Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17766/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พฤติการณ์ที่จำเลยให้คำมั่นแก่ผู้เสียหายว่าจะจัดหาลูกจ้าง 60 คน ภายใน 1 เดือน เพื่อเป็นคนงานตัดอ้อยในไร่อ้อยของผู้เสียหายซึ่งอยู่ต่างท้องที่กับที่อยู่ของคนงาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องมีการติดต่อประสานงานและบริหารจัดการเพื่อรวบรวมและรับสมัครคนงานภายในเวลาที่จำกัดและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ซึ่งนอกจากจำเลยจะต้องผูกพันรับผิดชอบต่อผู้เสียหายแล้ว ยังต้องตระหนักถึงความเสียหายหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้สมัครทำงานอีกด้วย แม้จะไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนในส่วนนี้ด้วยหรือไม่ก็ตาม รูปคดีน่าเชื่อว่าจำเลยมีเจตนาจัดหางานให้แก่คนหางานโดยหวังผลประโยชน์ตอบแทนมิใช่การกระทำให้เปล่า การกระทำของจำเลยจึงเป็นการประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนให้ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานทำงานในประเทศ จำเลยจึงมีความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 8 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 73

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 8, 73 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2537 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2537

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง, 73 จำคุก 1 ปี และปรับ 40,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า ผู้เสียหายมีไร่อ้อยอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรีต้องการจะได้คนงานตัดอ้อยจึงติดต่อพันตำรวจโทอภิชลซึ่งรู้จักคุ้นเคยกันให้หาคนงานให้ พันตำรวจโทอภิชลได้แนะนำจำเลยแก่ผู้เสียหายว่าสามารถจัดหาคนงานตัดอ้อยให้ผู้เสียหายได้ ผู้เสียหายจึงติดต่อจำเลยทางโทรศัพท์ จำเลยแจ้งว่าสามารถหาคนงานตัดอ้อยให้ผู้เสียหายได้จำนวน 60 คน ต่อมาผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 60,000 บาท ผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชะอำ เข้าบัญชีของจำเลยที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขากันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ถึงกำหนดผู้เสียหายเดินทางไปรับคนงาน ปรากฏว่าจำเลยจัดหาคนงานให้ไม่ได้

ผู้เสียหายขอเงินคืน แต่จำเลยเพิกเฉยยังไม่คืนเงินให้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ดังที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน และมาตรา 4 บัญญัติว่า จัดหางาน หมายความว่า ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง โดยจะเรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนหรือไม่ก็ตาม และให้หมายรวมถึงการเรียกเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจัดหางานให้คนหางาน ซึ่งลักษณะของการกระทำความผิดย่อมจะเป็นความผิดสำเร็จทันทีที่มีการกระทำอันเป็นการประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง โดยไม่คำนึงว่าผู้นั้นจะเป็นคนธรรมดาหรือนิติบุคคลและเคยประกอบธุรกิจจัดหางานมาก่อนหรือไม่

พฤติการณ์ที่จำเลยให้คำมั่นหรือสัญญาแก่ผู้เสียหายว่าจะจัดหาลูกจ้างตามจำนวนที่ตกลงกันให้ โดยเรียกและรับเงินค่าบริการเพื่อเป็นการตอบแทนล่วงหน้าเช่นนี้ ย่อมมิใช่ลักษณะการไหว้วานจากเพื่อนหรือผู้รู้จักกันตามวิสัยเป็นครั้งคราวดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย เมื่อพิจารณาถึงลักษณะของแรงงานที่ผู้เสียหายต้องการ คือ คนงานตัดอ้อยในไร่อ้อยของผู้เสียหาย อันมิใช่แรงงานธรรมดาทั่วไป ทั้งยังต้องจัดหาคนงานหรือลูกจ้างมากถึง 60 คน ภายในเวลาประมาณ 1 เดือน อันเป็นระยะเวลาค่อนข้างจำกัด และคนงานเหล่านั้นจะต้องเดินทางไปทำงานกับนายจ้างซึ่งอยู่ต่างถิ่นอีกด้วย จึงเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากและซับซ้อนเพราะจะต้องมีการติดต่อประสานงานและบริหารจัดการเพื่อรวบรวมและรับสมัครคนงาน และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ซึ่งนอกจากจำเลยจะต้องมีความผูกพันและรับผิดชอบต่อผู้เสียหายในการให้บริการดังกล่าวแล้ว

ยังต้องตระหนักถึงความเสียหายหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ที่มาสมัครทำงานอีกด้วย แม้จะไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนในส่วนนี้ด้วยหรือไม่ก็ตาม ดังนั้น รูปคดีจึงเชื่อว่าจำเลยมีเจตนาจะจัดหางานให้แก่คนหางานและจัดหาลูกจ้างให้แก่นายจ้างหรือผู้เสียหาย โดยหวังผลประโยชน์ค่าตอบแทนการให้บริการดังกล่าวจากผู้เสียหายในเชิงธุรกิจทั่วไป มิใช่เป็นการกระทำให้เปล่าในลักษณะไหว้วานขานใช้จากเพื่อนหรือผู้รู้จักกันตามวิสัยเป็นครั้งคราวแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงเป็นการประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้างตามบทนิยามดังกล่าวแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนให้ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานทำงานในประเทศ

จำเลยจึงมีความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ทางนำสืบรับของจำเลยมีข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงมีเหตุบรรเทาโทษและเห็นสมควรลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง, 73 จำคุก 1 ปี และปรับ 40,000 บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่แล้ว คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 30,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาให้จำเลยฟัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · นพพร โพธิรังสิยากร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นางสุธิดา คูหะสุวรรณ
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ อรรถบลยุคล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3793/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1034/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ200/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2798/2534

จำเลยตกลงหางานให้บุตรของป. ม. และ ห. แล้ว เรียก เอา ค่าบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน และจำเลยได้ได้ ดำเนินการ ที่จะให้บุตรของบุคคลทั้งสามได้เข้าทำงานโดยพาไปสมัครสอบ ถือได้ว่า จำเลยประกอบธุรก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2531

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจัดหางานโดยตั้งสำนักงานและโฆษณาชักชวนประชาชนให้มาสมัครงานโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโจทก์บรรยายฟ้องว่าความจริงจำเลยไม่ประสงค์ที่จะจัดหางานดังกล่าวอย่างจริงจังและไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7048/2544

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกโดยเจตนาทุจริต หลอกลวงประชาชน โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โฆษณาในหนังสือพิมพ์เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจหารายได้พิเศษร่วมงานกับบริษัทถ่ายทำภาพยนต์ต่างประเทศ ผู้สมัครต้องเสียเงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3046/2540

พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 8 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนนั้น กฎหมายมาตราดังกล่าวมิได้บัญญัติถึงรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 885/2539

ส.ได้พูดชักชวนว่าจะส่งผู้เสียหายทั้งสองไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นโดยผู้เสียหายทั้งสองต้องเสียค่าใช้จ่ายให้คนละ 180,000 บาท แล้ว ส.พา ว.สามีของจำเลยไปรับเงินค่าใช้จ่ายจากผู้เสียหาย 22,000 บาท กับพาผู้เสีย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้