Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายจากทางเดินนำเข้าป่าข้างทางห่างทางเดิน 7-8 วา แล้วร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในป่านั้น เป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันมาตรา 281 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่ใช่บทลงโทษ ไม่จำต้องยกขึ้นปรับบทลงโทษ

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยร่วมกันฉุดคร่าผู้เสียหายแล้วกระทำชำเรา

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดไชยา) ในข้อหาฉุดคร่าเพื่อการอนาจาร แล้วมาฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดไชยาในข้อหากระทำชำเรา เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดไชยาพิพากษาจำคุก จำเลยคนละ 4 ปี และนับโทษต่อจากคดีของศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดไชยา)

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลดโทษและไม่ให้นับโทษต่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายไปแล้วกระทำชำเราเป็นกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยฐานฉุดคร่าเพื่อการอนาจารต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดไชยา) จนศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในคดีนั้นแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในคดีนี้ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่า แม้กรรมที่จำเลยกระทำการฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเราจะได้กระทำต่อเนื่องกันก็ดี หรือความมุ่งหมายของจำเลยต้องการผลสุดท้ายในการชำเราผู้เสียหายก็ดี มิใช่เป็นเหตุที่จะวินิจฉัยว่าเป็นกรรมเดียวกัน ข้อสำคัญอยู่ที่ว่ากรรมที่จำเลยกระทำอันเป็นความผิดฐานใดฐานหนึ่งได้สำเร็จไปตอนหนึ่งแล้วจำเลยได้กระทำกรรมใหม่อันเป็นความผิดขึ้นอีก

แม้จะติดต่อกัน สถานที่เดียวกัน ก็เป็นความผิดหลายกรรมได้ คดีนี้ จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายไปจากทางเดินเพื่อการอนาจาร ความผิดฐานฉุดคร่าได้สำเร็จแล้วและขาดตอนลง เมื่อนำผู้เสียหายไปถึงที่ ๆ จะกระทำชำเราจำเลยกระทำกรรมใหม่ขึ้น คือ ข่มขืนกระทำชำเราเป็นอีกกรรมหนึ่งต่างจากกรรมฉุดคร่าจึงเป็นความผิดหลายกรรม ศาลจะลงโทษผู้กระทำผิดทุกกรรมก็ได้ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยต่อศาลทหารในความผิดฐานฉุดคร่าแล้ว ก็ยังมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราต่อศาลพลเรือนได้อีกที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 ด้วยนั้น มาตรานี้ไม่ใช่บทลงโทษ ไม่จำต้องยกขึ้นปรับบทลงโทษจำเลยพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลทหารใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยตลอดจนถึงผลเสียหายอันเป็นความผิดในคดีนี้ด้วยแล้ว จึงไม่นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากคดีของศาลทหารฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้