญัติว่า คดีอันผู้ให้เช่าจะฟ้องผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหกเดือน นับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3353/2552

คดีแพ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องนำพยานมาสืบต่อศาลเพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานว่าพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่ากัน หากพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าศาลก็จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้ฝ่ายนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2546

แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2546

คำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ว่าโจทก์ได้เช็คพิพาทไว้ในครอบครองโดยทุจริตนั้นทุจริตอย่างไรก็ไม่ได้กล่าวไว้ชัด ที่ว่าคบคิดกับบุคคลอื่น บุคคลอื่นนั้น เป็นผู้ทรงเช็คคนก่อนหรือไม่ หรือเป็นผู้ใดไม่ปรากฏ ที่ว่าโจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้